30 ร้านอิซากายะ (Izakaya) ฟีลญี่ปุ่น นั่งชิลล์หลังเลิกงาน

01.08.2025 (Updated: 19.03.2026)
30 ร้านอิซากายะ (Izakaya) ฟีลญี่ปุ่น นั่งชิลล์หลังเลิกงาน

หลังเลิกงานก็ถึงเวลาที่ต้องหาอะไรอร่อยๆ ลงท้องใช่ไหมละคะ ไม่ว่าจะนั่งกินชิลล์ๆ คนเดียว หรือไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน ร้านอิซากายะเป็นอีกร้านที่เหมาะมากๆ สำหรับไปแฮงก์เอาท์ แถมยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านออฟฟิศ 30 ร้านที่เรารวบรวมมาวันนี้ จะมีร้านไหนน่าไป หรืออยู่ใกล้ๆ ที่ที่ทุกคนอยู่บ้าง อ่านกันเลย

1. Shakariki 432 Asoke

Shakariki 432 สาขาอโศก ตั้งตระหง่านอยู่ชั้นใต้ดินของตึก PS Tower ในซอยสุขุมวิท 21 ขึ้นชื่อเรื่องความคึกคักและพลังงานล้นเหลือสไตล์โอซาก้าขนานแท้ เมื่อก้าวเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงความสนุกสนานจากเสียงทักทายของพนักงานและการตกแต่งที่อัดแน่นไปด้วยป้ายสีสันฉูดฉาดเหมือนยกย่านโดทงโบริมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดนัดพบยอดฮิตของชาวออฟฟิศทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นที่อยากมาปลดปล่อยความเหนื่อยล้าหลังเลิกงาน ความพิเศษของสาขานี้คือพื้นที่กว้างขวางรองรับกลุ่มเพื่อนได้สบาย แถมยังมีห้องคาราโอเกะส่วนตัวให้ได้โชว์พลังเสียงสลับกับการจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ซึ่งหาได้ยากในร้านอิซากายะทั่วไป

จุดที่ทำให้หลายคนติดใจคือเมนูที่มีให้เลือกละลานตากว่า 150 รายการ โดยเฉพาะอาหารท้องถิ่นจากคันไซอย่างทาโกะยากิที่ให้เราได้สนุกกับการทำเองบนเตาร้อนๆ หรือจะเป็นโอโคโนมิยากิเนื้อนุ่มและคุชิคัตสึของทอดเสียบไม้กรุบกรอบที่กินคู่กับซอสสูตรเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีเมนูพรีเมียมอย่างอังกิโมะหรือตับปลาที่รสชาติมันวาวนุ่มลิ้นหาทานยาก รวมถึงหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่นที่เครื่องแน่นซุปกลมกล่อม เหมาะสำหรับการสั่งมาแบ่งกันทานในกลุ่มเพื่อนเพื่อสร้างบรรยากาศบนโต๊ะอาหารให้สนุกยิ่งขึ้น

งบประมาณสำหรับการมาทานที่นี่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทต่อคน ถือว่าเป็นราคาที่จับต้องได้เมื่อเทียบกับปริมาณอาหารที่จัดเต็มและความหลากหลายของเมนูที่มีให้เลือกจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว

Shakariki 432 Asoke

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–4:00 น.

ที่อยู่

PS Tower 36/1 A ซอยอโศก แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/shakariki432-asoke/

เบอร์ติดต่อ

02-664-0927

Facebook

facebook.com/shakariki432

2. Ebisu Shoten Silom

Ebisu Shoten Silom ตั้งอยู่ริมถนนสีลมใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง เป็นร้านที่ให้บรรยากาศเหมือนยกย่านกินดื่มกลางกรุงโตเกียวมาวางไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยการตกแต่งสไตล์ย้อนยุคที่เน้นความโปร่งสบายและเป็นกันเอง ภายในร้านสว่างไสวด้วยแสงไฟและเต็มไปด้วยเสียงพนักงานที่คอยต้อนรับอย่างกระฉับกระเฉง ความพิเศษของที่นี่คือความรู้สึกที่ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมาก จะมานั่งกินข้าวคนเดียวหลังเลิกงาน หรือจะชวนแก๊งเพื่อนมาเฮฮาก็เข้ากันได้ดีกับบรรยากาศร้านที่ดูมีชีวิตชีวาตลอดเวลา แถมยังเป็นทำเลที่เดินทางสะดวกสุดๆ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นในย่านนี้

ซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องสั่งเมื่อมาถึงคือคุชิคัตสึหรือของทอดเสียบไม้ที่มีให้เลือกหลายสิบอย่างที่ราคาเริ่มต้นหลักสิบ จุดเด่นอยู่ที่แป้งบางกรอบไม่อมน้ำมันและซอสสูตรลับที่รสชาติกลมกล่อม นอกจากของทอดแล้วยังมีเมนูซูชิและซาชิมิที่สดใหม่ในราคาที่คุ้มค่ามาก รวมถึงเมนูยอดฮิตอย่างไข่ปลาแซลมอนล้นทะลักที่เสิร์ฟมาแบบจัดเต็มสะใจสายกิน เมนูทานเล่นอย่างเอ็นไก่ทอดหรือตับไก่ผัดกุยช่ายก็ทำออกมาได้รสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง เหมาะสำหรับการแกล้มเครื่องดื่มเย็นๆ เป็นที่สุด ความหลากหลายของเมนูที่มีตั้งแต่ของหนักท้องไปจนถึงของกินเล่นเบาๆ ทำให้สามารถนั่งยาวๆ ได้แบบไม่มีเบื่อ

ราคาโดยเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าและเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์ชาวออฟฟิศย่านสีลมเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับปริมาณอาหารที่ได้รับและบรรยากาศที่สนุกสนานเป็นกันเองแบบนี้ จึงไม่แปลกใจเลยที่ร้านนี้จะมีลูกค้าแวะเวียนมาจับจองโต๊ะกันจนแน่นร้านแทบทุกวันโดยเฉพาะช่วงเย็นวันศุกร์

Ebisu Shoten Silom

เวลาทำการ

จ.-พฤ., อา. 11:00–1:00 น.

ศ.-ส. 11:00–3:00 น.

