10 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนาน เปิดในไทยมานานกว่าทศวรรษ

20.02.2026 (Updated: 11.03.2026)
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนาน เปิดในไทยมานานกว่าทศวรรษ

ท่ามกลางกระแสร้านอาหารญี่ปุ่นเกิดใหม่ที่เน้นความน่าตื่นตาตื่นใจตามเทรนด์ แต่ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนานอีกหลายแห่งที่ยืนหยัดคู่กรุงเทพฯ มานานกว่าทศวรรษ บางร้านเปิดมานานหลายสิบปีจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ร้านเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถานที่ฝากท้อง แต่คือพื้นที่บันทึกความทรงจำผ่านรสชาติต้นตำรับที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่ร้านบ้านไม้โบราณที่แฝงตัวอยู่ในซอย ไปจนถึงร้านระดับพรีเมียมที่อยู่คู่โรงแรมหรู หัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านผ่านบททดสอบของกาลเวลามาได้คือความใส่ใจในวัตถุดิบและมาตรฐานที่ไม่เคยลดละ หากกำลังมองหารสชาติที่ไว้ใจได้และบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง นี่คือ 10 พิกัดร้านเก่าแก่ที่ต้องหาโอกาสไปลองให้ได้สักครั้ง

1. SHAKARIKI 432 Asoke

บรรยากาศร้าน

SHAKARIKI 432 Asoke เปิดให้บริการสร้างความสนุกในไทยมาแล้วกว่า 14 ปี โดยเริ่มปักหมุดสาขาแรกที่อโศกเมื่อช่วงปี 2012 จนกลายเป็นต้นตำรับร้านกินดื่มสุดคึกคักที่ใครก็รู้จัก เป็นแลนด์มาร์คความสนุกที่คนรักการสังสรรค์ต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ บรรยากาศภายในร้านฉีกภาพจำร้านอาหารญี่ปุ่นแบบนิ่งๆ เรียบๆ ทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง เพราะที่นี่จำลองความคึกคักส่งตรงจากโอซาก้ามาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยการตกแต่งที่เต็มไปด้วยสีสัน แสงไฟ และเสียงเพลงที่คอยบิ้วท์อารมณ์ให้ครึกครื้นตลอดเวลา มีโซนที่นั่งให้เลือกหลากหลายตั้งแต่โต๊ะไม้แบบดั้งเดิมไปจนถึงมุมกึ่งส่วนตัว ความพิเศษคือความรู้สึกที่เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในย่านโดทงโบริจริงๆ พนักงานที่นี่บริการด้วยพลังงานล้นเหลือ เหมาะสำหรับมาปลดปล่อยความเหนื่อยล้าหลังเลิกงานหรือจัดปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อนที่ทุกช่วงเวลาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารของที่นี่มีความหลากหลายมาก ชนิดที่เปิดเมนูแล้วอาจจะเลือกไม่ถูก แต่ถ้ามาแล้วไม่ได้สั่งทาโกยากิมาทำเองที่โต๊ะถือว่ามาไม่ถึง เพราะกิจกรรมการหมุนแป้งให้เป็นลูกกลมๆ บนเตาร้อนๆ คือเสน่ห์ที่หาจากร้านอื่นได้ยาก นอกจากความสนุกแล้วรสชาติยังถอดมาจากต้นตำรับ แป้งนุ่มไส้แน่น อีกหนึ่งจานเด็ดที่ห้ามมองข้ามคือเมนูโอเด้งที่ต้มจนน้ำซุปเข้าเนื้อ หรือจะเป็นปลาซาบะดองลนไฟที่เชฟจะมาพ่นไฟโชว์ให้ดูสดๆ ถึงโต๊ะ กลิ่นหอมไหม้นิดๆ ช่วยชูรสชาติของปลาได้เป็นอย่างดี ส่วนสายเนื้อต้องลองเมนูคุชิคัตสึหรือของทอดเสียบไม้ที่มีให้เลือกละลานตา ทอดออกมาได้ไม่อมน้ำมันและกรอบนาน ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ คือที่สุดแห่งความลงตัว รวมถึงยังมีเมนูราเมงและข้าวหน้าต่างๆ ที่จัดเต็มปริมาณมาให้ได้อิ่มท้องแน่นอน

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท

SHAKARIKI 432 Asoke

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–4:00 น.

