40 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท ที่ต้องไปลองสักครั้ง

31.10.2025 (Updated: 29.12.2025)
40 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท ที่ต้องไปลองสักครั้ง

การจะเลือกร้านเด็ด ๆ ที่ถูกใจในย่านสุขุมวิทอาจเป็นเรื่องยาก เพราะร้านอาหารญี่ปุ่นในสุขุมวิทมีเยอะมากจริง ๆ ว่าไหมคะ ดังนั้น บทความนี้เราจึงได้รวบรวม 40 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท ที่ได้รับความนิยมและคุณภาพเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นร้านระดับตำนานที่เปิดมานาน หรือร้านใหม่ ๆ ที่ไม่ควรพลาดที่จะไปลอง เราคัดมาให้แล้วแบบเน้น ๆ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาปักหมุดลิสต์ร้านอร่อยที่ไม่ควรพลาดไปพร้อมกันเลย

1. Robata Kitaro Sushi KAGUYA

ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านดังจากโอซาก้าในย่านสุขุมวิท ที่เสิร์ฟทั้งซูชิสดใหม่และเมนูย่างถ่านสุดพิเศษ เป็นที่นิยมมากในหมู่คนไทยและคนญี่ปุ่น ด้วยบรรยากาศสไตล์โมเดิร์น ที่มีเคาน์เตอร์บาร์ล้อมเตาย่างถ่านที่ตั้งอยู่กลางร้าน ให้ลูกค้าชมเชฟปรุงอาหารได้แบบสด ๆ ตรงหน้า และที่สำคัญคือเวลาให้บริการที่เปิดจนถึงดึก เหมาะกับการมาสังสรรค์มาก คุณภาพซูชิของที่นี่ ถือว่าคุ้มค่าเกินราคา โดยเฉพาะพวกปลาพรีเมียมอย่างโอโทโร่ หรืออูนิ เมนูโรบาตายากิก็ย่างออกมาได้หอมชวนหิว และดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้เป็นอย่างดี ที่นี่ยังมีวัตถุดิบสุดพิเศษจากท่าเรืออุเคโดะ ในจังหวัดฟุกุชิมะมาเซอร์ไพรส์ลูกค้าอยู่บ่อย ๆ ด้วยนะ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 23 สามารถลง BTS อโศก หรือ MRT สุขุมวิท แล้วเดินต่อเข้ามาในซอยได้ ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทขึ้นไป

Robata Kitaro Sushi KAGUYA

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–1:00 น.

ที่อยู่

94 ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaro-kaguya/

เบอร์ติดต่อ

062-638-7993

Facebook

facebook.com/sushi-robata-kitaro-sushi-kaguya

2. Okonomiyaki Hiroshima

ถ้าอยากสัมผัสโอโคโนมิยากิแบบฮิโรชิม่าสไตล์แท้ๆ ต้องมาที่นี่เลย โอโคโนมิยากิของที่นี่จะต่างจากโอโคโนมิยากิสไตล์โอซาก้าแบบที่คุ้นเคยกัน เพราะโอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่าจะวางวัตถุดิบซ้อนกันเป็นชั้นๆ ทั้งแป้งบางกรอบ กะหล่ำปลีหวานๆ ที่เป็นอีกจุดขายของร้าน และเส้นโซบะเหนียวนุ่มที่ผัดจนหอมกรุ่นบนเตาเทปปันยากิ บรรยากาศร้านให้ฟีลโฮมมี่ สบายๆ เมนูที่ห้ามพลาดเลยคือ Hiroshima Okonomiyaki สูตรซิกเนเจอร์ที่ท็อปด้วยไข่และซอสรสเข้มข้น แนะนำให้สั่งหน้าหอยนางรมเพิ่มความฟินจะคูณสอง หรือจะลอง Yakisoba ร้อนๆ ก็เด็ดไม่แพ้กัน ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 49 ส่วนงบประมาณก็กำลังดี ราคาต่อหัวอยู่ที่ 200-400 บาท

Okonomiyaki Hiroshima

เวลาทำการ

จ.-ศ. 16:00–0:00 น.