ที่อยู่

บริษัท ไมที ฮีรอส จำกัด, อาคารพรภิวัฒน์ ชั้นที่ 1 เอบี, 149, 27-28 ถ. สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/jpn/restaurants/ebisu-shoten-silom/

เบอร์ติดต่อ

080-263-7863

Facebook

facebook.com/EBISUShotenSilom

3. Hinata Izakaya Sutthisan

Hinata Izakaya Sutthisan ตั้งอยู่แถว MRT สุทธิสาร ให้อารมณ์เหมือนร้านลับเล็กๆ ตามตรอกในญี่ปุ่นที่คนท้องถิ่นชอบไปฝากท้อง ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายเน้นงานไม้และแสงไฟโทนอุ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายในทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา พื้นที่ไม่ได้ใหญ่โตจนดูอึดอัดแต่กลับให้ความเป็นส่วนตัวได้อย่างน่าประหลาด จุดเด่นคือบรรยากาศที่เป็นกันเองแบบสุดๆ เหมือนเราแวะมานั่งเล่นที่ร้านของคนรู้จัก ความเงียบสงบในร้านช่วยตัดขาดความวุ่นวายจากถนนสายหลักข้างนอกได้ดีมาก เหมาะสำหรับสายชิลล์ที่อยากนั่งละเลียดเครื่องดื่มและคุยกับเพื่อนแบบยาวๆ ในบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ

จุดขายหลักของที่นี่คือเมนูย่างถ่านที่ทำออกมาได้หอมและรสชาติเข้าเนื้อแบบต้นตำรับ เมนูห้ามพลาดเลยคือไก่เสียบไม้ย่างส่วนต่างๆ ที่เนื้อสัมผัสนุ่มชุ่มฉ่ำไม่แห้งกระด้าง โดยเฉพาะตับไก่ที่ย่างมาแบบกึ่งสุกกึ่งดิบกำลังพอดี รวมถึงเมนูเด็ดอย่างข้าวปั้นย่างที่ผิวนอกกรอบหอมกลิ่นถ่านด้านในนุ่มหนึบ นอกจากนี้ยังมีเมนูของทานเล่นที่ทำสดใหม่ทุกจานอย่างสลัดมันฝรั่งรสนัวและไข่หวานเนื้อเด้งที่สะท้อนถึงความประณีตในการทำอาหารแบบโฮมเมด รสชาติอาหารจะมีความกลมกล่อม ไม่เน้นปรุงรสจัดจนเกินไปเพื่อให้เข้ากับเครื่องดื่มเย็นๆ ได้ทุกประเภท

สำหรับงบประมาณในการมาทานที่ร้านนี้จะตกอยู่ประมาณ 200-400 บาทต่อคน ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับรสชาติอาหารที่ละเมียดละไมและการบริการที่เอาใจใส่ เป็นร้านที่ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศย่านสุทธิสารที่มองหาคุณภาพในราคาที่สบายกระเป๋าและได้ฟีลญี่ปุ่นแท้ๆ แบบไม่ต้องเดินทางไกลเข้าเมืองชั้นในให้เหนื่อยเพิ่มเลยทีเดียว

Hinata Izakaya Sutthisan

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:30–14:30 น. และ 17:30–23:30 น.

อา. 12:00–22:00 น.

ที่อยู่

ถ. สุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hinata-izakaya-sutthisan/

เบอร์ติดต่อ

065-059-9658

Facebook

facebook.com/Hinataizakayabkk

4. Japanese Kitchen Ant'z

Japanese Kitchen Ant’z เป็นร้านที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 55 ย่านทองหล่อ ที่ให้ฟีลอบอุ่นต่างจากร้านอิซากายะจ๋าๆ ทั่วไป เพราะบรรยากาศภายในแบ่งเป็น 2 ชั้น ตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ดูดีเหมือนหลุดเข้าไปในบ้านเพื่อนคนญี่ปุ่นจริงๆ พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางจนวุ่นวาย ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง จะนั่งเคาน์เตอร์บาร์ดูเชฟทำอาหารเพลินๆ หรือจะยกแก๊งขึ้นไปโซนชั้นสองก็ได้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายของย่านทองหล่อมานั่งคุยกันยาวๆ แบบไม่ต้องตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี

ความโดดเด่นของที่นี่คืออาหารสไตล์รสมือแม่หรือโฮมเมดที่ปรุงออกมาได้รสชาติดั้งเดิมแบบคนญี่ปุ่นกินกันจริงๆ เมนูห้ามพลาดเลยคือข้าวปลาไหลอบหม้อดินที่หุงมาแบบร้อนๆ กลิ่นหอมฟุ้ง เนื้อปลาไหลนุ่มละลายในปาก ต่อด้วยไก่ย่างราดซอสเกรวี่แบบเผ็ดที่ให้รสสัมผัสแปลกใหม่จัดจ้านกำลังดี ส่วนใครชอบสัมผัสความสดของวัตถุดิบต้องสั่งเนกิโทโร่ อิคุระ ที่จัดเต็มทั้งทูน่าสับและไข่ปลาแซลมอนล้นๆ หรือจะลองลิ้นวัวการ์ปัชโชที่แล่มาบางเฉียบเคี้ยวหนึบสู้ฟันก็ดีไม่แพ้กัน รวมถึงไข่ม้วนเนื้อนุ่มเด้งที่สะท้อนความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการปรุง

สำหรับค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทต่อคน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบและการบริการที่ใส่ใจในย่านใจกลางเมืองแบบนี้

Japanese Kitchen Ant'z

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–2:00 น.

ที่อยู่

416/4 Soi Sukhumvit 55 Thonglor Klongton, Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/japanese-kitchen-antz/

เบอร์ติดต่อ

065-384-1269

Facebook

facebook.com/Antz-Japanese-kitchen

5. SUNNY MAN

SUNNY MAN เป็นร้านอิซากายะที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านเจริญนคร ฝั่งธนฯ ที่จะทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในย่านกินดื่มของคนท้องถิ่นในญี่ปุ่นจริงๆ เพราะบรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเองจากการต้อนรับของเชฟชาวญี่ปุ่นแท้ๆ จากจังหวัดโอกายาม่าที่มีประสบการณ์ทำอาหารมานานกว่าทศวรรษ ตัวร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายเน้นความสบายใจ มีลูกค้าชาวญี่ปุ่นแวะเวียนมาจับจองที่นั่งกันหนาตาจนเป็นเครื่องการันตีความออริจินอลได้ดีที่สุด ความพิเศษคือความรู้สึกเหมือนได้มานั่งทานอาหารในบ้านเพื่อนผู้เชี่ยวชาญด้านการทำครัวที่พร้อมจะรังสรรค์มื้อพิเศษให้เราหายเหนื่อยจากการทำงานได้ทันที

หัวใจสำคัญของความอร่อยที่นี่คือการปรุงอาหารด้วยรสชาติดั้งเดิมที่หาตัวจับยาก โดยมีเมนูในตำนานอย่างยากิโซบะซอสสูตรลับที่เส้นเหนียวนุ่มคลุกเคล้ากับซอสเข้มข้นจนรสสัมผัสกลมกล่อมเข้าเนื้อแบบที่กินแล้วต้องหยุดไม่อยู่ นอกจากนี้ยังมีเมนูเนื้อวากิวที่เชฟคัดสรรมาอย่างดี นำมาปรุงผ่านเทคนิคเฉพาะตัวจนได้เนื้อที่นุ่มชุ่มฉ่ำละลายในปาก รวมถึงบรรดาเมนูโฮมเมดสไตล์อิซากายะอีกหลากหลายรายการที่เน้นความสดใหม่และใส่ใจในทุกขั้นตอนการทำ ทำให้ทุกจานที่เสิร์ฟออกมามีกลิ่นอายความประณีตแบบต้นตำรับแท้ๆ ที่ส่งตรงจากฝีมือเชฟระดับมืออาชีพ

สำหรับค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาทขึ้นไปต่อคน ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ย่อมเยาและจับต้องได้ง่ายมากเมื่อเทียบกับประสบการณ์การทานอาหารฝีมือเชฟญี่ปุ่นใจกลางย่านเจริญนคร เป็นพิกัดที่คุ้มค่าแก่การข้ามฝั่งมาลองสัมผัสความอร่อยระดับตำนานในบรรยากาศที่แสนจะเรียบง่ายและจริงใจ