ที่อยู่

36/1 A, P S Tower, ซอย อโศก แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/shakariki432-asoke/

2. Isshin Japanese Restaurant

บรรยากาศร้าน

Isshin Japanese Restaurant ถือเป็นร้านเก่าแก่ระดับครูที่เปิดมอบความอร่อยมานานกว่า 25 ปี โดยยังคงรักษามาตรฐานเส้นโซบะทำมือไว้อย่างเหนียวแน่นตั้งแต่ยุคบุกเบิก จนกลายเป็นที่พึ่งทางใจของชาวญี่ปุ่นที่ทำงานในไทย บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกอบอุ่นนุ่มลึกด้วยงานไม้โทนเข้มและแสงไฟสลัวที่ตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปคือความสงบและเป็นส่วนตัวสูง มีห้องกั้นที่แบ่งสัดส่วนได้ดีมาก ทำให้เหมือนได้วาร์ปเข้าไปนั่งกินข้าวในร้านท้องถิ่นที่โตเกียวจริงๆ เป็นสถานที่ที่ไม่ได้เน้นความหวือหวาตามแฟชั่น แต่เน้นความขลังและมาตรฐานที่สม่ำเสมอจนได้รับรางวัลการันตีจากหลายสถาบัน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่เป็นหัวใจสำคัญของร้านนี้ต้องยกให้โซบะทำมือที่ทางร้านนวดแป้งและรีดเส้นเองแบบสดๆ วันต่อวัน ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มและมีกลิ่นหอมของบัควีทชัดเจนมาก โดยเฉพาะโซบะเย็นที่เสิร์ฟมาพร้อมซุปรสชาติกลมกล่อม นอกจากเส้นโซบะแล้ว เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นของที่นี่ก็นับว่าระดับเทพ เพราะน้ำแกงมีความข้นคลักและรสชาติลุ่มลึกจากการเคี่ยววัตถุดิบยาวนาน หรือจะลองสั่งชุดข้าวหน้าหมูทอดทงคัตสึที่ทอดมาได้กรอบไม่อมน้ำมัน เนื้อหมูข้างในยังฉ่ำนุ่ม รวมถึงเซตอาหารกลางวันที่คุ้มค่าทั้งปริมาณและคุณภาพ วัตถุดิบทุกอย่างถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเสมือนทำให้คนในครอบครัวทาน

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-800 บาท

Isshin Japanese Restaurant

เวลาทำการ

จ.ส. 11:30–14:15 น. และ 17:30–22:00 น.

อา. 11:30–14:15 น. และ 17:30–21:30 น.

ที่อยู่

16 ถนน สุขุมวิท – ซอย สุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/isshin-japanese-restaurant/

3. Sasaya Sukhumvit

บรรยากาศร้าน

Sasaya Sukhumvit เริ่มสร้างตำนานความลึกลับและประณีตในซอยสุขุมวิท 49 มานานกว่า 10 ปี จนกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับคนที่มองหาบรรยากาศญี่ปุ่นแบบย้อนยุคใจกลางเมือง บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกสงบและลึกลับในเวลาเดียวกัน ด้วยการตกแต่งที่เน้นวัสดุธรรมชาติอย่างไม้และดินเผา ผสมผสานกับทางเดินแคบๆ ที่นำไปสู่ห้องอาหารแบบส่วนตัวหลากหลายรูปแบบ แต่ละห้องมีการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน ความโดดเด่นที่ต่างจากร้านอื่นคือการนำเสนอวิถีการกินแบบดั้งเดิมที่เรียกว่าอิซากายะระดับพรีเมียม เน้นความละเมียดละไมและกลิ่นอายของวัฒนธรรมท้องถิ่นญี่ปุ่นที่หาดูได้ยากในย่านใจกลางเมืองที่ทันสมัยแบบนี้

