10 ร้านอาหารญี่ปุ่น สุขุมวิทตอนปลาย พิกัดอร่อยใกล้พระโขนง อ่อนนุช อุดมสุข
เวลาคิดถึงแหล่งรวมของกินแดนปลาดิบ หลายคนมักจะพุ่งเป้าไปที่พร้อมพงษ์หรือทองหล่อเป็นอันดับแรก แต่บอกเลยว่าช่วงสุขุมวิทตอนปลายแถวพระโขนง อ่อนนุช ยาวไปจนถึงอุดมสุข กลายเป็นอีกหนึ่งย่านที่มีร้านอาหารญี่ปุ่นซ่อนตัวอยู่เพียบ แถมยังตอบโจทย์ครบทุกสไตล์ ทั้งยังเดินทางสะดวกใกล้แนวรถไฟฟ้าและราคาสบายกระเป๋ากว่าใจกลางเมือง บทความนี้เราจึงคัดสรรพิกัดเด็ดพร้อมเมนูห้ามพลาดมาให้ตามไปเช็กอินกันแบบจุใจ รับรองว่าสายกินญี่ปุ่นย่านนี้ต้องเซฟเก็บไว้ตามรอยแน่นอน
1. SHAKARIKI432 PHRA KHANONG
SHAKARIKI432 PHRA KHANONG เป็นหมุดหมายแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงเวลาอยากหาร้านอาหารญี่ปุ่นแนวกินดื่มแถวสุขุมวิทตอนปลาย ตัวร้านตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าพระโขนง เดินทางง่ายแบบไม่ต้องกลัวหลง บรรยากาศด้านในให้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปนั่งอยู่ในย่านโดทงโบริที่โอซาก้า มีความคึกคัก สนุกสนาน และเปิดให้บริการยาวไปจนถึงดึกดื่น เหมาะมากกับการนัดเพื่อนมานั่งคุยผ่อนคลายหลังเลิกงาน ที่น่าสนใจคือในละแวกสุขุมวิทโซนนี้เขากระจายความอร่อยไว้ถึง 3 จุด ทั้งสาขาพระโขนง อ่อนนุช และอุดมสุข ใครใกล้ตรงไหนก็แวะไปเช็กอินได้สะดวกตามใจชอบ
เรื่องอาหารที่นี่จัดเต็มชนิดที่เปิดเล่มเมนูมาแล้วตาลาย มีครบแทบทุกหมวดหมู่ตั้งแต่วันเดอร์แลนด์ของทอดไปจนถึงซาชิมิสดใหม่ จานเด่นที่ไม่ควรพลาดเลยคือทาโกะยากิตำรับโอซาก้าแท้ที่กรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาร้อนๆ กัดเข้าไปเจอหมึกชิ้นโต หรือจะเป็นคุชิคัตสึของทอดเสียบไม้นานาชนิดที่จิ้มซอสสูตรเฉพาะแล้วเข้ากันดี ยิ่งถ้าใครชอบซดน้ำซุปร้อนๆ ก็มีนาเบะหม้อไฟและหมี่เย็นเส้นเหนียวนุ่มให้สั่งมาแชร์กัน นอกจากนี้ยังมีพวกเนื้อย่างบนกระทะร้อน กับแกล้มสไตล์อิซากายะ และซูชิต่างๆ ที่ทำออกมาได้รสชาติเข้มข้นถึงใจ
สำหรับงบประมาณในการมานั่งกินดื่ม ถ้าเน้นสั่งอาหารจานเดียว จานเส้น หรือเมนูกินเล่นเบาๆ ควบคู่กับเครื่องดื่มทั่วไป ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะตกอยู่ราวๆ 300-500 บาทต่อคน แต่หากตั้งใจมาสังสรรค์เต็มรูปแบบ สั่งทั้งหม้อไฟ ของทอด ซาชิมิชุดใหญ่ พร้อมเครื่องดื่มมีฟองจิบยาวตลอดทั้งคืน งบเฉลี่ยจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทต่อคน
SHAKARIKI432 PHRA KHANONG
- เวลาทำการ
เปิด 24 ชม.