SUNNY MAN

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

1583, 1585 ถ. เจริญนคร แขวงบางลำภูล่าง คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sunny-man/

เบอร์ติดต่อ

063-804-3014

Facebook

facebook.com/SUNNY-MAN

6. Sanriku Sushi Kyodoizakaya

Sanriku Sushi Kyodoizakaya เป็นร้านที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 19 ใกล้กับห้าง Terminal 21 ที่จะมอบประสบการณ์การกินดื่มแบบส่งตรงจากภูมิภาคโทโฮคุ ภายในร้านตกแต่งให้ความรู้สึกขรึมเท่และเงียบสงบกว่าร้านอิซากายะสายเฮฮาทั่วไป มีกลิ่นอายความดั้งเดิมของร้านอาหารแถบชายฝั่งทะเล จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้พิเศษคือบรรยากาศที่ดูเป็นผู้ใหญ่และมีความเป็นส่วนตัวสูง มีโซนที่นั่งทั้งแบบเคาน์เตอร์บาร์ที่มองเห็นเชฟจัดการปลาสดๆ และโต๊ะแยกที่กั้นสัดส่วนไว้อย่างดี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่คุยธุรกิจแบบไม่เป็นทางการหรืออยากนั่งละเลียดรสชาติอาหารในวันพักผ่อนอย่างแท้จริง

เมนูเด่นที่ยกให้เป็นอันดับหนึ่งคือบรรดาซาชิมิและซูชิที่ใช้วัตถุดิบส่งตรงมาจากท่าเรือในแถบซันริคุ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสดและคุณภาพของอาหารทะเลที่หาตัวจับยาก เมนูที่ต้องลองคือปลาตามฤดูกาลที่เชฟคัดมาอย่างดี เนื้อปลาหวานเด้งแทบไม่ต้องจิ้มโชยุเยอะ นอกจากนี้ยังมีของขึ้นชื่อประจำถิ่นอย่างหอยนางรมตัวโตเนื้อฉ่ำ และเมนูย่างถ่านที่ใช้ความร้อนกำลังดีดึงเอารสสัมผัสของวัตถุดิบออกมาได้ชัดเจน รวมถึงมีสาเกจากทางตอนเหนือของญี่ปุ่นให้เลือกจับคู่กับอาหารเยอะมาก ช่วยชูรสชาติของเนื้อปลาให้โดดเด่นขึ้นไปอีกขั้น ใครที่เป็นคอปลาและชอบรสชาติดั้งเดิมแบบเน้นวัตถุดิบไม่ปรุงแต่งเยอะบอกเลยว่าที่นี่คือคำตอบ

งบประมาณสำหรับมื้ออาหารคุณภาพสูงที่นี่จะตกอยู่ราวๆ 500-1,000 บาทขึ้นไปต่อคน ขึ้นอยู่กับว่าเราสั่งปลาสายพันธุ์พิเศษขนาดไหน แต่เมื่อเทียบกับระดับความสดและรสชาติที่หาทานได้ยากในร้านทั่วไปในกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าแก่การลงทุนเพื่อรางวัลชีวิตในมื้อเย็นเป็นที่สุด

Sanriku Sushi Kyodoizakaya

เวลาทำการ

จ.-ส. 17:00–4:00 น.

อา. 17:00–2:00 น.

ที่อยู่

ซอยสุขุมวิท 19 แยก 2 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sanriku-sushi-kyodoizakaya/

เบอร์ติดต่อ

02-651-2361

Facebook

facebook.com/sanriku.sushi.kyodoizakaya

7. Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya

Hokkaido Sushi Izakaya Ezoyaตั้งอยู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 28 และสุขุมวิท 30 เป็นร้านอิซากายะที่จะทำให้ลืมภาพร้านอิซากายะแบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะที่นี่เน้นนำเสนอจิตวิญญาณของอาหารจากเกาะฮอกไกโดอย่างแท้จริง ตัวร้านออกแบบมาให้เลือกนั่งได้ตามความชอบ โดยแบ่งเป็นโซนอาคารหลักที่ให้กลิ่นอายความเรียบหรู อบอุ่น เหมาะกับการมาเดทหรือคุยงานแบบเป็นกันเอง และอาคารแยกส่วนตัวที่รองรับการปาร์ตี้แบบยกแก๊งให้สนุกได้เต็มที่ ความพิเศษคือการจัดการพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกไม่แออัด มีความเป็นสัดส่วนชัดเจนแต่ยังคงความคึกคักแบบฉบับร้านกินดื่มญี่ปุ่นไว้ได้อย่างลงตัว

เมนูอาหารของทางร้านมีความหลากหลาย ตั้งแต่ซูชิและซาชิมิเกรดพรีเมียมที่สดเหมือนส่งตรงมาจากท่าเรือ ไปจนถึงของกินเล่นและเมนูอะลาคาร์ทที่หาทานยากอย่างขนมจีบเนื้อแกะที่ไม่มีกลิ่นสาบและรสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ ลิ้นวัวย่างถ่านของที่นี่ก็ทำออกมาได้นุ่มหอมกลิ่นย่างไฟกำลังดี หรือจะลองปีกไก่ทอดกรุบกรอบ กุ้งทอดซอสมาโยเนื้อเด้ง และไข่ม้วนญี่ปุ่นสอดไส้ไข่ปลาเมนไทโกะที่รสชาติเค็มมันนัวเข้ากันสุดๆ นอกจากนี้ยังมีข้าวหน้าต่างๆ และบุฟเฟ่ต์สำหรับสายกินที่อยากจัดหนักให้คุ้มค่าในมื้อเดียว

ราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลมากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบที่ส่งตรงมาจากฮอกไกโดและความหลากหลายของเมนูที่มีให้เลือกชิมแบบไม่รู้จบในย่านสุขุมวิทแบบนี้

Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya

เวลาทำการ

ทุกวัน 16:00–23:00 น.

ที่อยู่

720/19-20 ถนนสุขุมวิท ระหว่างซอย 28-30 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hokkaido-sushi-izakaya-ezoya/

เบอร์ติดต่อ

02-258-6636

Facebook

facebook.com/ezoya.bangkok

8. Sasaya Sukhumvit

Sasaya Sukhumvit เป็นร้านอิซากายะระดับตำนานที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 49/11 หรือซอยพร้อมศรี ให้ความรู้สึกเหมือนก้าวข้ามประตูมิติไปอยู่ในร้านกินดื่มแถบชนบทของญี่ปุ่นจริงๆ ตัวร้านเป็นเหมือนบ้านดินตกแต่งด้วยไม้เก่าให้บรรยากาศขรึมเท่แต่ดูอบอุ่น ที่นั่งแยกเป็นห้องเป็นส่วนตัวอย่างเป็นสัดส่วน ทำให้เหมาะมากสำหรับการมานั่งคุยธุรกิจหรือพักผ่อนหลังเลิกงานแบบไม่ต้องกลัวใครรบกวน ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือการต้อนรับที่ดูเป็นมืออาชีพแต่เป็นกันเอง รวมถึงการจัดวางจานชามที่มีดีไซน์เฉพาะตัว เสริมให้มื้ออาหารดูมีเสน่ห์และมีเรื่องราวมากขึ้น

ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือบรรดาเมนูย่างฟางหรือวารายากิ (Warayaki) ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วร้าน โดยเฉพาะปลาคัตสึโอะย่างฟางที่ผิวนอกเกรียมหอมแต่เนื้อในยังนุ่มฉ่ำรสชาติเข้มข้น เมนูซิกเนเจอร์อีกอย่างที่โต๊ะไหนก็ต้องสั่งคือข้าวอบหม้อดินที่มีให้เลือกหลากหลายหน้าซึ่งหุงมาแบบเมล็ดข้าวเรียงตัวสวยรสชาติซึมลึกเข้าเนื้อ รวมถึงปลาคินเมไดนึ่งซีอิ๊วตัวโตเนื้อหวานเด้ง และเมนูสร้างสรรค์อย่างเต้าหู้โฮมเมดเนื้อเนียนละเอียดที่กินแล้วสดชื่นสุดๆ ทุกจานเน้นดึงรสชาติจากวัตถุดิบตามฤดูกาลออกมาได้อย่างสูงสุดตามสไตล์อาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม

 

งบประมาณต่อหัวสำหรับมื้อพิเศษที่นี่จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท ซึ่งอาจจะสูงกว่าร้านอิซากายะทั่วไปเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบระดับพรีเมียมและความประณีตในทุกขั้นตอนการปรุง ก็ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าสำหรับคนที่มองหาประสบการณ์การกินดื่มที่เหนือระดับขึ้นมาอีกขั้นในย่านสุขุมวิท

Sasaya Sukhumvit

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:30–23:00 น.

ที่อยู่

165 ซ. พร้อมมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sasaya-sukhumvit/

เบอร์ติดต่อ

02-119-7248

Facebook

facebook.com/sasaya.bangkok

9. Izakaya Naihua

Izakaya Naihua ตั้งอยู่ใจกลางย่านธนิยะ สีลม แหล่งรวมความบันเทิงสไตล์ญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความคึกคักหลังพระอาทิตย์ตกดิน โดยร้านนี้ฉีกกฎร้านอิซากายะแบบเดิมๆ ด้วยการผสมผสานกลิ่นอายความสนุกแบบไทยเข้าไปในวัฒนธรรมการกินดื่มของญี่ปุ่น ภายในตกแต่งด้วยสีสันจัดจ้านให้ความรู้สึกเป็นกันเองสุดๆ จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้น่าไปคือความกระตือรือร้นของพนักงานและการบริการที่ดูสนุกสนานไม่เกร็ง เหมาะมากสำหรับกลุ่มเพื่อนออฟฟิศย่านสีลมที่อยากหาที่ปลดปล่อยความเครียดแบบเต็มเหนี่ยวในราคาที่สบายกระเป๋า

ความพิเศษของเมนูที่นี่คือการนำวัตถุดิบอาหารทะเลสดๆ มานำเสนอในรูปแบบที่จัดจ้านและเข้ากับเครื่องดื่มเย็นๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม เมนูห้ามพลาดคือหมึกซาชิมิสดใหม่และมีความหวานตามธรรมชาติ หรือจะเป็นกุ้งเต้นที่ปรุงรสมาแบบไทยๆ ให้ความแซ่บที่ตัดกับเมนูย่างเกลือสไตล์ญี่ปุ่นได้ดีมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูเสียบไม้ปิ้งย่างที่ราคาน่ารักแต่รสชาติเข้มข้นถึงใจ รวมถึงเมนูทานเล่นอย่างถั่วแระญี่ปุ่นและครีบปลาเอ็นกาวะลวกจิ้มที่สั่งมาทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรดได้เพลินตลอดทั้งคืน รสชาติอาหารที่นี่จะมีความเข้มข้นเล็กน้อยเพื่อให้ถูกปากคนไทยที่ชอบรสจัดจ้าน

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-500 บาท ถือว่าราคาดีมากสำหรับทำเลทองอย่างธนิยะ ทำให้เราสามารถสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะและดื่มต่อได้ยาวๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณในกระเป๋าเท่าไหร่นัก เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับสายชิลล์ที่เน้นความคุ้มค่าและความสนุกเป็นหลัก

Izakaya Naihua

เวลาทำการ

จ.-ส. 18:00–3:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

9, 33 ถ. ธนิยะ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/izakaya-naihua/

เบอร์ติดต่อ

096-909-2285

Facebook

facebook.com/izakayanaihua

10. Yakitori Ban Ban Ekkamai

Yakitori Ban Ban Ekkamai เป็นร้านลับย่านเอกมัยที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในย่านกินดื่มของคนท้องถิ่นในโตเกียวด้วยขนาดร้านที่กะทัดรัดและอบอุ่นเป็นกันเองแบบสุดๆ ภายในตกแต่งด้วยไม้โทนสีเข้มและแสงไฟสีนวลตาที่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายได้ทันทีที่เดินเข้ามา ความพิเศษของที่นี่คือการจัดที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์รอบเตาย่างที่ทำให้เราได้เห็นเชฟบรรจงย่างไก่ทีละไม้ด้วยความชำนาญ กลิ่นหอมของถ่านไม้ไผ่ที่ตลบอบอวลช่วยกระตุ้นความหิวได้ดีมาก เหมาะมากสำหรับใครที่อยากมานั่งดื่มด่ำกับเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมดูศิลปะการย่างอาหารแบบใกล้ชิด ไม่ว่าจะมาคนเดียวหรือมากับเพื่อนสนิทก็ได้รับพลังงานบวกกลับไปแน่นอน

ทีเด็ดที่ทำให้ร้านนี้ครองใจสายกินคือเมนูไก่ย่างถ่านหรือยากิโทริที่ใช้ส่วนต่าง ๆ ของไก่มาปรุงอย่างพิถีพิถัน เมนูที่ต้องลองคือตับไก่ย่างที่เนื้อสัมผัสนุ่มเนียนละลายในปากแบบไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่นิดเดียว หรือจะเป็นเนื้อสะโพกไก่เสียบไม้ต้นหอมย่างที่ปรุงรสด้วยเกลือเพื่อดึงความหวานของเนื้อออกมาได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีเมนูของทานเล่นที่ทำมาเพื่อแกล้มเครื่องดื่มโดยเฉพาะอย่างไก่ทอดคาราอาเกะสูตรเฉพาะที่แป้งบางกรอบแต่เนื้อด้านในยังคงความฉ่ำวาว หรือจะเป็นสลัดมันฝรั่งรสนัวที่กินเพลินจนหยุดไม่ได้ ความลับของรสชาติที่นี่อยู่ที่ซอสสูตรลับที่เคี่ยวจนเข้มข้นกลมกล่อมเข้าเนื้อทุกคำที่กัด

สำหรับค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-800 บาทต่อคน ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าและเป็นมิตรมากสำหรับย่านเอกมัย ยิ่งถ้าเน้นสั่งเป็นไม้มาแบ่งกันทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรดก็ยิ่งทำให้มื้อนี้กลายเป็นรางวัลชั้นดีสำหรับการพักผ่อนหลังผ่านวันอันแสนเหนื่อยล้ามาทั้งวัน

Yakitori Ban Ban Ekkamai

เวลาทำการ

จ.-ส. 18:00–4:00 น.

อา. 18:00–2:00 น.

