อัพเดท 10 ร้านอาหารญี่ปุ่นในห้างเซ็นทรัล ที่ไม่อยากให้พลาดความอร่อย
อัปเดตลายแทงความอร่อยกับ 10 ร้านอาหารญี่ปุ่นในห้างเซ็นทรัลที่คัดมาแล้วว่าเด็ดจริงในปี 2026 นี้ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นสายปลาดิบสุดพรีเมียม สายเส้นอุดงนุ่มหนึบ หรือสายแฮมเบิร์กเนื้อฉ่ำ แต่ละร้านที่รวบรวมมาต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ส่งตรงรสชาติแท้ๆ จากญี่ปุ่น ให้ได้ฟินไปกับวัตถุดิบชั้นเลิศท่ามกลางบรรยากาศสุดประทับใจกลางใจเมือง บอกเลยว่าแต่ละพิกัดคือความอร่อยระดับตำนานที่คนรักอาหารญี่ปุ่นห้ามพลาด
1. Hamasushi Thailand
Hamasushi Thailand สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เป็นร้านซูชิสายพานแบรนด์ดังระดับโลกจากญี่ปุ่นที่มาเปิดสาขาแรกในไทยบนชั้น 5 ของห้าง บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกทันสมัยและมีความเป็นส่วนตัวสูงด้วยการจัดที่นั่งแบบล็อกๆ ที่มีพนักพิงสูงสไตล์ญี่ปุ่น ผสมผสานกับระบบสายพานความเร็วสูงแบบ Straight Lane แตกต่างจากร้านอื่นตรงที่จะไม่มีซูชิหมุนไปเรื่อยๆ บนสายพาน แต่ทุกจานจะถูกปรุงสดใหม่ตามออเดอร์แล้วพุ่งตรงมาที่โต๊ะทันที สามารถมั่นใจในเรื่องความสะอาดและความสดของอาหารได้เลย อีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจคือบนโต๊ะจะมีขวดโชยุให้เลือกชิมถึง 4-5 ชนิดที่มีรสต่างกันไปตามภูมิภาคของญี่ปุ่น ทำให้การกินซูชิสนุกและมีมิติมากขึ้น
เมนูอาหารที่ห้ามพลาดและถือเป็นไฮไลต์เด็ดคือ แซลมอนโทโระย่างไฟที่ให้ความหอมมันของไขมันปลาแบบเต็มคำ หรือจะเป็นกลุ่มเมนูจัมโบ้อย่าง ชูโทโระจัมโบ้ ที่มักจะมีโปรโมชั่นสุดคุ้มให้สายทูน่าได้ฟินกันแบบจุใจ นอกจากซูชิที่มีหน้าให้เลือกมากกว่า 80 ชนิดแล้ว ของทอดอย่างกุ้งเทมปุระนิกิริและปลาหมึกเทมปุระก็ทำออกมาได้กรอบไม่อมน้ำมัน ส่วนเมนูของหวานที่หลายคนติดใจต้องยกให้ พุดดิ้งสไตล์ญี่ปุ่นและวาราบิโมจิที่นุ่มหนึบกำลังดี ราคาอาหารส่วนใหญ่จะเริ่มต้นเพียงจานละ 40 บาทเท่านั้น ทำให้งบประมาณต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท
Hamasushi Thailand
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
QFHG+45X แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
2. IPPE KOPPE
IPPE KOPPE ตั้งอยู่บริเวณโซน Atrium ชั้น 6 ของเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นจุดเช็กอินที่คนรักแกงกะหรี่ญี่ปุ่นห้ามพลาด เพราะที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปแต่เป็นร้านที่เชี่ยวชาญด้านข้าวแกงกะหรี่และแซนด์วิชโดยเฉพาะ บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาอย่างเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความอบอุ่น มีที่นั่งให้เลือกทั้งแบบโต๊ะแยกและโซนเคาน์เตอร์บาร์ที่ช่วยให้มองเห็นการจัดเตรียมอาหารได้อย่างใกล้ชิด ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวท่ามกลางความวุ่นวายของห้างใหญ่ เหมาะสำหรับการแวะพักมาฝากท้องแบบสบายๆ ไม่ว่าจะมานั่งกินคนเดียวในชั่วโมงเร่งด่วนหรือมากับเพื่อนก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