- ที่อยู่
1589 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. Tanaka Suisan Phra Khanong
Tanaka Suisan Phra Khanong เป็นจุดเช็กอินสายปลาดิบที่ปักหลักใกล้บีทีเอสพระโขนง ก้าวลงจากสถานีก็เดินเลี้ยวเข้ามารับแอร์เย็นฉ่ำได้ทันที พื้นที่ด้านในตกแต่งเรียบง่ายสไตล์ตลาดปลาท้องถิ่นของญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกสบายตาเป็นกันเอง มีโต๊ะให้นั่งทานสะดวกทั้งแบบมาคนเดียวหรือชวนเพื่อนร่วมงานมาล้อมวงกินมื้อเที่ยง จุดเด่นที่ทำให้ชาวออฟฟิศและคนรักปลาทะเลแถวสุขุมวิทตอนปลายแวะเวียนมาตลอดคือความไว้วางใจในความสด เพราะคอนเซ็ปต์ร้านส่งตรงมาจากฟุกุโอกะ บรรยากาศจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความสดใหม่แบบบ้านๆ ไม่ต้องปรุงแต่งเยอะ
จุดขายสำคัญยกให้บุฟเฟต์ซูชิและซาชิมิที่มีเมนูไฮไลต์อย่างโอโทโร่ ชูโทโร่ แซลมอนเนื้อแน่น ฮามาจิสดหวาน รวมทั้งหอยเชลล์โฮตาเตะชิ้นอวบที่เสิร์ฟกันแบบไม่อั้น จานเด่นที่ไม่ลองไม่ได้คือซูชิหน้าปลาทูน่าส่วนไขมันแทรกที่ละลายในปากทันที หรือถ้าใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็มีเซ็ตข้าวหน้าปลาดิบรวมพูนชาม ข้าวปั้นหน้าไข่ปลาแซลมอนล้นๆ ซุปมิโซะร้อนๆ คล่องคอ และของกินเล่นอย่างปลาหมึกทอดคาราเกะหรือไข่หวานย่างที่ตัดเลี่ยนได้ลงตัว ใครมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่เน้นคุณภาพเนื้อปลาเต็มปากเต็มคำบอกเลยว่าตอบโจทย์อย่างยิ่ง
เรทราคาสำหรับมื้ออาหารที่นี่ หากเลือกเป็นเซ็ตข้าวหน้าปลาดิบหรือเมนูอะลาคาร์ตจานเดี่ยวธรรมดาช่วงมื้อกลางวัน งบจะอยู่ที่ราว 200-400 บาท ทานอิ่มสบายกระเป๋า แต่ถ้าตั้งใจมาจัดเต็มกับคอร์สบุฟเฟต์ซูชิไม่อั้นที่มีปลาทูน่าระดับพรีเมียมและของทะเลสดครบชุด ราคาต่อคนจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท
Tanaka Suisan Phra Khanong
- เวลาทำการ
จ.-ศ.11:30 a.m.-3:00 p.m. และ 5:00 p.m.-11:00 p.m.