ที่อยู่

112, 7 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakitori-ban-ban-ekkamai/

เบอร์ติดต่อ

02-000-2600

Facebook

facebook.com/izakaya.ban.ban.ekkamai

11. Fuku Fuku

Fuku Fuku เป็นร้านกินดื่มขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่ย่านสุขุมวิท 39 ให้ความรู้สึกเหมือนแวะมานั่งเล่นที่ห้องนั่งเล่นของคนญี่ปุ่นจริงๆ ด้วยการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นแบบเป็นกันเอง ภายในร้านมีแสงไฟสลัวๆ ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายได้ดีมากหลังเลิกงาน ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือพื้นที่ที่ไม่ได้กว้างขวางจนวุ่นวาย ทำให้เราได้รับบริการที่ทั่วถึงและรู้สึกเหมือนเป็นแขกคนพิเศษตลอดเวลา เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความว่องไวของย่านสุขุมวิทมานั่งพักขาจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ในมุมสงบๆ ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง

เมนูอาหารของที่นี่เน้นไปที่ความสดใหม่และรสชาติที่กลมกล่อมแบบต้นตำรับ โดยเฉพาะซาชิมิที่แล่มาแบบชิ้นหนาพอดีคำ เนื้อปลาหวานเด้งเหมือนเพิ่งขึ้นจากเรือ เมนูที่พลาดไม่ได้คือบรรดาของกินเล่นอย่างไก่ทอดคาราอาเกะที่กรอบนอกนุ่มในแบบฉ่ำวาว หรือจะเป็นยากิโทริที่ย่างมาจนหอมกลิ่นถ่านอ่อนๆ รสชาติเข้มข้นถึงใจ นอกจากนี้ยังมีเมนูที่หาทานยากในร้านทั่วไปอย่างพุงปลาแซลมอนย่างที่มันเยิ้มกำลังดี และเครื่องเคียงจานเล็กจานน้อยที่เชฟปรุงออกมาได้รสชาติกลมกล่อมสุดๆ ช่วยชูรสเครื่องดื่มแก้วโปรดให้ยิ่งดื่มเพลินเข้าไปอีก

สำหรับงบประมาณโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 400-800 บาทต่อคน เมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบและความประณีตในการปรุงถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับย่านใจกลางเมืองแบบนี้ เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่สายอิซากายะต้องลองแวะมาเช็กอินให้ได้สักครั้งในวันที่อยากชาร์จพลังแบบเงียบๆ เป็นส่วนตัวที่สุด

Fuku Fuku

เวลาทำการ

จ.-พฤ. 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:30 น.

ศ. 11:30–14:00 น. และ 16:00–1:00 น.

ส.-อา. 11:30–1:00 น.

ที่อยู่

UBC2 591 ตึก ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/fukufuku/

เบอร์ติดต่อ

02-662-1331

Instagram

instagram.com/fukufuku_sukhumvit33

12. Obanzai Kitaro

Obanzai Kitaro ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 41 เป็นร้านที่มอบความรู้สึกแตกต่างจากอิซากายะสายปาร์ตี้ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะที่นี่เน้นคอนเซปต์โอบันไซซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านสไตล์เกียวโต ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความประณีต มีเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่จัดวางถาดอาหารปรุงสำเร็จหลากชนิดให้เราได้เลือกชี้สั่งได้ตามใจชอบ บรรยากาศเงียบสงบและดูเป็นผู้ใหญ่กว่าร้านอื่นๆ ในย่านเดียวกัน ให้ความรู้สึกเหมือนได้แวะมาพักผ่อนในบ้านไม้เก่าแก่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ จุดเด่นคือการบริการที่อบอุ่นและการจัดแสงไฟสลัวๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายจากความเร่งรีบของย่านพร้อมพงษ์ได้เป็นอย่างดี

ความน่าสนใจของเมนูอาหารอยู่ที่ความหลากหลายของเมนูจานเล็กจานน้อยที่สลับหมุนเวียนไปตามวัตถุดิบแต่ละวัน เมนูที่ห้ามพลาดคือบรรดาผักต้มและเครื่องเคียงสไตล์เกียวโตที่รสชาติกลมกล่อมแบบธรรมชาติ ไม่พึ่งเครื่องปรุงรสที่จัดจ้านจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีปลาเผาถ่านที่ย่างมาแบบหนังกรอบเนื้อในยังฉ่ำวาว และเมนูไข่ม้วนสไตล์คันไซที่เนื้อเนียนนุ่ม เอกลักษณ์ของร้านนี้คือการนำเสนออาหารที่กินแล้วสบายท้อง ไม่หนักจนเกินไป ทำให้เราสามารถจิบเครื่องดื่มคู่ไปกับการละเลียดรสชาติอาหารได้ยาวๆ แบบไม่เลี่ยน เหมาะสำหรับคนที่โหยหารสชาติดั้งเดิมที่เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบเป็นหลัก

สำหรับค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทต่อคน ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลมากเมื่อเทียบกับความประณีตของอาหารสไตล์โอบันไซที่หาทานยากในไทยและการได้รับประสบการณ์การกินดื่มที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูงใจกลางเมืองแบบนี้ เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่สายกินดื่มที่รักสุขภาพและความสงบต้องประทับใจแน่นอน

Obanzai Kitaro

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–0:00 น.

ที่อยู่

2/13 ซ สุขุมวิท 41 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaro-obanzai/

เบอร์ติดต่อ

066-114-3855

Facebook

facebook.com/obanzaikitaro

13. Laburi Japanese Izakaya

Laburi Japanese Izakaya เป็นร้านอิซากายะลับๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 23 ให้บรรยากาศที่ต่างจากความวุ่นวายของย่านอโศกอย่างสิ้นเชิง ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายเน้นงานไม้โทนสีอบอุ่น แฝงไปด้วยความรู้สึกเป็นกันเองเหมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นบ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่เน้นความโปร่งสบายไม่แออัด พื้นที่ไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่กลับจัดสรรที่นั่งได้อย่างลงตัว ทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง เหมาะมากสำหรับใครที่อยากมานั่งพักผ่อนคุยกันแบบสบายๆ หลังเลิกงาน หรือจะใช้เป็นมุมสงบๆ สำหรับการดื่มด่ำกับเครื่องดื่มเย็นๆ คู่กับกับแกล้มรสเลิศในบรรยากาศที่เงียบสงบและดูเป็นผู้ใหญ่กว่าร้านในละแวกเดียวกัน

เมนูอาหารของที่นี่มีความโดดเด่นที่การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมมาปรุงในสไตล์โฮมเมดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมนูที่ต้องลองสั่งคือบรรดาอาหารทะเลสดๆ อย่างซาชิมิที่แล่มาแบบชิ้นโตเนื้อหวานเด้งสะใจ หรือจะเป็นเมนูย่างถ่านที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วร้าน โดยเฉพาะลิ้นวัวย่างที่ทำออกมาได้นุ่มหนึบกำลังดีปรุงรสมาแบบกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีเมนูทานเล่นอย่างครีบปลากระเบนย่างและไข่ม้วนเนื้อนุ่มที่เข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มทุกประเภท ความพิเศษอยู่ที่ความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการจัดจานและการปรุงรสชาติที่เน้นดึงรสสัมผัสธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด ทำให้แต่ละจานที่เสิร์ฟออกมาดูมีเสน่ห์และชวนให้เจริญอาหารเป็นพิเศษ