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารของร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความแปลกใหม่ของวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น โดยมีจานเด็ดที่ใครมาก็ต้องสั่งอย่างข้าวอบหม้อดินที่หุงสดใหม่ด้วยน้ำซุปสูตรเฉพาะและเนื้อปลาหรือวัตถุดิบพรีเมียม ซึ่งต้องรอประมาณสามสิบนาทีเพื่อให้ได้ความนุ่มและหอมกรุ่นถึงขีดสุด อีกหนึ่งความพิเศษคือเมนูปลาย่างถ่านที่ใช้เทคนิคการย่างแบบโบราณจนหนังกรอบแต่เนื้อด้านในยังชุ่มฉ่ำ รวมถึงบรรดาเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างเต้าหู้ทำเองที่มีเนื้อสัมผัสเนียนละเอียดแทบละลายในปาก และยังมีเมนูสร้างสรรค์อย่างฟัวกราส์ย่างที่เสิร์ฟมาพร้อมซอสรสชาติเข้มข้นที่เข้ากันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ทุกจานถูกจัดวางมาอย่างประณีตสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดของเชฟที่มีต่ออาหาร

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท

Sasaya Sukhumvit

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–14:00 น. และ 17:30–23:00 น.

ส.-อา. 11:30–14:30 น. และ 17:30–22:30 น.

ที่อยู่

165 ซ. พร้อมมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sasaya-sukhumvit/

4. Hanaya

บรรยากาศร้าน

Hanaya คือพี่ใหญ่ตัวจริงที่เป็นรากฐานของอาหารญี่ปุ่นในไทย โดยเปิดให้บริการมาอย่างยาวนานเกือบ 90 ปี ตั้งแต่ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบันบริหารงานต่อเนื่องมาถึงรุ่นที่ 3 เรียกได้ว่าเป็นพี่ใหญ่สุดในบรรดาร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยเลยก็ว่าได้ บรรยากาศภายในร้านจะพาย้อนเวลากลับไปสู่ยุคบุกเบิกด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานความคลาสสิกของบ้านไม้ญี่ปุ่นกับกลิ่นอายตึกเก่าในซอยเจริญกรุง 39 ได้อย่างลงตัว พื้นที่ด้านในค่อนข้างกว้างขวางมีทั้งโซนโต๊ะนั่งทั่วไปและห้องส่วนตัวแบบเสื่อทาทามิที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก ความพิเศษที่ต่างจากร้านสมัยใหม่คือความรู้สึกอบอุ่นเหมือนไปกินข้าวบ้านญาติผู้ใหญ่ที่เป็นชาวญี่ปุ่น บริการมีความเป็นกันเองและเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยมาตรฐานที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารของที่นี่คือตัวแทนของรสชาติญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ไม่เน้นการปรุงแต่งจนเกินไป โดยเฉพาะปลาดิบที่สไลซ์มาแบบชิ้นหนากำลังดี สดใหม่เหมือนส่งตรงจากตลาดปลาทุกวัน เมนูที่ห้ามพลาดเลยคือหมูทอดทงคัตสึที่ใช้เทคนิคการทอดแบบเฉพาะตัวจนได้แป้งที่กรอบเบาแต่เนื้อหมูด้านในยังมีความนุ่มเด้ง หรือจะเป็นปลาหิมะย่างซีอิ๊วที่ซอสรสชาติเค็มหวานซึมเข้าเนื้อปลา กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ คือนิยามของความฟิน นอกจากนี้ยังมีเมนูหาทานยากอย่างสุกี้ยากี้สไตล์คันไซที่เชฟจะมาปรุงให้ดูแบบสดๆ น้ำซุปดำมีความหอมและเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงเมนูเทมปุระที่ทอดมาได้แห้งสนิทไม่อมน้ำมันแม้แต่นิดเดียว