ส.-อา.11:30 a.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
3/31 ถ. สุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/tanaka-suisan-phra-khanong/
3. ABIY’S KITCHEN JAPANESE RESTAURANT
ABIY’S KITCHEN JAPANESE RESTAURANT ใกล้แยกพระโขนง ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปฝากท้องที่บ้านเพื่อนคนญี่ปุ่น ขนาดร้านกะทัดรัด ตกแต่งด้วยงานไม้เรียบง่าย อบอุ่น และเงียบสงบ ไม่มีความพลุกพล่านเหมือนร้านใหญ่ๆ ตามห้าง จุดเด่นที่ดึงดูดใจสายกินแถวสุขุมวิทตอนปลายคือฝีมือเชฟเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นที่ลงมือปรุงเองทุกจานด้วยความใส่ใจ เป็นเสน่ห์ของร้านอาหารญี่ปุ่นแนวโฮมเมดแท้ๆ ที่เน้นความประณีตมากกว่าความหวือหวา เหมาะมากกับวันที่อยากนั่งทานอาหารสบายๆ พลางพักสมองหลังจากวันทำงานอันยาวนาน
รสชาติอาหารของที่นี่สะท้อนความเป็นรสมือแม่แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม จานซิกเนเจอร์ที่หลายคนติดใจจนต้องสั่งซ้ำคือแฮมเบิร์กเนื้อนุ่มฉ่ำราดซอสสูตรพิเศษ กัดไปแล้วมีน้ำเนื้อแทรกซึมทุกคำ อีกหนึ่งเมนูเด็ดคือแกงกะหรี่เคี่ยวนานจนรสเข้มข้นกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมหมูทอดทงคัตสึกรอบนอกนุ่มในไม่อมน้ำมัน นอกจากนี้ยังมีพวกปลาซาบะย่างซีอิ๊วหอมกลิ่นควัน ข้าวหน้าหมูผัดขิง และเซ็ตอาหารกลางวันที่จัดมาครบทั้งข้าว ซุป สลัด ผักเคียง รสชาติละมุนลิ้น ไม่เค็มจัดหรือมันเยิ้มจนเกินไป ทานแล้วสบายท้องเหมือนได้กินข้าวที่บ้านจริงๆ
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อมื้ออยู่ในระดับที่เป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์มาก เซ็ตอาหารกลางวันหรือเมนูข้าวหน้าต่างๆ สั่งทานแบบจานเดียวอิ่มพอดีคำ งบจะวนเวียนอยู่ที่ประมาณ 150-280 บาท แต่ถ้าแวะมาช่วงเย็น สั่งเป็นชุดเซ็ตใหญ่คู่กับของทานเล่นเพิ่มอย่างเกี๊ยวซ่าหรือไข่หวานย่าง พร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้ว ค่าใช้จ่ายจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ราว 300-500 บาทต่อคน
ABIY’S KITCHEN JAPANESE RESTAURANT
- เวลาทำการ
5:00 p.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
2 ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
4. RAMEN KAISUGI Cloud 11
RAMEN KAISUGI Cloud 11 ปักหลักอยู่ในโครงการ Cloud 11 ระหว่างบีทีเอสอุดมสุขและปุณณวิถี ถือเป็นพิกัดราเมนที่สายเส้นแถวสุขุมวิทตอนปลายไม่ควรพลาด ตัวร้านออกแบบโมเดิร์น โปร่งโล่ง มีที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ให้มองเชฟลวกเส้นปรุงชามต่อชามอย่างเพลินตา หรือจะเลือกโต๊ะนั่งสบายๆ สไตล์มินิมอลก็ตอบโจทย์ จุดเด่นของที่นี่เน้นความพิถีพิถันแบบฉบับคราฟต์ราเมน บรรยากาศมีความทันสมัย คล่องตัว เหมาะทั้งการแวะมาซดน้ำซุปร้อนๆ คนเดียวแบบเร่งด่วน หรือจะชวนก๊วนเพื่อนมาฝากท้องช่วงพักเที่ยงก็ลงตัวอย่างยิ่ง