ส.-อา. 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

ซอยพร้อมพุก 12/14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hiroshima-pizza-okonomiyaki/

เบอร์ติดต่อ

095-525-2020

Facebook

facebook.com/hiroshima49

3. Sushi Kappou Ishimoto

ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดพรีเมียมในย่านสุขุมวิท ร้านนี้ตั้งอยู่ในโรงแรม นิกโก้ กรุวเทพฯ (Hotel Nikko Thonglor) ร้านนี้มาในสไตล์คัปโปะ (Kappou) คือการทำอาหารแบบไฟน์ไดนิ่งที่ผสมผสานทั้งเมนูร้อนและเย็นเข้าไว้ในคอร์สโอมากาเสะอย่างลงตัว ความพิเศษของที่นี่คือคอร์สโอมากาเสะที่รวมทั้งซูชิชั้นเลิศและอาหารที่ต้องใช้เทคนิคการปรุงแบบพิเศษเอาไว้ด้วยกัน วัตถุดิบทุกอย่างสดใหม่มาก ๆ โดยเฉพาะพวกปลาทะเลและไข่หอยเม่นคือพรีเมียมสุด ๆ เชฟจะคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลมาปรุงให้เราได้ลิ้มลองทีละจาน ทำให้เราได้อร่อยกับรสชาติที่สดใหม่ที่สุดตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ ๆ ราคาต่อหัวค่อนข้างสูง โดยคอร์สโอมากาเสะจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,500 บาทขึ้นไป แต่ว่าความพรีเมียมคือเกินราคาไปมากเลยนะ

Sushi Kappou Ishimoto

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

Room 301, Hotel Nikko Bangkok 3rd Fl, 27 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-kappou-ishimoto/

เบอร์ติดต่อ

095-881-9485

Facebook

facebook.com/Sushi-Kappou-Ishimoto

4. Sasaya Sukhumvit

ใครที่เบื่อร้านอาหารญี่ปุ่นแบบเดิมๆ ต้องลองมาที่ร้าน Sasaya เลย ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์คันทรี่ที่ตกแต่งด้วยไม้และของพื้นบ้านให้ความรู้สึกอบอุ่นและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน จุดเด่นของที่นี่คือการคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลมาปรุงด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมเพื่อให้ได้รสชาติแท้ๆ ภายในร้านแบ่งออกเป็นห้องส่วนตัวหลายห้อง เหมาะมากสำหรับการมาสังสรรค์หรือคุยธุรกิจแบบเป็นกันเอง เมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องสั่งคือ ข้าวอบหม้อดินที่หอมนุ่มละมุนลิ้น และปลาคินเมะไดนึ่งซีอิ๊วที่เนื้อสดหวานเข้าเนื้อสุดๆ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 49 และมีอีกสาขาอยู่ที่สีลม ส่วนงบประมาณราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 600-800 บาท

Sasaya Sukhumvit

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 18:00–23:00 น.

ที่อยู่

165 ซ. พร้อมมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sasaya-sukhumvit/

เบอร์ติดต่อ

02-119-7248

Facebook

facebook.com/sasaya.bangkok

5. SUPER SHAKARIKI 432 EMSPHERE

ถ้ามองหาร้านอิซากายะนั่งชิลล์หลังเลิกงาน ที่ทั่งอร่อย เดินทางง่าย และราคาสมเหตุสมผล ขอแนะนำ SUPER SHAKARIKI 432 สาขา EMSPHERE ร้านนี้เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์สุดสนุกที่เปิดตั้งแต่ 11 โมงเช้า ยิงยาวไปจนถึงตี 5 ยกเมนูอาหารสไตล์โอซาก้ามาเสิร์ฟแบบครบเครื่องกว่า 200 รายการ เมนูที่พลาดไม่ได้ที่จะพาไปสัมผัสรสชาติแบบดั้งเดิมของคันไซ คือ คุชิคัตสึ ทาโกะยากิ และโอโคโนมิยากิ ยังมีเมนูอิซากายะสุดคลาสสิกอย่าง แซลมอนซาชิมิ และสเต็กเนื้อวากิวก็มีให้เลือก ที่สำคัญคือที่นี่มีบุฟเฟต์เครื่องดื่มราคาคุ้มค่าให้ดื่มกันยาว ๆ ด้วย หรือใครที่อยากปาร์ตี้ โชว์พลังเสียง ก็มีห้องคาราโอเกะส่วนตัวให้บริการถึง 4 ห้องเลย ร้านตั้งอยู่บนชั้น 5 ของศูนย์การค้า EMSPHERE ราคาโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทต่อคน

SUPER SHAKARIKI 432 EMSPHERE

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–5:00 น.