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท

Hanaya

เวลาทำการ

อ.-อา. 11:15–14:00 น. และ 17:30–21:30 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

683 ซอย เจริญกรุง 39 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

5. Shogun

บรรยากาศร้าน

Shogun เปิดให้บริการมอบประสบการณ์เหนือระดับบนถนนวิทยุมานานกว่า 40 ปี โดยเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ที่โรงแรมดุสิตธานีก่อนจะย้ายมาสร้างตำนานบทใหม่ที่ตึกสินธรในปัจจุบันจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราแบบคลาสสิกที่คนรุ่นเก๋าและเหล่านักธุรกิจต่างไว้วางใจ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกโอ่อ่าและสง่างามด้วยการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัยที่เน้นงานไม้สีเข้ม ตัดกับโคมไฟดีไซน์ประณีตที่ให้แสงละมุนตา สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นกว่าร้านอื่นคือความเงียบสงบและการบริการระดับโรงแรมห้าดาวที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดเล็กน้อย มีทั้งโซนโต๊ะนั่งปกติที่เว้นระยะห่างได้อย่างเป็นส่วนตัว และโซนเคาน์เตอร์เชฟสำหรับคนที่อยากนั่งชมศิลปะการแล่ปลาแบบใกล้ชิด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนัดทานข้าวในโอกาสพิเศษหรือการเจรจาธุรกิจที่ต้องการความภูมิฐานและเป็นทางการในตัว

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารของที่นี่คือที่สุดของวัตถุดิบเกรดพรีเมียมที่คัดสรรมาอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะซูชิและซาซิมิที่สดจนเหมือนยกทะเลมาไว้กลางกรุง ชิ้นปลามีความมันวาวและเนื้อสัมผัสที่เด้งสู้ลิ้น เมนูที่นับเป็นซิกเนเจอร์และห้ามพลาดเลยคือเนื้อวากิวระดับ A5 ที่นำมาทำเป็นสเต็กเทปปันยากิ เนื้อมีความนุ่มจนละลายในปาก พ่วงด้วยกลิ่นหอมจากการย่างที่พอดี นอกจากนี้ยังมีเมนูเทมปุระที่ทอดมาได้แป้งฟูกรอบเบา รวมถึงหัวปลาต้มซีอิ๊วที่เคี่ยวจนน้ำซุปซึมเข้าเนื้อรสชาติเข้มข้นกลมกล่อมตามแบบฉบับดั้งเดิม ทุกจานถูกปรุงขึ้นด้วยความพิถีพิถันจากเชฟมากประสบการณ์ที่รักษามาตรฐานความอร่อยมานานกว่าหลายทศวรรษ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 600-800 บาท

Shogun

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:30–14:30 น. และ 16:30–21:00 น.