สำหรับงบประมาณในการมาทานที่ร้านนี้จะตกอยู่ประมาณ 800-1,000 บาทต่อคน ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับความเงียบสงบและการได้ลิ้มลองรสชาติอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดีใจกลางเมืองที่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญอย่างอโศก-สุขุมวิทแบบนี้ เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาดสำหรับสายชิลล์ที่มองหาความสงบควบคู่ไปกับความอร่อยอย่างแท้จริง

Laburi Japanese Izakaya

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

120/10 ซ. สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/laburi/

เบอร์ติดต่อ

063-162-0607

Facebook

facebook.com/Laburi-shabu-izakaya-bangkok

14. GoGo Sakaba

GoGo Sakaba เป็นร้านอิซากายะที่ตั้งอยู่ริมถนนกาญจนาภิเษก โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นยุคใหม่ที่ผสมผสานความเท่และความจัดจ้านของแสงสีนีออนเข้าด้วยกัน ภายในร้านกว้างขวางและโปร่งสบาย ไม่ให้ความรู้สึกอึดอัดเหมือนร้านในเมืองหลวงชั้นใน มีมุมที่นั่งให้เลือกหลากหลายทั้งแบบโต๊ะมาตรฐานและมุมโซฟาที่เหมาะกับการนั่งเอนหลังจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ยาวๆ ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้น่าไปคือดนตรีสดที่คอยขับกล่อมสร้างมวลความสุขให้กับการสังสรรค์ ซึ่งหาได้ยากในร้านอิซากายะแบบดั้งเดิม ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูมีชีวิตชีวาและสนุกสนาน เหมาะที่สุดสำหรับการชวนเพื่อนร่วมงานมาปลดปล่อยความเหนื่อยล้าหลังเลิกงานในย่านชานเมือง

สิ่งที่ทำให้สายกินต้องประทับใจคือเมนูอาหารที่มีความหลากหลายและปริมาณที่ให้มาแบบจัดเต็มคุ้มค่า เมนูห้ามพลาดเลยคือหม้อไฟนาเบะที่น้ำซุปรสชาติกลมกล่อมซดคล่องคอมาก ยิ่งถ้าสั่งมาทานคู่กับเนื้อย่างเสียบไม้ที่พ่นไฟจนหอมฉุยยยิ่งเข้ากันสุดๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูฟิวชันอย่างยำแซลมอนรสจัดจ้านที่ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี หรือจะเป็นของทอดกรุบกรอบที่ทอดมาได้แห้งไม่อมน้ำมัน เอกลักษณ์ของอาหารที่นี่คือการนำเสนอที่ดูทันสมัยแต่ยังคงรสชาติที่เข้มข้นถูกปากคนไทย ทำให้ทุกจานที่เสิร์ฟออกมากลายเป็นกับแกล้มชั้นเลิศที่ช่วยชูรสเครื่องดื่มแก้วโปรดให้ดื่มง่ายขึ้นไปอีก

ราคาต่อหัวเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าย่อมเยาและคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับบรรยากาศร้านที่กว้างขวางและการบริการที่รวดเร็วทันใจ เป็นพิกัดเด็ดสำหรับชาวฝั่งธนฯ และคนที่ใช้เส้นทางถนนกาญจนาภิเษกเป็นประจำที่อยากหาร้านนั่งชิลล์ฟีลญี่ปุ่นแบบไม่ต้องฝ่ารถติดเข้าไปในเมืองให้เสียเวลาบุฟเฟต์เวลาพักผ่อนไปเปล่าๆ

GoGo Sakaba

เวลาทำการ

จ.-พฤ. 12:00–14:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ศ.-ส. 12:00–0:00 น.

อา. 12:00–23:00 น.

ที่อยู่

456 ถ. กาญจนาภิเษก แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/gogo-sakaba/

เบอร์ติดต่อ

02-397-6979

instagram

instagram.com/gogo_sakaba

15. Kenshin Izakaya Asoke

Kenshin Izakaya สาขาอโศก ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ใกล้ BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท นอกจากบรรยากาศที่จัดเต็มเหมือนยกญี่ปุ่นมาไว้ที่นี่ ร้านยังจัดเต็มเมนูยอดนิยมที่มักจากทานในร้านอิซากายะ ไม่ว่าจะเป็นของย่างเสียบไม้ (Kushiyaki) ที่มีให้เลือกทั้งไก่ เนื้อ หมู และผักต่างๆ เมนูซาชิมิและซูชิคุณภาพดี เมนูของทอดที่ขาดไม่ได้อย่างไก่คาราอาเกะ ทาโกะยากิ หรือเมนูข้าวหน้าต่างๆ ราเมง หรือยากิโซบะ พร้อมเครื่องดื่มแบบจัดเต็ม ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท

Kenshin Izakaya Asoke

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–23:30 น.

ที่อยู่

155 ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-661-6202

Facebook

facebook.com/KenshinIzakaya

16. MON Izakaya

MON Izakaya ร้านอิซากายะสไตล์โมเดิร์นที่ผสมผสานความคึกคักของเยาวราชเข้ากับกลิ่นอายญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว บรรยากาศร้านคือดีมาก เหมาะกับการมานั่งแฮงเอาท์กับเพื่อนๆ หรือจะมาเดทแบบสบายๆ หลังเลิกงานก็ได้ฟีลสุดๆ ที่นี่ไม่ได้มีแค่เมนูเสียบไม้ย่างแบบอิซากายะทั่วไปนะ แต่จัดเต็มเมนูอาหารญี่ปุ่นแบบครบเครื่อง ทั้งซูชิ ซาชิมิสดๆ หรือพวกข้าวหน้าด้งต่างๆ ให้เลือกสั่งมาอิ่มอร่อยกันแบบจุกๆ เมนูแนะนำที่สายกินบอกต่อก็คือข้าวหน้าตับห่านที่หอมมันกำลังดี และข้าวหน้าปูหิมะคานิมิโซะที่ใครได้ลองก็ติดใจ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มหลากหลายให้เลือกแกล้มอาหารอร่อยๆ ได้เพลินตลอดคืน ร้านตั้งอยู่ที่ เยาวราช ใกล้สถานีวัดมังกร ราคาต่อหัวประมาณ 500-1,000 บาท

Izakaya Gin

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:00 น.

ที่อยู่

555 แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100

เบอร์ติดต่อ

096-238-8989

Facebook

facebook.com/monizakaya

17. Izakaya Hanako

ร้าน Izakaya Hanako ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 19 เป็นร้านอิซากายะที่ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเลือกมาสังสรรค์ เพราะบรรยากาศจัดเต็มความเป็นอิซากายะ เสิร์ฟเครื่องดื่มและอาหารแบบรัวๆ ไม่ขาดตอน เมนูอาหารครอบคลุมทั้งของสด ของย่าง ของทอด ของทานเล่น รวมไปถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เช่น นิคุจากะ (Nikujyaga) หรือเนื้อและมันฝรั่งตุ๋นซีอิ๊ว เป็นเมนูที่ให้ความรู้สึกโฮมเมด และเมนูที่ต้องลองสั่งคือ ฮานาโกะมากิ เมนูซูชิโรลสุดพิเศษจากทางร้าน  ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท

Izakaya Hanako

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–1:00 น.