ที่อยู่

ชั้นที่5 ห้องเลขที่5D 03, อาคารศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์, 05 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/shakariki432-emsphere/

เบอร์ติดต่อ

02-125-2899

Facebook

facebook.com/shakariki432

6. Sakura Saku

ร้านอาหารญี่ปุ่นในซอยสุขุมวิท 31 ที่ให้ฟีลเหมือนได้ไปนั่งกินข้าวที่บ้านคนญี่ปุ่นสุด ๆ ร้านนี้เป็นร้านสไตล์อิซากายะ แต่มีความพิเศษตรงที่เน้นบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมาก ๆ เมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องสั่งคือ สุกี้ยากี้เนื้อวากิว เนื้อคือดีมาก ๆ ฉ่ำนุ่มละลายในปาก ทานคู่กับน้ำซุปสุกี้ยากี้รสชาติเข้มข้นสูตรต้นตำรับบอกเลยว่าฟินสุด ๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อยอื่น ๆ ให้เลือกอีกเพียบ ทั้งซาชิมิสด ๆ และเมนูกับแกล้มสไตล์อิซากายะที่ปรุงโดยเชฟชาวญี่ปุ่นแท้ ๆ ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทขึ้นไป

Sakura Saku

เวลาทำการ

จ.-ส. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

22 สุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sakura-saku/

เบอร์ติดต่อ

02-258-4893

Facebook

facebook.com/Sakura-Saku

7. Kappo Hisa

ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์คัปโปะ (Kappo) ที่รวมเอาเทคนิคการทำอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมมาใช้ในการปรุงอาหาร ความดีงามของที่นี่คือเชฟฮิสะ ที่เป็นคนญี่ปุ่น อารมณ์ดี และพูดคุยกับลูกค้าอย่างเป็นกันเองมาก ๆ ทำให้บรรยากาศการทานอาหารที่เคาน์เตอร์บาร์ยิ่งสนุกและอบอุ่น เมนูจะเน้นวัตถุดิบตามฤดูกาลที่เชฟคัดสรรมาเองกับมือ ทำให้เราได้ลองของอร่อยที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละครั้งที่มา นอกจากความสดใหม่แล้ว ทุกจานยังผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน สวยงามราวกับงานศิลปะเลยล่ะ ร้านนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ค่อนข้างเงียบสงบในซอยสุขุมวิท 20 และเน้นที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ยาว ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ชมการทำอาหารของเชฟแบบใกล้ชิด ซึ่งเป็นเสน่ห์ของอาหารสไตล์คัปโปะเลย ราคาคอร์สจะเริ่มต้นที่ประมาณ 4,500++  บาท ขึ้นไป

Kappo Hisa

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–14:00 น. และ 17:00–21:00 น.

ที่อยู่

66/4 mile malle sukhmvit20 g floor room103, ซอย ไผ่สิงห์โต sukhmvit20, เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kappo-hisa/

เบอร์ติดต่อ

02-039-2023

Facebook

facebook.com/Kappo-Hisa

8. FukuFuku (Torihada)

ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวอิซากายะ ที่เน้นเมนูไก่ย่างเสียบไม้ หรือยากิโทริ (Yakitori) คุณภาพเยี่ยม ร้านนี้เป็นร้านดังมาจากญี่ปุ่นเลยนะ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักเมนูไก่ ทางร้านคัดสรรไก่คุณภาพดีทุกส่วนมาเสียบไม้และย่างบนเตาถ่านอย่างพิถีพิถัน ทำให้เนื้อไก่นุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นถ่านอ่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสะโพก หัวใจ ตับ หรือเมนูเฉพาะอย่าง สีคุเนะ (Tsukune) ก็อร่อยเด็ดทุกไม้ นอกจากนี้ยังมีเมนูไก่อื่น ๆ อีกเพียบ เช่น หม้อไฟไก่ น้ำซุปเข้มข้นที่เคี่ยวนานกว่า 8 ชั่วโมง หรือแม้แต่เมนูอาหารกลางวันก็เด็ดไม่แพ้กัน และนอกจากเมนูแบบอะลาคาร์ทแล้ว ที่ร้านยังมีเซ็ตอาหารกลางวันราคาสบายกระเป๋าให้เลือกด้วย ร้านตั้งอยู่ที่อาคาร UBC II ซอยสุขุมวิท 33 ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 50 -1,000 บาท

FukuFuku (Torihada)

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:30 น.