ที่อยู่

130, 132 ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

6. Yakiniku Kirabi 23

บรรยากาศร้าน

Yakiniku Kirabi เริ่มต้นเส้นทางสายเนื้อในซอยสุขุมวิท 23 มานานกว่า 9 ปี สร้างชื่อเสียงโดยการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อวากิวจนกลายเป็นร้านประจำของเหล่านักกินเนื้อตัวจริง บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในย่านกินดื่มที่โตเกียวด้วยการตกแต่งที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูง ทุกโต๊ะถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนด้วยฉากกั้นไม้และม่านบังตา ทำให้การนั่งปิ้งย่างดูไม่อึดอัดและเป็นกันเองสุดๆ สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นและต่างจากร้านอื่นคือความเงียบสงบที่ผสมผสานกับเสียงฉ่าของเนื้อบนเตาถ่านอย่างลงตัว เหมาะมากสำหรับการมานั่งคุยแบบเจาะลึกพร้อมลิ้มรสเนื้อชั้นดีในบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการคัดสรรเนื้อวัวญี่ปุ่นระดับพรีเมียมโดยเฉพาะเนื้อวากิวที่มีลายไขมันแทรกสวยงาม จานที่พลาดไม่ได้เลยคือเซตเนื้อรวมห้าชนิดที่รวมส่วนเด็ดๆ มาให้ชิมแบบจุใจ ทั้งเนื้อส่วนท้องที่นุ่มละลายในปากและเนื้อส่วนสันนอกที่เคี้ยวเพลินพ่วงมาด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวเมื่อโดนความร้อนจากเตาถ่าน อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์คือลิ้นวัวส่วนโคนสไลซ์หนาที่ให้สัมผัสกรุบเด้งแต่ยังคงความชุ่มฉ่ำของเนื้อไว้ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีข้าวยำเกาหลีสไตล์ญี่ปุ่นที่รสชาติเข้มข้นจัดจ้านช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี รวมถึงผักสดและกิมจิเครื่องเคียงที่ทำออกมาได้รสชาติต้นตำรับจริงๆ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,200-2,500 บาท

Yakiniku Kirabi 23

เวลาทำการ

จ.-ส. 16:00–23:30 น.

อา. 12:00–22:00 น.

ที่อยู่

118/8-10 Soi Sukhumvit 23, Klongtoei, Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakiniku-kirabi-23/

7. Kitaro Sushi Thonglor

บรรยากาศร้าน

Kitaro Sushi Thonglor ส่งตรงความอร่อยจากโอซาก้ามาถึงย่านทองหล่อได้ประมาณเกือบ 10 ปี โดยยังคงคอนเซปต์ซูชิราคาเดียวที่เปิดต้อนรับคนนอนดึกมาอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกคึกคักและเป็นกันเองอย่างมาก พื้นที่ถูกจัดสรรให้มีทั้งเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่เผยให้เห็นลีลาการปั้นซูชิของเชฟแบบสดๆ และโต๊ะที่นั่งกึ่งส่วนตัวที่กระจายตัวอยู่รอบร้าน ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือความเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยพลังงานเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในย่านโดทงโบริ ยิ่งดึกบรรยากาศยิ่งมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับการมานั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมทานซูชิคุณภาพดีหลังจากผ่านวันอันเหนื่อยล้าโดยไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารของที่นี่ชูโรงด้วยซูชิราคามิตรภาพแต่คุณภาพวัตถุดิบส่งตรงจากญี่ปุ่นแบบคำต่อคำ โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์อย่างซูชิหน้าปลาไหลย่างที่เสิร์ฟมาชิ้นหนาจุใจเนื้อนุ่มฟูแทบละลายในปาก หรือจะเป็นอูนิที่สดและหวานละมุนไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่นิดเดียว อีกหนึ่งจานที่ห้ามพลาดคือบรรดาซาซิมิรวมที่จัดจานมาอย่างสวยงามพร้อมเนื้อปลาที่แล่มาแบบพอดีคำให้รสสัมผัสที่เด้งสู้ลิ้น นอกจากนี้ยังมีเมนูของทอดและอาหารปรุงร้อนอย่างกุ้งเทมปุระที่แป้งบางกรอบและซุปมิโซะร้อนๆ ที่รสชาติกลมกล่อมช่วยชูรสชาติของมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี ความเจ๋งคือทางร้านมีเมนูพิเศษประจำวันตามวัตถุดิบที่หาได้ในแต่ละฤดูกาลทำให้มาทานกี่ครั้งก็ไม่รู้สึกจำเจ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาท

Kitaro Sushi Thonglor

เวลาทำการ

ทุกวัน 18:00–3:00 น.