เสน่ห์ของร้านยกให้การเคี่ยวน้ำซุปกระดูกหมูที่เข้มข้นจนเข้าเนื้อแต่ไม่เลี่ยนคอ เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านคือทงคตสึราเมนเข้มข้นที่มาพร้อมเส้นเหนียวนุ่มลวกสุกระดับกำลังเคี้ยว หมูชาชูแผ่นใหญ่เผาไฟหอมกรุ่น และไข่ต้มยางมะตูมเยิ้มๆ รสหวานละมุน อีกชามที่เด็ดไม่แพ้กันคือสึเคเมนเส้นหนานุ่มจุ่มในน้ำซุปปลาแห้งรสเข้มข้นจัดจ้าน หรือถ้าใครชอบแนวจัดจ้านก็มีราเมนเผ็ดมิโซะที่ตัดเลี่ยนได้ดีมาก นอกจากนี้ยังมีเกี๊ยวซ่าทอดกระทะร้อนและไก่ทอดคาราเกะกรอบนอกนุ่มในให้สั่งมาแกล้มคู่กันอย่างเพลิดเพลิน จัดเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับมิติของรสชาติซุปและสัมผัสของเส้นในทุกคำ
เรื่องงบประมาณในการมาลิ้มลองราเมนชามโปรด หากสั่งราเมนชามมาตรฐานจานเดียวอิ่มพอดีมื้อ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 200-280 บาท แต่ถ้าอยากอัปเกรดเป็นชุดพิเศษที่เพิ่มท็อปปิ้งหมูชาชูล้นชาม สั่งของทานเล่นอย่างเกี๊ยวซ่าคู่กับเครื่องดื่มชาเขียวเย็นชื่นใจ งบเฉลี่ยจะตกอยู่ราวๆ 300-500 บาทต่อคน
RAMEN KAISUGI Cloud 11
- เวลาทำการ
10:00 AM–10:00 PM
- ที่อยู่
Cloud 11 Building, Room No. 413, L4 Floor, 888 ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนงใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260
- หน้ารายละเอียดร้าน
5. Okinawa Kinjo
Okinawa Kinjo ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท ห่างจากทางขึ้นลงรถไฟฟ้าพระโขนงเพียงไม่กี่ก้าว เดินเข้าซอยมานิดเดียวจะเจอป้ายร้านสไตล์อิซากายะแถบหมู่เกาะโอกินาวาที่โดดเด่นสะดุดตา ด้านในให้กลิ่นอายชุมชนริมทะเลญี่ปุ่นแท้ๆ มีเครื่องดนตรีซันชินประดับตกแต่ง พร้อมเปิดเพลงพื้นบ้านคลอเบาๆ ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย พื้นที่ร้านแบ่งเป็นหลายชั้น มีมุมที่นั่งเบาะปูพื้นให้เหยียดขาคุยกันได้ยาวๆ นับเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใครในโซนสุขุมวิทตอนปลาย เหมาะกับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายมานั่งซึมซับวิถีชีวิตชาวเกาะแบบสบายอารมณ์
เอกลักษณ์ด้านรสชาติเน้นอาหารพื้นเมืองโอกินาวาที่มีทั้งคุณค่าทางอาหารและความจัดจ้าน จานซิกเนเจอร์อันดับหนึ่งยกให้โกยะชัมปุรุหรือผัดมะระสไตล์โอกินาวาที่ผัดกับไข่ เต้าหู้ และเนื้อสัตว์ รสมะระขมปลายลิ้นกำลังอร่อย อีกจานที่ห้ามพลาดคือราฟเตหรือหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสูตรดั้งเดิม เนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปากจนแทบไม่ต้องเคี้ยว ตามด้วยโอกินาวาโซบะเส้นหนานุ่มซดคล่องคอในน้ำซุปกระดูกหมูใสผสมปลาแห้งรสกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีสาหร่ายพวงองุ่นสดจิ้มพอนสึกรุบกรอบ และข้าวปั้นหน้าสแปมทอดที่อร่อยทานง่าย ชวนให้สัมผัสเสน่ห์อาหารที่ไม่เหมือนอาหารญี่ปุ่นภาคกลางทั่วไป