ที่อยู่

19/5-6 ซอยสุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

080-077-1919

Facebook

facebook.com/izakaya.hanako.th

18. Nagiya Asoke

Nagiya สาขาอโศก ตั้งอยู่กลางซอยอโศก ข้างปั๊มน้ำมันในซอยสุขุมวิท 21 เป็นร้านอิซากิยะที่นำเสนอบรรยากาศอิซากายะแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เต็มไปด้วยความคึกคักความมีชีวิตชีวา และเสียงพูดคุยจากลูกค้าทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวไทย เสิร์ฟเมนูอิซากายะที่มีให้เลือกหลากหลาย และเมนูที่ไม่เหมือนร้านอื่นๆ เช่น ยำแซลมอน ที่คนไทยหลายคนรีวิวว่ารสชาติแซ่บ และ Grilled Crab Butter in The Shell of Crab เนื้อปูและมันปูย่าง โรยด้วยไข่แดง ให้รสมันๆ นัวๆ ราคาต่อหัวประมาณ 500 – 1,000 บาท

Nagiya Asoke

เวลาทำการ

จ.-ส. 17:00–0:00 น.

ที่อยู่

44/2 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-258-1277

Facebook

facebook.com/Nagiya.Asok.TH

19. Namba756

Namba756 ร้านอิซากายะย่านห้วยขวางที่มีบรรยากาศชิลล์ ๆ  เมนูอาหารก็หลากหลาย ทั้งของย่างเสียบไม้ นิกิริซูชิ เมนูของทอด ข้าวหน้าต่าง ๆ หม้อไฟ ไปจนถึงเมนูของทานเล่น และของหวน และที่สำคัญคือเปิดยาวๆ ไปจนถึงตี 5 เลยนะ เหมาะกับการนั่งสังสรรค์ยามเย็น คุยกันเพลิน ๆ จนลืมเวลา เมนูแนะนำ เช่น หนังแซลมอนทอด เบตอนพัดเห็นเทริยากิ และาวหน้าปลาดิบรวม ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท

Ryu Izakaya

เวลาทำการ

ทุกวัน 19:00–5:00 น.

ที่อยู่

ซอยประชาสงเคราะห์ 38 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

เบอร์ติดต่อ

081-695-6661

Facebook

facebook.com/namba756thailand

20. Kisu Izakaya

Kisu Izakaya สาขาเพลินจิต ตั้งอยู่ในอาคารมหาทุน พลาซ่า เป็นร้านที่มักจะมีลูกค้าที่เป็นพนักงานออฟฟิศมาสังสรรค์หลังเลิกงาน ทำให้ร้านมีชีวิตชีวา ร้านมักจะเปิดเพลงญี่ปุ่นและเพลงสากลจังหวะสนุกๆ หลากหลายแนว ตั้งแต่เพลงคลาสสิกยุค 60s ไปจนถึงเพลงฮิตยุค 90s ทำให้บรรยากาศไม่น่าเบื่อ เหมาะกับการนั่งชิลล์ เมนูอิซากายะทางร้านเองก็จัดเต็ม และมีเมนูหม้อไฟญี่ปุ่น Oden of The Day เป็นเมนูพิเศษประจำวัน ที่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และจำกัดจำนวนขายต่อวัน ใครอยากทานคงต่อรีบไปหน่อยล่ะ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท

Kisu Izakaya

เวลาทำการ

จ.-ศ. 12:00–23:00 น., ปิดทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์

เบอร์ติดต่อ

02-036-3636

Facebook

facebook.com/kisu.izakaya

21. YONAKA IZAKAYA

YONAKA IZAKAYA ตั้งอยู่ที่ลาดพร้าว 56 เป็นร้านอิซากายะที่ให้ฟีลแบบร้านโฮมมี่ อบอุ่นเหมือนร้านประจำของคนญี่ปุ่นในย่านลาดพร้าว มีที่นั่งทั้งแบบโต๊ะนั่งสบายๆ และเคาน์เตอร์บาร์ เมนูของที่นี่ก็นับว่าหลากหลาย แถมราคายังเข้าถึงได้ และแน่นอนว่าเมนูยอดนิยมของอิซากายะอย่างยากิโทริ และของย่างเสียบไม้ ก็มีให้เลือกทั้งเนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อหมู และผักต่างๆ และเมนูของกินเล่นที่เมื่อมาที่ร้านแนะนำว่าต้องลอง คือ คางกุ้งทอด กรอบอร่อย รสเค็มๆ มันๆ กินเพลิน ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 100 – 300 บาทเท่านั้น

YONAKA IZAKAYA

เวลาทำการ

อ.-อา. 17:00–1:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

1652 ซอยลาดพร้าว 56 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

เบอร์ติดต่อ

062-140-9152

Facebook

facebook.com/yonaka.izakaya

22. Yurijin Izakaya & Japanese Dining

Yurijin Izakaya & Japanese Dining ตั้งอยู่แถวพระราม 9  ไม่ไกลจาก MRT เป็นร้านอาหารที่ผสมผสานความเป็นอิซากายะเข้ากับร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โชคุโด (Shokudo) เสิร์ฟเครื่องเคียงและข้าวแบบไม่อั้น พร้อมกับอาหารทานเล่นกว่า 20 อย่างในช่วงกลางวัน ส่วนเมนูอิซากายะที่ต้องลอง เช่น ข้าวหน้าเนื้อ เอบิคัตสึ (Ebi Katsu) แฮมเบิร์กกระทะร้อน และปลาซาบะย่างหอมๆ เนื้อนุ่ม ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท

Yurijin Izakaya & Japanese Dining

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–23:00 น.

ที่อยู่

ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

เบอร์ติดต่อ

083-994-5262

Facebook

facebook.com/yurijin.izakaya

23. 5 YEN IZAKAYA

5 YEN IZAKAYA  ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33/1 ร้านอิซากายะที่มีบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง เมนูอาหารเน้นคุณภาพและรสชาติที่คุ้นเคยในราคาที่เข้าถึงได้ เมนูยอดนิยมที่ขาดไม่ได้ เช่น ของทอดและของย่างเสียบไม้ ไก่คาราอาเกะ เกี๊ยวซ่า ทาโกะยากิ บางเมนูของร้านสร้างสรรค์มากจนได้รับคำชม เช่น Hamaguri Sakamushi ที่มีรสชาติหวาน หอมกลิ่นสาเก ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท

5 YEN IZAKAYA

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–0:00 น.

ที่อยู่

593/2 ชั้น 2 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

094-130-5445

Facebook

facebook.com/5yen.izakaya

24. Hiyaku izakaya

Hiyaku Izakaya ตั้งอยู่ที่ Esplanade Ratchada เป็นร้านอิซากายะที่จะได้สังสรรค์ในบรรยากาศญี่ปุ่นร่วมสมัย ผสมผสานความสนุกและความบันเทิง มีวงดนตรีสดและดีเจ มีมุมถ่ายรูปที่พื้นหลังเป็นไฟนีออน เมนูอาหารไม่ได้มีแค่อาหารญี่ปุ่น แต่มีอาหารไทยและอาหารชาติอื่นๆ ด้วย เมนูอิซากายะที่น่าสนใจ เช่น เกี๊ยวซ่า เมนูของทอด เมนูข้าว เมนูยำและตำ รวมถึงของทานเล่นต่างๆ และเมนูที่อร่อยมากและไม่ควรพลาดเลย คือ เนื้อย่าง ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท

Hiyaku izakaya

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–1:00 น.