ที่อยู่

161/2 ถนน สุขุมวิท Klongtan Nua เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaro-sushi-thonglor/

8. Ashibi Japanese Restaurant Thonglor 18

บรรยากาศร้าน

Ashibi Japanese Restaurant เปิดให้บริการห้องอาหารกึ่งส่วนตัวที่เงียบสงบในซอยทองหล่อ 18 มานานกว่า 20 ปี ถือเป็นจุดนัดพบที่รักษามาตรฐานรสชาติแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างยาวนาน กลายเป็นหนึ่งในร้านระดับตำนานของย่านนี้ บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบมาให้มีความเป็นส่วนตัวสูงมากด้วยห้องไม้กั้นแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในบ้านพักส่วนตัวที่ประเทศญี่ปุ่นจริงๆ ผสมผสานความขลังของเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนอุ่นและของตกแต่งที่ดูมีเรื่องราว สิ่งที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าใครคือความเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่งในย่านทองหล่อ เหมาะสำหรับการมานั่งล้อมวงคุยกันอย่างเต็มอิ่มท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายได้ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารจานเด็ดที่ใครมาก็ต้องสั่งคือนาเบะหรือหม้อไฟร้อนๆ ที่น้ำซุปมีความเข้มข้นกลมกล่อมจากการเคี่ยวตามสูตรเฉพาะสืบทอดกันมานาน อีกหนึ่งสิ่งที่สร้างชื่อให้ร้านคือความสดของชุดซาซิมิที่แล่มาชิ้นหนาพอดีคำ เนื้อปลาหวานฉ่ำสะท้อนถึงการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน รวมถึงเมนูปลาหิมะย่างเกลือที่ย่างมาได้หนังกรอบนิดๆ แต่เนื้อด้านในยังนุ่มชุ่มฉ่ำกระจายไปทั่วปาก และที่ขาดไม่ได้เลยคือบรรดาเครื่องเคียงแนวกับแกล้มสไตล์โอสึมามิที่มีให้เลือกหลากหลายชนิด เชฟปรุงออกมาได้รสชาติลุ่มลึกเข้ากับเครื่องดื่มเย็นๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นรสชาติที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาท

Ashibi Japanese Restaurant Thonglor 18

เวลาทำการ

จ.-ส. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

518/9 ซอยสุขุมวิท 55 ซอย ทองหล่อ 18 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

9. Don Don Japanese Restaurant

บรรยากาศร้าน

Don Don Japanese Restaurant ตั้งหลักปักฐานอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปีจนกลายเป็นร้านขวัญใจมหาชนที่คนรักอาหารญี่ปุ่นแนวดั้งเดิมต้องรู้จัก บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปนั่งกินข้าวในร้านท้องถิ่นแถบชานเมืองโตเกียวด้วยการตกแต่งที่เน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเองที่สุด พื้นที่ภายในดูอบอุ่นด้วยชั้นวางหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นแถวยาวที่ลูกค้าสามารถหยิบมาอ่านเล่นได้ระหว่างรออาหาร สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นและต่างจากร้านอื่นคือความรู้สึกผ่อนคลายที่หาไม่ได้จากร้านเชนใหญ่ๆ เพราะเป็นร้านขนาดกะทัดรัดที่ให้ความสำคัญกับการต้อนรับแบบครอบครัว ทำให้ไม่ว่าใครที่ก้าวเท้าเข้ามาก็รู้สึกเหมือนเป็นขาประจำไปเสียหมด