มื้ออาหารที่นี่คิดคำนวณงบประมาณได้ง่าย ถ้ามาคนเดียวแวะกินเซ็ตโซบะหรือข้าวผัดชัมปุรุเป็นจานหลักคู่กับชาซันปินเย็นๆ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 200-350 บาท แต่ถ้าชวนเพื่อนมานั่งดื่มกินสังสรรค์ สั่งกับแกล้มพื้นบ้านมาแบ่งกันชิมหลายๆ อย่าง พร้อมเครื่องดื่มท้องถิ่นเติมบรรยากาศตลอดค่ำคืน ยอดเฉลี่ยต่อคนจะตกราวๆ 500-800 บาท
Okinawa Kinjo
- เวลาทำการ
10:00 AM–11:30 PM
- ที่อยู่
24/1 ซอย สุขุมวิท 69 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
6. EBISU SHOTEN Prakanong
EBISU SHOTEN Prakanong ตั้งอยู่ติดริมถนนใหญ่สุขุมวิท เดินลงจากบันไดรถไฟฟ้ามาแค่ชั่วอึดใจก็สัมผัสได้ถึงแสงไฟสีส้มอบอุ่นและโคมแดงหน้าร้านที่คอยต้อนรับผู้คนตลอดทั้งวัน สภาพแวดล้อมข้างในเปิดโล่ง ตกแต่งด้วยป้ายไม้ ป้ายกระดาษภาษาญี่ปุ่น และโปสเตอร์สไตล์เรโทรแบบฉบับตรอกของกินโอซาก้าแท้ๆ มู้ดของร้านมีความเป็นกันเอง เสียงพูดคุยจอแจสร้างชีวิตชีวาให้ยามเย็น คนทำงานและกลุ่มเพื่อนมักพากันมานั่งพักผ่อน ถือเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองย่านสุขุมวิทตอนปลายอย่างดี ใครมองหาที่นั่งชิลแบบไม่ต้องเกร็ง แวะมาที่นี่รับรองว่าถูกใจ
ตัวเลือกความอร่อยเน้นความหลากหลายและหยิบจับทานง่าย โดยมีคุชิคัตสึหรือของเสียบไม้ทอดชุบแป้งบางกรอบเป็นซิกเนเจอร์ตัวท็อป มีให้เลือกสารพัดไส้ทั้งเนื้อวัว หมูสามชั้น กุ้ง ไปจนถึงผักนานาชนิด จุ่มลงในซอสรสเปรี้ยวอมหวานเข้มข้นอร่อยจนหยุดเคี้ยวไม่ได้ นอกจากของทอดแล้ว ยังมีข้าวหน้าปลาดิบรวมหั่นเต๋าล้นชาม ซาชิมิแซลมอนแล่หนากำลังดี ปีกไก่ทอดนาโกย่าคลุกซอสเข้มข้น และไข่ม้วนไส้ชีสเยิ้มๆ ร้อนฉ่า เหมาะทั้งสั่งมาทานเป็นมื้อหนักให้อยู่ท้อง หรือจะสั่งมาแชร์กลางโต๊ะเป็นกับแกล้มคู่กับเครื่องดื่มเย็นฉ่ำก็เข้ากันไปหมด
ความคุ้มค่าด้านราคานับเป็นอีกเหตุผลที่ร้านนี้ครองใจคนในพื้นที่ ถ้าแวะมาคนเดียวเพื่อกินเซ็ตอาหารกลางวัน เมนูด้ง หรือข้าวแกงกะหรี่จานด่วน งบประมาณจะตกอยู่ราว 180-300 บาท อิ่มสบายกระเป๋าแบบไม่ต้องคิดเยอะ ส่วนใครที่นัดเดอะแก๊งมาสังสรรค์ช่วงค่ำ สั่งของทอดเสียบไม้ไม่อั้น เมนูต้ม เมนูย่าง พร้อมจิบเครื่องดื่มคุยกันยาวๆ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 400-700 บาทต่อคน
EBISU SHOTEN Prakanong
- เวลาทำการ
11:00 AM –3:00 AM
- ที่อยู่
1106 ห้องเลขที่110 ชั้น1 Summer Hill ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนง พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10110
7. Fukuichi
Fukuichi เป็นร้านลับขวัญใจคนทำงานชาวญี่ปุ่น เมื่อก้าวผ่านหน้าร้านเข้าไป จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความดั้งเดิมสไตล์อิซากายะยุคโชวะ แสงไฟสีนวลตา โต๊ะไม้ตัวเล็กๆ และเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่มองเห็นเชฟยืนย่างอาหารอย่างขะมักเขม้น เสียงพูดคุยคลอไปกับเพลงญี่ปุ่นเก่าๆ สร้างความเป็นกันเองอย่างน่าประหลาด จุดเด่นคือความเงียบสงบไม่วุ่นวาย เหมาะกับการมานั่งทอดอารมณ์คลายเหนื่อยหลังเลิกงาน ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นในแถบสุขุมวิทตอนปลายที่สายกินดื่มตัวจริงมักแวะเวียนมาซ้ำบ่อยๆ