ที่อยู่

เลขที่ 99 ชั้น M, เอสพลานาด รัชดา, ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

เบอร์ติดต่อ

02-033-2623

Facebook

facebook.com/HiyakuIzakaya

25. Karasu Izakaya

Karasu Izakaya ตั้งอยู่ที่ ตึก S-OASIS เป็นร้านอิซากายะสไตล์ญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนทำงานย่านวิภาวดีและจตุจักร มีห้องคาราโอเกะให้ได้สนุกสนาน เมนูอาหารก็หลากหลายและราคาเป็นมิตร เริ่มต้นเพียง 29 บาท มีทั้งข้าวหน้าต่างๆ เมนูเส้น เมนูยำ เมนูพิเศษอย่าง ซี่โครงแซ่บจิ้มแจ่ว แฮมเบิร์กเนื้อวากิว เมนูแนะนำ คือ ข้าวหน้าเนื้อไข่ดอง ข้าวหน้าปลาบุริย่างซอสเทริยากิ เมนูปิ้งย่างเสียบไม้ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 200-500 บาท

Karasu Izakaya

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:00–23:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

street 199 S-Oasis tower Vibhavadi Rangsit Rangsit, แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

เบอร์ติดต่อ

081-241-9654

Facebook

facebook.com/Karasuizakaya

26. Honoho Izakaya

Honoho Izakaya ตั้งอยู่ที่ Groove ใน CentralWorld ชั้น 2 เป็นร้านอิซากายะน้องใหม่ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก มีความทันสมัยและมีชีวิตชีวา แถมยังอยู่ใจกลางเมือง ทำให้เดินทางง่าย มีเมนูซิกเนเจอร์ คือ ยากิโทริ ที่ทำใหม่สดทุกวัน ส่วนเมนูแนะนำอื่นๆ เช่น ซาชิมิ หม้อไฟกิมจิ ข้าวหน้าต่างๆ และอาหารทะเล ราคาต่อหัวโดยประมาณอยู่ที่ 250 – 500 บาท

Honoho Izakaya

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–2:00 น.

ที่อยู่

308 ถนนทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

064-952-4988

Facebook

facebook.com/Karasuizakaya

27. Hanamori Izakaya

Hanamori Izakaya ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 31 เป็นร้านอิซากายะที่จะได้ทานอาหารญี่ปุ่นต้นตำหรับในบรรยากาศสบายๆ เมนูอาหารเน้นอาหารญี่ปุ่นที่คุ้นเคย ทานง่าย และหลากหลาย มีเมนูคลาสสิกที่ขาดไม่ได้อย่าง ยากิโทริ และเมนูเด็ดอื่นๆ เช่น เทปันยากิ ทาโกะยากิ ปีกไก่เมนูเส้นต่างๆ  และเพราะเจ้าของร้านมาจากนาโกย่า จึงมีเมนูพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของนาโกย่าอยู่ด้วย ราคาต่อหัวโดยประมาณ: 500 – 1,000 บาท

Hanamori Izakaya

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–1:00 น.

ที่อยู่

59/2 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-259-5752

Facebook

facebook.com/renuly.sasa

28. Taro Izakaya

Taro Izakaya ตั้งอยู่ที่พระราม 9 ตึกยูนิลีเวอร์ เป็นร้านอิซากายะสุดชิลล์ ที่ตกแต่งร้านให้บรรยากาศเหมือนหลุดไปอยู่ญี่ปุ่น และเป็นร้านที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว กลายเป็นจุดแฮงก์เอาท์ยอดฮิตสำหรับคนทำงานและคนที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่น มีทั้งโซนโต๊ะสำหรับคนที่มาทานอาหารแบบกลุ่ม และโซนบาร์สำหรับคนที่อยากจะนั่งชิลล์ มีเมนูทั้งกับแกล้ม เมนูจากหลัก และอาหารทะเลสดใหม่ เมนูแนะนำ เช่น ข้าวแกงกะหรี่ หนวดหมึกผัดซอส รสจัดจ้าน หม้อไฟสูตรพิเศษ ข้าวหน้าเนื้อที่ใช้เนื้อโคขุน สุกี้ยากี้ต้นตำหรับญี่ปุ่น ของทอดเสียบไม้ และ เอฮิเระ (Ehire) หรือครีบกระเบนย่าง เป็นเมนูยอดฮิตสำหรับทานกับเครื่องดื่ม ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 300-500 บาท

Taro Izakaya

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00–14:00 น., 17:00–0:00 น.

ส. 17:00–0:00 น.

ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

161 ชั้น B อาคารยูนิลีเวอร์ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

เบอร์ติดต่อ

092-964-4994

Facebook

facebook.com/TaroIzakaya.Rama9

29. Shikiya Izakaya

Shikiya Izakaya ตั้งอยู่ที่ Sathorn Square เป็นร้านอิซากายะที่กำลังมาแรงในย่านสาทร โดนเด่นด้วยการผสมผสานเมนูอาหารญี่ปุ่นเข้ากับลูกเล่นใหม่ๆ มีบาร์ที่มีมีชีวิตชีวา พร้อมกับเพลงจากดีเจแบบสดๆ สร้างความสนุกสนานในยามค่ำคืน เหมาะกับการปาร์ตี้ เมนูจากทางร้านมีทั้งเมนูคลาสสิกและเมนูฟิวชั่น เมนูแนะนำของร้าน เช่น ซาชิมิแซลมอน เนื้อวากิวทาทากิ โรลซูชิกุ้งเทมปุระ อุด้งเมนไทโกะ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท

Shikiya Izakaya

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00–0:00 น.

ส. 12:00–0:00 น.

อา. 12:00–22:00 น.

ที่อยู่

ชั้น M ยูนิต M-1, 98 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

เบอร์ติดต่อ

091-655-9444

Facebook

facebook.com/shikiya.izakaya

30. IZAKAYA FURUSATO

IZAKAYA FURUSATO ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 33 เป็นร้านอิซากายะที่ให้บบรยากาศเหมือนได้ไปเยือนเมืองเล็กๆ ในญี่ปุ่น ตกแต่งร้านด้วยของสะสมสไตล์ญี่ปุ่น เช่น โปสเตอร์เก่าๆ โมเดลกันดั้ม เป็นที่นิยมในกลุ่มคนญี่ปุ่นด้วยรสชาติแบบต้นตำหรับ เมนูอาหารก็หลากหลาย ทั้งเมนูสุดคลาสสิก เมนูปิ้งย่างเสียบไม้ และเมนูอาหารจานเดียว เมนูแนะนำของที่นี่ เช่น บากิโทริ เมนูของทอด หม้อไฟ ข้าวหน้าต่างๆ อย่างข้าวหน้าไก่และไข่ (Oyako Don) ปลาซาบะย่าง ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท

IZAKAYA FURUSATO

เวลาทำการ

จ.-ส. 17:00–0:00 น.

ที่อยู่

581 ถนนสุขุมวิท 33 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-115-9088

Facebook

facebook.com/kenzosuisan