เมนูอาหารที่ห้ามพลาดคือ Signature Beef Curry แกงกะหรี่เนื้อที่ผ่านการเคี่ยวนานหลายชั่วโมงจนได้รสสัมผัสที่เข้มข้น หอมเครื่องเทศ และมีความหวานจากผักที่เคี่ยวจนละลายเป็นเนื้อเดียวกับน้ำแกง อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ Wagyu Katsu Sando แซนด์วิชเนื้อวากิวชุบแป้งทอดที่ตัวเนื้อมีความนุ่มและฉ่ำซอสเข้ากับขนมปังปิ้งได้อย่างพอดี หรือหากใครชอบความกรุบกรอบต้องลองเมนูข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึที่เลือกใช้หมูเกรดพรีเมียมทอดมาจนเหลืองทองไม่อมน้ำมันราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท
IPPE KOPPE
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
4/1-4/2,4/4 ห้องเลขที่ A606/1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิล์ด 4 ชั้นที่ 6 ถ. ราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
3. Hikiniku to Come
Hikiniku to Come เป็นร้านแฮมเบิร์กสุดฮอตที่สายกินต่างยอมรับในเรื่องของประสบการณ์การทานอาหารที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะการจัดวางผังร้านที่เป็นเคาน์เตอร์ล้อมรอบเตาถ่านขนาดใหญ่ ทำให้ได้เห็นเชฟปั้นและย่างเนื้อสดใหม่แบบชิ้นต่อชิ้น บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อย่างถ่านและความเป็นกันเองที่เน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง จุดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากร้านอื่นคือการที่พนักงานจะนำเนื้อย่างร้อนๆ มาวางเสิร์ฟบนตะแกรงตรงหน้าทีละชิ้น เพื่อให้ได้ลิ้มรสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุดในขณะที่เนื้อยังชุ่มฉ่ำอยู่เสมอ เป็นบรรยากาศการกินที่ทั้งตื่นตาตื่นใจและอบอุ่นในคราวเดียวกัน
เมนูที่ห้ามพลาดและเป็นหัวใจสำคัญของร้านคือชุดแฮมเบิร์กเนื้อวากิวที่เสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวยหุงด้วยหม้อหุงข้าวเหล็กแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ช่วยให้เมล็ดข้าวมีความนุ่มหนึบและเงางาม ความพิเศษอยู่ที่เนื้อแฮมเบิร์กซึ่งใช้เนื้อส่วนที่ดีที่สุดสับละเอียดและปรุงรสอย่างพิถีพิถัน เมื่อนำไปย่างถ่านจนสุกกำลังดีจะให้รสสัมผัสที่นุ่มชุ่มฉ่ำและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ในหนึ่งชุดจะได้รับเนื้อ 3 ชิ้นใหญ่ที่แนะนำให้ทานคู่กับไข่ไก่สดเกรดพรีเมียมและเครื่องปรุงรสต่างๆ บนโต๊ะที่มีให้เลือกหลากหลายสไตล์เพื่อเปลี่ยนรสชาติในแต่ละคำ นอกจากนี้ยังมีผักดองและซุปมิโซะที่ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี สำหรับช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 600-800 บาท
Hikiniku to Come
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–21:30 น.