เสน่ห์ของอาหารจานเด่นเน้นความสดสะอาดและการปรุงแบบเรียบง่ายแต่รสชาติลึกซึ้ง เมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่สั่งไม่ได้คือยากิโทริหรือไก่เสียบไม้ย่างเตาถ่านที่หอมกลิ่นควันไม้ หนังกรอบเนื้อในยังนุ่มฉ่ำ ทาซอสทาเระหวานเค็มกลมกล่อม อีกจานที่เชฟภูมิใจเสนอคือชุดปลาดิบรวมตามฤดูกาล แล่เนื้อปลามาชิ้นหนาพอดีคำ สดหวานไร้กลิ่นคาว หากใครอยากได้อะไรร้อนๆ ซดให้ชื่นใจ แนะนำนาเบะหม้อไฟซุปปลาแห้งรสละมุน หรือจะสั่งเต้าหู้เย็นทรงเครื่องกับไข่ม้วนดาชิเนื้อเด้งมาแกล้มก็ช่วยชูรสชาติได้เป็นอย่างดี รสชาติโดยรวมคงเอกลักษณ์แบบรสมือชาวโตเกียวแท้ๆ ที่ไม่หวานเลี่ยน
เรื่องราคาถือว่าสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบและฝีมือการปรุง สำหรับใครที่แวะมาทานมื้อค่ำแบบเรียบง่าย สั่งอาหารจานหลักหนึ่งอย่างพร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ หนึ่งแก้ว ยอดรวมจะอยู่ที่ประมาณ 250-400 บาท แต่ถ้าตั้งใจมานั่งสังสรรค์ยาวๆ สั่งไก่ย่างหลายไม้ ปลาดิบชุดใหญ่ พร้อมเครื่องดื่มมีฟองจิบตลอดค่ำคืน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะตกราว 500-800 บาทต่อคน
Fukuichi
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 5:00 PM–11:00 PM
ส.-อา. 11:30 AM–11:00 PM
- ที่อยู่
233 22 Sukhumvit 77 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10260
8. ObaraTempura to Kamameshi
ObaraTempura to Kamameshi ปักหลักอยู่ในโซนพระโขนง โดดเด่นด้วยการเป็นร้านเฉพาะทางที่โฟกัสสองเมนูคลาสสิกตามชื่อร้าน ภายในร้านเน้นความสว่าง สะอาดตา ตกแต่งด้วยโทนไม้สีอ่อนสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย จัดสรรพื้นที่นั่งโปร่งโล่งกำลังดี มีทั้งโต๊ะสำหรับกลุ่มเพื่อนครอบครัว และเคาน์เตอร์บาร์ที่มองเห็นครัวเปิด เสียงน้ำมันเดือดเบาๆ ตอนทอดเทมปุระช่วยเรียกน้ำย่อยได้ตลอดเวลา จุดเด่นคือการควบคุมอุณหภูมิและจังหวะเวลาในการปรุงอาหารอย่างพิถีพิถัน เหมาะมากสำหรับคนที่มองหาร้านอาหารญี่ปุ่นในย่านสุขุมวิทตอนปลายที่อยากกินของทอดแป้งเบากับข้าวอบร้อนๆ สดใหม่แบบไม่ต้องเร่งรีบ
ความพิเศษของเมนูยกให้คามาเมชิหรือข้าวอบหม้อเหล็กญี่ปุ่นโบราณ จานซิกเนเจอร์ที่สั่งกันเกือบทุกโต๊ะคือข้าวอบปลาแซลมอนกับไข่ปลาแซลมอน ตัวข้าวหุงด้วยน้ำซุปดาชิสูตรเข้มข้นจนเมล็ดข้าวซึมซับรสหวานเค็มกลมกล่อม มีกลิ่นไหม้ติดก้นหม้อหอมกรุ่นชวนเคี้ยว เสิร์ฟเคียงคู่กับเทมปุระทอดสดใหม่แป้งบางกรอบฟู ไม่อมน้ำมันแม้แต่นิดเดียว ไฮไลต์เทมปุระมีทั้งกุ้งเนื้อเด้ง ผักรวมตามฤดูกาล และปลาไหลญี่ปุ่นเนื้อนุ่ม นอกจากนี้ยังมีไข่ตุ๋นเนื้อเนียน ซุปมิโซะร้อนๆ และสลัดผักสดกรอบให้แกล้มตัดเลี่ยน รสสัมผัสโดยรวมกลมกล่อม ละเมียดละไม ได้รสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบอย่างชัดเจน