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารของร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่าและรสชาติแบบรสมือแม่ชาวญี่ปุ่นแท้ๆ โดยมีเมนูที่กลายเป็นตำนานอย่างเส้นอุด้งสดที่ลวกมาได้เหนียวนุ่มกำลังดีทานคู่กับแกงกะหรี่รสชาติเข้มข้นจัดจ้าน อีกหนึ่งรายการที่ห้ามพลาดคือหมูทอดทงคัตสึที่ใช้เนื้อส่วนติดมันนิดๆ ทอดจนเหลืองทองกรอบนอกนุ่มใน รวมถึงข้าวหน้าต่างๆ ที่เสิร์ฟมาในชามขนาดใหญ่จุใจชนิดที่ว่าอิ่มไปถึงมื้อหน้า ความพิเศษยังอยู่ที่บรรดาเมนูของกินเล่นอย่างเทมปุระผักรวมที่ทอดมาได้เบาสบายและปลาซาบะย่างเกลือที่รักษาความฉ่ำของเนื้อปลาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ทุกจานปรุงด้วยความใส่ใจและเน้นวัตถุดิบที่สดใหม่เสมอ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท

Don Don Japanese Restaurant

เวลาทำการ

จ.,พ.-ศ. 11:30–14:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ส.-อา. 11:30–22:00 น.

ปิดทุกวันอังคาร

ที่อยู่

1, 44-45 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

10. Tsubohachi

บรรยากาศร้าน

Tsubohachi แบรนด์ดังจากฮอกไกโดที่เข้ามาขยายอาณาจักรความอร่อยในไทยมานานกว่า 12 ปี นับตั้งแต่ปี 2013 โดยกระจายสาขาไปตามจุดสำคัญต่างๆ เพื่อเข้าถึงคนรักอาหารญี่ปุ่นทุกกลุ่ม บรรยากาศภายในร้านเน้นความกว้างขวางและจัดวางที่นั่งให้ความรู้สึกโปร่งสบายแต่ยังคงกลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจใครหลายคนคือความสมดุลระหว่างความเป็นร้านกินดื่มกับร้านอาหารสำหรับครอบครัว ต่างจากอิซากายะแบบดั้งเดิมที่มักจะแออัดและเต็มไปด้วยควันบุหรี่ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดนัดพบที่ไปได้ทุกวัย ไม่ว่าจะไปนั่งชิลกับกลุ่มเพื่อนหลังเลิกงานหรือพาผู้ใหญ่ไปทานมื้อค่ำก็ดูเหมาะสมไปหมด พร้อมด้วยมาตรฐานการบริการที่ว่องไวและเป็นระบบตามสไตล์ร้านแบรนด์ดังระดับสากล

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารของที่นี่คือสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบวัตถุดิบจากทะเลตอนเหนือ มีจานซิกเนเจอร์ที่ใครเห็นก็ต้องว้าวอย่าง ปูทาราบะ (Taraba) ที่เนื้อแน่นและหวานฉ่ำ หรือจะเป็นเมนูข้าวอบที่หุงมาในหม้อเหล็กใบเล็กพร้อมวัตถุดิบอัดแน่นจนเต็มฝาเปิดมาแล้วกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย อีกหนึ่งเมนูที่ห้ามพลาดคือบรรดาของย่างถ่านนานาชนิดและชุดซูชิที่เน้นความสดใหม่ในราคาที่จับต้องได้ นอกจากนี้ยังมี ปีกไก่ทอดสไตล์สึโบฮาจิ ที่ปรุงรสมาได้เค็มมันกำลังดีเหมาะกับเครื่องดื่มเย็นๆ เป็นที่สุด ความพิเศษอีกอย่างคือการมีเมนูอาหารให้เลือกมากกว่าร้อยรายการ ครบถ้วนทั้งของกินเล่น จานหลัก ไปจนถึงของหวานสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้การมาทานที่นี่ไม่มีคำว่าเบื่อเพราะสามารถลองรสชาติใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-1,000 บาท

Tsubohachi

เวลาทำการ

จ.-ศ. 10:30–21:30 น.

ส.-อา. 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

Future Park Rangsit, 2nd Floor, No. 94, ถ. พหลโยธิน อำเภอธัญบุรี 12130

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tsubohachi/

บทความแนะนำ บทความแนะนำ