- ที่อยู่
ห้องเลขที่ A703 ชั้นที่ 7, Atrium Zone 4,4/1-4/2,4 4 ถ. ราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
4. Udon Tayuto
Udon Tayuto ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 โซน Nippon Avenue ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นจุดหมายแห่งใหม่ที่สายเส้นต้องมาโดน เพราะเป็นสาขาแรกในไทยที่นำเสนอศาสตร์แห่งอุดงเส้นสดส่งตรงจากญี่ปุ่น บรรยากาศภายในร้านเน้นความโปร่งสบายด้วยการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นแจแปนนิสที่ใช้โทนสีไม้เป็นหลัก ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเรียบง่ายเหมือนนั่งทานอยู่ในร้านอาหารที่ญี่ปุ่นจริงๆ ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นคือโซนครัวแบบเปิดที่โชว์การทำเส้นสดให้เห็นกันจะๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการนวดไปจนถึงการลวกเส้น ทำให้มั่นใจได้เลยว่าทุกชามที่เสิร์ฟออกมานั้นมีความสดใหม่และใส่ใจในทุกรายละเอียดของขั้นตอนการทำ
เมนูอาหารที่ห้ามพลาดและเป็นซิกเนเจอร์ชูโรงคือ Mentaiko Carbonara Udon ที่เป็นการผสมผสานระหว่างซอสครีมคาโบนาร่ารสเข้มข้นเข้ากับไข่ปลาเมนไทโกะรสเค็มนำและกลิ่นหอมของเนย เมื่อทานคู่กับเส้นอุดงที่ทั้งนุ่มและมีความหนึบสู้ฟันที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้วถือว่าลงตัวแบบสุดๆ หรือหากใครชอบสไตล์ดั้งเดิมต้องลองอุดงร้อนในซุปดาชิที่สกัดจากปลาแห้งพรีเมียมให้รสชาติกลมกล่อมเชงๆ ซดคล่องคอ นอกจากนี้ยังมีเทมปุระทอดใหม่ๆ ที่แป้งบางกรอบและไม่อมน้ำมันไว้ให้เลือกสั่งมาทานคู่กันเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสความอร่อย ความพิเศษของร้านนี้คือการใช้แป้งนำเข้าและน้ำที่มีค่าความเป็นด่างตามสูตรต้นตำรับเพื่อให้ได้เส้นที่มีคุณภาพสูงสุด สำหรับช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท
Udon Tayuto
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10.00-21.30 น.
- ที่อยู่
999/9 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
5. Kaiten Sushi Ginza Onodera
Kaiten Sushi Ginza Onodera เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการซูชิสายพานในไทยด้วยการยกมาตรฐานระดับไฮเอนด์จากย่านกินซ่ามาไว้บนชั้น 7 ของเซ็นทรัลเวิลด์ ที่เตรียมเปิดให้บริการในเดือนกรกฏา ปี 2026 นี้ ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นกว่าใครคือคอนเซปต์ที่หยิบเอาความพิถีพิถันแบบโอมากาเสะมาเสิร์ฟในรูปแบบที่สนุกสนานมากขึ้น มีทั้งโซนที่นั่งหน้าบาร์เพื่อชมฝีมือการปั้นของเชฟแบบใกล้ชิดและโซนโต๊ะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว นับเป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มอบประสบการณ์การทานอาหารระดับพรีเมียมในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและมีชีวิตชีวา
เมนูอาหารที่ห้ามพลาดคือกลุ่มปลาสดๆ ที่ส่งตรงจากตลาดปลาชั้นนำในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมนูจากทูน่าสายพันธุ์ดีอย่าง ชูโทโร่และโอโทโร่ ที่เชฟจะทำการคัดสรรและปั้นอย่างประณีตเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่ละลายในปาก อีกหนึ่งไฮไลต์คือการเลือกใช้ข้าวซูชิที่ปรุงรสด้วยสูตรเฉพาะของทางร้านซึ่งเข้ากันได้ดีกับหน้าปลาต่างๆ นอกจากซูชิคำหลักแล้วยังมีเมนูพิเศษตามฤดูกาลและอาหารทานเล่นที่ครีเอทออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ความใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่อุณหภูมิของข้าวไปจนถึงความสดของวัตถุดิบทำให้ทุกจานคุ้มค่าแก่การลิ้มลอง สำหรับช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป
Kaiten Sushi Ginza Onodera
- ที่อยู่
999/9 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
6. Maison RORU
Maison RORU ปักหมุดอยู่ที่โครงการ Central Park ในรูปแบบแฮนด์โรล (Hand Roll) และบาร์สาเก (Sake Bar) สุดพรีเมียมภายใต้เครือ iberry ที่ยกระดับการทานซูชิแบบดั้งเดิมให้ดูมีความเป็นแฟชั่นและทันสมัยมากขึ้น บรรยากาศภายในร้านเน้นความเท่ด้วยการใช้โทนสีดำตัดกับแสงไฟที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในบาร์เก๋ๆ ที่นิวยอร์กหรือโตเกียว มีเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่เปิดโอกาสให้เราได้เห็นเชฟรังสรรค์แฮนด์โรลสดๆ ทีละคำ ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือความลื่นไหลของบรรยากาศที่เป็นกันเองแต่ยังคงความประณีต มีการจัดวางแสงที่สวยงามถ่ายรูปออกมาดูดีทุกมุม เหมาะทั้งการมานั่งทานมื้อเที่ยงแบบมีสไตล์หรือจะมาแฮงเอาต์จิบสาเกคู่กับอาหารในช่วงค่ำท่ามกลางวิวสวนใจกลางเมือง
เมนูอาหารที่ห้ามพลาดคือบรรดาแฮนด์โรลหลากหลายหน้าที่มีความเฉพาะตัวสูงอย่าง Chutoro Uni & Caviar ที่รวบรวมวัตถุดิบชั้นเลิศสามอย่างมาไว้ในคำเดียวให้รสสัมผัสที่ทั้งหวานมันและเข้มข้น หรือจะเป็น Hotate with Ankimo Sauce ที่ใช้หอยเชลล์ตัวโตท็อปด้วยซอสตับปลาอังคิโมะรสละมุน สำหรับสายโอมากาเสะทางร้านยังมี New Seasonal Omakase Course ที่จัดเต็มทั้งปลามาได ปลาฮามาจิ และปลาโนโดกุโระที่เสิร์ฟพร้อมครีมชีสและไข่ปลาคาเวียร์ ในราคาเริ่มต้นที่ 2,690 บาทต่อคอร์ส นอกจากนี้ยังมีเมนูไฮไลต์อย่าง Awabi with Kimo Awabi Sauce ที่เสิร์ฟเป๋าฮื้อพร้อมซอสเข้มข้นในฝาหอยดูหรูหรา วัตถุดิบทุกอย่างถูกคัดสรรมาอย่างดีและห่อด้วยสาหร่ายคุณภาพที่ยังคงความกรอบไว้ได้นาน สำหรับราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยหากสั่งเป็นจานเดี่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาท แต่ถ้าจัดคอร์สเต็มรูปแบบจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป
Maison RORU
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
PGHP+7XF 5th Floor, แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
7. Katsu Midori Sushi
Katsu Midori Sushi เป็นร้านซูชิสายพานระดับตำนานจากย่านเมกุโระ ประเทศญี่ปุ่น ที่มาเปิดให้บริการทั้งที่เซ็นทรัลเวิลด์และโครงการเซ็นทรัลพาร์ค บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในร้านซูชิยอดนิยมที่ญี่ปุ่นจริงๆ ด้วยเสียงต้อนรับที่กระตือรือร้นและการจัดวางที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ยาวที่มีสายพานลำเลียงความอร่อยวิ่งผ่านหน้าไปตลอดเวลา รวมถึงมีที่นั่งแบบโต๊ะสำหรับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้เป็นขวัญใจหลายคนคือความใส่ใจในคุณภาพระดับพรีเมียมแต่คงความเรียบง่ายเข้าถึงได้ โดยเราสามารถเลือกหยิบจานที่ถูกใจจากสายพานหรือจะสั่งผ่านแท็บเล็ตให้เชฟปั้นสดๆ แล้วส่งตรงมาถึงที่ก็ได้เช่นกัน นับเป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับการมาทานมื้อกลางวันที่ต้องการความเร็วหรือมื้อเย็นที่อยากนั่งละเลียดรสชาติปลาสดๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและเป็นกันเอง