ระดับราคาของที่นี่ถือว่าคุ้มค่ากับความประณีต หากสั่งเซ็ตคามาเมชิหรือชุดข้าวหน้าเทมปุระเดี่ยวๆ พร้อมเครื่องเคียงในมื้อกลางวัน งบประมาณจะตกอยู่ราวๆ 250-400 บาท แต่ถ้าตั้งใจมาทานมื้อเย็นแบบจัดเต็ม สั่งข้าวอบหม้อรวมทะเลชุดพรีเมียม เพิ่มเทมปุระจานรวมพิเศษ และเครื่องดื่มเย็นๆ มาจิบคู่ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 500-800 บาทต่อคน
ObaraTempura to Kamameshi
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 5:00 PM–12:00 AM
ส.-อา. 11:30 AM–2:00 PM และ 5:00 PM–12:00 AM
- ที่อยู่
26, 26 ซอย สุขุมวิท 69 prakanong nuea เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
9. Mana Mana
Mana Mana ตั้งอยู่แถวพระโขนง เป็นร้านเล็กๆ สไตล์คาเฟ่ผสมอิซากายะที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว การตกแต่งเน้นความเรียบง่าย สบายตา ชวนให้นึกถึงร้านอาหารญี่ปุ่นแถบชานเมืองโตเกียว แสงไฟสลัวกำลังดีกับดนตรีเปิดคลอเบาๆ ช่วยให้บรรยากาศดูเป็นกันเอง ผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบ จุดเด่นอยู่ที่การต้อนรับอย่างอบอุ่นของเจ้าของร้านและมู้ดสบายๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนแวะมานั่งกินข้าวบ้านคนคุ้นเคย สายกินดื่มที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นในโซนสุขุมวิทตอนปลายที่ไม่แออัดและมีมุมสงบให้นั่งคุยกันยาวๆ จะต้องหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน
จานเด่นของที่นี่มีเอกลักษณ์ตรงการผสมผสานเมนูคอมฟอร์ตฟู้ดกินง่ายเข้ากับกับแกล้มรสกลมกล่อม ซิกเนเจอร์ที่หลายคนยกนิ้วให้คือพาสต้าสไตล์ญี่ปุ่นอย่างเมนไทโกะครีมพาสต้าที่คลุกเคล้าไข่ปลาค็อดรสเค็มมันหอมกลิ่นเนยและสาหร่ายเส้น อีกเมนูที่สั่งกันแทบทุกโต๊ะคือสลัดมันฝรั่งบดเนื้อเนียนนุ่มท็อปด้วยเบคอนกรอบ รวมถึงไก่คาราเกะทอดกรอบชิ้นโตที่เสิร์ฟคู่กับซอสทาร์ทาร์สูตรโฮมเมด และยังมีของย่างเบาๆ อย่างเห็ดผัดเนยโชยุหรือเต้าหู้เย็นราดซอสโชยุพอนสึสดชื่น รสชาติไม่หนักจนเกินไป ทานเพลินคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ได้เรื่อยๆ ตลอดทั้งคืน
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับการแวะมาทานอาหารที่นี่ถือว่าจับต้องได้สบาย ถ้าตั้งใจมาฝากท้องมื้อเย็นคนเดียวด้วยพาสต้าจานหลักหรือข้าวหน้าต่างๆ สักจานพร้อมเครื่องดื่มเบาๆ งบประมาณจะตกอยู่ราว 200-350 บาท แต่หากนัดเพื่อนมานั่งชิล นั่งคุย สั่งของกินเล่นสไตล์กับแกล้มมาแบ่งกันหลายจาน ควบคู่กับเครื่องดื่มสังสรรค์แก้วโปรด ค่าเสียหายต่อคนจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 450-700 บาท
Mana Mana
- เวลาทำการ
12:00 PM–12:00 AM
- ที่อยู่
ซอย สุขุมวิท 75/1 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10260
10. Kawa Izakaya