เมนูอาหารที่ห้ามพลาดและถือเป็นจุดขายหลักคือบรรดาหน้าปลาที่ให้ชิ้นใหญ่ยักษ์จนแทบมองไม่เห็นข้าว โดยเฉพาะแซลมอนสามรสที่รวมความหลากหลายไว้ในจานเดียว หรือเมนูขึ้นชื่ออย่าง ปลาไหลญี่ปุ่นชิ้นยาวคัดพิเศษ ที่เสิร์ฟปลาไหลทั้งตัววางพาดบนข้าวซูชิให้สัมผัสที่นุ่มและหอมซอสรสนวล นอกจากนี้ยังมีเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ซูชิหน้าล้นที่เชฟจะวางวัตถุดิบลงไปแบบไม่ยั้งมือจนพูนจาน ความพิเศษอีกอย่างคือกลุ่มเมนูของนึ่งและของทอดที่มีให้เลือกเยอะมาก รวมถึง ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน และซุปมิโซะรสเข้มข้นที่ช่วยเสริมรสชาติมื้ออาหารได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับราคาเริ่มต้นจะอยู่เพียงหลักสิบไปจนถึงหลักร้อยต่อจาน ทำให้งบประมาณต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-800 บาท
Katsu Midori Sushi
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
ชั้น 3 (3rd Fl 1-4/2, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, 4 4 ถ. ราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/katsu-midori-thailand-centralworld/
8. KIWAMIYA Thailand
KIWAMIYA Thailand พร้อมมอบประสบการณ์การทานแฮมเบิร์กเนื้อวากิวแบบ DIY ที่ส่งตรงความอร่อยมาจากฟุกุโอกะ โดยมีสาขาให้เลือกไปเช็กอินทั้งที่ชั้น 6 เซ็นทรัลเวิลด์ และชั้น 5 ของโครงการเซ็นทรัลพาร์ค บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาให้มีความเป็นส่วนตัวด้วยการจัดที่นั่งแบบล็อกพร้อมระบบดูดควันที่ทันสมัย ทำให้สามารถสนุกกับการย่างเนื้อบนหินร้อนส่วนตัวได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นติดตัว ความพิเศษที่แตกต่างจากร้านอื่นคือสไตล์การตกแต่งที่ดูเคร่งขรึมแต่ทันสมัย เน้นการใช้วัสดุไม้และโทนสีเข้มที่ช่วยขับเน้นสีสันของเนื้อสดบนจานให้ดูน่าทานยิ่งขึ้น เป็นร้านที่เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบมีส่วนร่วมในการทำอาหารและต้องการควบคุมระดับความสุกของเนื้อด้วยตัวเองแบบคำต่อคำ
เมนูอาหารที่ห้ามพลาดคือ Kiwamiya Imari Gyu Hamburg Steak ซึ่งใช้เนื้อวากิวเกรดพรีเมียมนำมาปั้นเป็นก้อนพอดีคำให้เราได้วางลงบนหินร้อนเพื่อย่างจนเกิดเสียงฉ่าและส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ความเด็ดอยู่ที่รสสัมผัสของเนื้อที่นุ่มละมุนลิ้นและมีความฉ่ำของไขมันแทรกซึมอยู่ทุกอณู โดยทางร้านจะมีซอสสูตรพิเศษให้เลือกจิ้มเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ หรือหากใครเป็นสายสเต็กก็มีเนื้อวากิวหั่นเต๋าชิ้นหนาที่ย่างออกมาแล้วเคี้ยวเพลินสุดๆ อีกหนึ่งความคุ้มค่าคือการสั่งเป็นชุดเซตที่เติมข้าวสวยญี่ปุ่น ซุปมิโซะ สลัด และไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟได้แบบไม่อั้น ช่วยให้มื้อนี้อิ่มอร่อยและลงตัวเป็นที่สุด สำหรับช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท
KIWAMIYA Thailand
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
86 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ห้องเลขที่ 510-510T ชั้นที่ 5 ถ. พระรามที่ 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
9. Maguro Kappou
Maguro Kappou ที่ Central Park ชั้น 5 เป็นการยกระดับการทานอาหารญี่ปุ่นในเครือมาคุโระขึ้นไปอีกขั้นด้วยคอนเซปต์ Kappou หรือศิลปะการปรุงอาหารต่อหน้าแขกที่มอบความรู้สึกใกล้ชิดและเป็นส่วนตัวมากกว่าเดิม บรรยากาศภายในร้านถูกดีไซน์ภายใต้แนวคิดความร่วมสมัยที่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมของญี่ปุ่นไว้อย่างลงตัว มีการจัดวางที่นั่งที่เปิดโอกาสให้เราได้เห็นทุกท่วงท่าความประณีตของเชฟในครัวเปิด ซึ่งถือเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ร้านนี้ดูพรีเมียมและแตกต่างจากสาขาทั่วไป พื้นที่ร้านมีความโปร่งโล่งแต่ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยโทนสีที่ละมุนตา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมื้ออาหารที่ดูหรูหราเข้าถึงง่ายแต่ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบ Fine Dining ในราคาที่สมเหตุสมผล