Kawa Izakaya ตั้งอยู่ในย่านพระโขนงแถบสุขุมวิทตอนปลาย ตัวร้านให้อารมณ์แบบบาร์ญี่ปุ่นยุคคลาสสิกที่แฝงความเท่และความอบอุ่นไว้พร้อมกัน ภายในร้านจัดแสงสลัวโทนส้ม มีมุมเคาน์เตอร์ยาวหน้าเตาย่างและโต๊ะนั่งไม้แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน จุดเด่นคือการคุมบรรยากาศให้มีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่วุ่นวายจนเกินไป กลิ่นหอมจางๆ ของเตาย่างถ่านลอยอบอวลชวนผ่อนคลาย เหมาะมากกับการพาคนรู้ใจมานั่งดินเนอร์ หรือนัดเพื่อนกลุ่มเล็กๆ มาคุยเปิดอกแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตหลังเลิกงาน ใครกำลังควานหาร้านอาหารญี่ปุ่นฟีลดีๆ นั่งได้ยาวแบบมีสไตล์ แนะนำว่าต้องมาลองสัมผัสด้วยตัวเอง
ลิสต์ความอร่อยของที่นี่เน้นอาหารแนวอิซากายะแบบประณีต จานซิกเนเจอร์อันดับต้นๆ คือยากิโทริหรือของย่างเสียบไม้เตาถ่าน โดยเฉพาะสะโพกไก่ย่างต้นหอมญี่ปุ่นและตับไก่ย่างซอสหวานที่ย่างสุกกำลังพอดี เนื้อฉ่ำ นุ่มลิ้น ไม่แห้งกระด้าง อีกจานเด็ดที่ห้ามพลาดคือลิ้นวัวย่างเกลือบีบมะนาวสดเพิ่มความสดชื่น ตามด้วยซาชิมิปลาประจำวันเนื้อเด้งหวานธรรมชาติ และไข่ตุ๋นเนื้อเนียนหอมซุปปลาแห้ง หากอยากได้อะไรอิ่มท้องขึ้นมาหน่อย ก็มีข้าวปั้นย่างโชยุกรอบนอกนุ่มในกับซุปร้อนๆ ให้ซดล้างคอ รสชาติเน้นการดึงรสธรรมชาติของวัตถุดิบออกมา ผสมผสานกับการปรุงรสที่พอเหมาะพอเจาะ ไม่จัดจ้านจนบดบังรสแท้
ด้านราคาถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของร้านกินดื่มสไตล์นี้ ถ้าแวะมาแบบกินมื้อเย็นเบาๆ สั่งอาหารจานเดียวคู่กับของย่างสองสามไม้และเครื่องดื่มเย็นๆ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะตกประมาณ 300-450 บาท แต่ถ้าจัดค่ำคืนสังสรรค์เต็มคราบ สั่งยากิโทริชุดใหญ่ ซาชิมิ เมนูกระทะร้อน และเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นหลากหลายแก้ว งบประมาณจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ราว 500-1,000 บาทต่อคน
Kawa Izakaya
- เวลาทำการ
5:00 PM–1:00 AM
- ที่อยู่
1490 1490/1 ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
บทความแนะนำ

- นานา
- บทความพิเศษ
13 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านนานา (Nana) เด็ดจริงจนต้องบอกต่อ
05.11.2025

- พร้อมพงษ์
- เอกมัย
- ทองหล่อ
- บทความพิเศษ
36 ร้านอาหารญี่ปุ่น สุขุมวิทตอนกลาง ตั้งแต่พร้อมพงษ์ ทองหล่อ ไปจนถึงเอกมัย
05.11.2026

- กรุงเทพฯ
- นานา
- อโศก
- พร้อมพงษ์
- ทองหล่อ
- บทความพิเศษ
40 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท ที่ต้องไปลองสักครั้ง
31.10.2025

- อโศก
- บทความพิเศษ
30 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านอโศก แวะเติมท้องหลังเลิกงาน
25.08.2025

- อื่นๆ
- บทความพิเศษ
โลกแห่ง วาโชกุ (Washoku) สมบัติล้ำค่าของญี่ปุ่น
17.04.2025

- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
พิกัด 20 ร้านแฮนด์โรล (Hand Roll) เมนูที่กำลังมาแรง ต้องรีบไปเช็คอิน
16.01.2026