เมนูอาหารที่ห้ามพลาดคือกลุ่มเมนู Seasonal Otsumami ที่เชฟจะคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดตามฤดูกาลมาปรุงอย่างพิถีพิถัน รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์ที่เน้นการใช้เทคนิคครัวร้อนและการปิ้งย่างซึ่งช่วยดึงรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบออกมาได้อย่างชัดเจน ความพิเศษของที่นี่คือความหลากหลายของเมนูที่มีให้เลือกทั้งแบบคอร์สที่จัดวางมาอย่างสวยงามและแบบอลาาคาร์ทที่มีตั้งแต่ซูชิคำโตไปจนถึงเมนูปลาปรุงสุกที่หาทานได้ยากในร้านทั่วไป โดยเฉพาะเมนูที่เชฟโชว์การตัดแต่งเนื้อปลาสดๆ ให้ดูแบบสดใหม่ชิ้นต่อชิ้น สำหรับช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,200-2,500 บาท
Maguro Kappou
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
86 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ห้องเลขที่ 508-508T ชี้นที่ 5 ถ. พระรามที่ 4 สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
10. Tsujihan
Tsujihan เตรียมสร้างปรากฏการณ์ความอร่อยครั้งใหม่ที่ห้างเซ็นทรัล พาร์ค (Central Park) มีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 นี้ ถือเป็นข่าวดีของสายกินชาวไทยเพราะนี่คือร้านข้าวหน้าปลาดิบระดับท็อปจากย่านนิฮอนบาชิ กรุงโตเกียว ที่ขึ้นชื่อเรื่องคิวที่ยาวเหยียดในญี่ปุ่น จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่ไหนคือที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ที่ช่วยให้เราได้เห็นเชฟจัดวางวัตถุดิบลงบนชามอย่างประณีต มอบความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งทานอยู่ในร้านอาหารระดับพรีเมียมใจกลางโตเกียวแต่ยังคงความเข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง
เมนูอาหารที่ห้ามพลาดและเป็นหัวใจสำคัญของร้านคือ Zeitaku Don หรือข้าวหน้าทะเลรวมที่จัดเต็มด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างเนื้อซี่โครงมากุโร่สับ ไข่ปลาอิคุระ เนื้อกุ้ง เนื้อหอย และอุนิที่พูนจนล้นชาม ความพิเศษที่ไม่เหมือนร้านอื่นคือประสบการณ์การกินที่มีลำดับขั้น โดยเริ่มจากการทานปลาดิบสดๆ คู่กับซอสสูตรเฉพาะ จากนั้นเมื่อทานไปได้ประมาณครึ่งชาม สามารถขอให้เชฟเติมน้ำซุปร้อนๆ รสกลมกล่อมลงไปในชามเพื่อเปลี่ยนมื้ออาหารให้กลายเป็นข้าวต้มญี่ปุ่นหรือโอฉะสึเกะ (Ochazuke) ที่ปิดท้ายมื้อได้อย่างละมุนและชื่นใจที่สุด นอกจากความสดของปลาแล้ว ตัวน้ำซุปที่เคี่ยวจนเป็นสีขาวนวลยังเป็นทีเด็ดที่ทำให้หลายคนยอมรอคิว สำหรับราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาท
Tsujihan
- ที่อยู่
946 ถ. พระรามที่ 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
บทความแนะนำ
-
- อื่นๆ
- บทความพิเศษ
ปักหมุด 10 ร้านอาหารญี่ปุ่นใน One Bangkok อร่อยฟินเหมือนบินไปกินที่ญี่ปุ่น!
21.04.2026
-
- สาทร
- สีลม
- บทความพิเศษ
10 ร้านซูชิ (Sushi) ย่านสีลม-สาทร เอาใจสายปลาดิบ
13.01.2026
-
- อื่นๆ
- บทความพิเศษ
10 พิกัด ราเมง (Ramen) เด็ดรอบลาดพร้าว ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น
10.12.2025
-
- ธนิยะ
- สีลม
- บทความพิเศษ
10 ร้านโซบะและอุด้ง (Soba – Udon) ย่านสีลม-ธนิยะ เส้นสดหนึบหนับ อร่อยฉบับญี่ปุ่นแท้
04.12.2025
-
- เซ็นทรัลเวิลด์
- บทความพิเศษ
10 ร้านโซบะ อุด้ง (Soba – Udon) อร่อยเด็ดใกล้เซ็นทรัลเวิลด์
04.12.2025
-
- สีลม
- บทความพิเศษ
10 ร้าน ทงคัตสึและคัตสึด้ง (Tonkatsu – Katsudon) ย่านสีลม-สาทร เอาใจสายหมูทอด
27.11.2025