ที่อยู่

UBC2 591 ตึก ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/torihada/

เบอร์ติดต่อ

02-662-1331

Facebook

facebook.com/torihada.bangkok

9. Tsuru Udon Thonglor

ถ้าเป็นสายอุด้งเลิฟเวอร์บอกเลยว่าร้านนี้คือที่สุด เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเส้นสดที่ทำใหม่วันต่อวัน ทำให้ได้เส้นที่เหนียวนุ่มสู้ฟันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ บรรยากาศร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ดูดีให้ฟีลเจแปนนีสโมเดิร์น จะมานั่งกินคนเดียวที่เคาน์เตอร์บาร์หรือมากับเพื่อนก็สะดวกมาก เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือ Mentaiko Cream Udon อูด้งซอสครีมไข่ปลาเมนไทโกะที่รสชาติเข้มข้นนัวสุดๆ หรือถ้าชอบแบบเย็นต้องลอง Tsuru Cold Udon ที่กินแล้วสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ร้านตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 55 เดินทางมาไม่ยาก ราคาต่อหัวประมาณ 300-500 บาท

Tsuru Udon Thonglor

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

64 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tsuru-udon-thonglor/

เบอร์ติดต่อ

093-454-2882

Facebook

facebook.com/tsuruudon

10. Kitaro Sushi

สายซูชิต้องกดเลิฟให้ร้านนี้แน่นอน เพราะ Kitaro Sushi เป็นร้านดังจากโอซาก้าที่มาเปิดตัวในไทยพร้อมคอนเซปต์ซูชิราคาเดียวเกือบทั้งเมนู จุดเด่นอยู่ที่การใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงส่งตรงจากญี่ปุ่นแต่ขายในราคามิตรภาพ บรรยากาศร้านเป็นแบบอิซากายะที่มีความคึกคักและเป็นกันเองมาก เหมาะกับการมานั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมกินซูชิคำโตๆ ไปด้วย เมนูแนะนำที่ห้ามพลาดเลยคือ บรรดาซูชิหน้าต่างๆ ที่ปลาชิ้นใหญ่สดใหม่ และยังมีเมนูพิเศษประจำวันตามฤดูกาลที่เชฟจะคัดสรรมาอย่างดี ร้านนี้มีหลายสาขาในย่านสุขุมวิท ทั้งสาขาพระโขนง และสาขาสุขุมวิท 26 เดินทางง่ายใกล้รถไฟฟ้า ราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 500-1,000 บาท

Kitaro Sushi

เวลาทำการ

ทุกวัน 18:00–3:00 น.

ที่อยู่

161/2 ถนน สุขุมวิท Klongtan Nua เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/article/7-branches-kitaro/

เบอร์ติดต่อ

02-106-2466

Facebook

facebook.com/kitarosushithonglor

11. Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya

Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya โดดเด่นเรื่องวัตถุดิบคุณภาพสูงที่ส่งตรงจากฮอกไกโดโดยเฉพาะ จุดขายที่ใครเห็นก็ต้องว้าวคือความใจป้ำในการตักวัตถุดิบให้แบบล้นๆ บรรยากาศร้านตกแต่งสไตล์อิซากายะดั้งเดิมที่คึกคักและอบอุ่น เหมาะสุดๆ สำหรับการมาล้อมวงกินดื่ม เมนูซิกเนเจอร์ที่เรียกเสียงฮือฮาได้ทุกโต๊ะคือ Hamakko Ikura Kobore Meshi หรือข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอนล้นทะลักที่พนักงานจะมาตักไข่ปลาให้แบบไม่อั้นพร้อมเสียงเชียร์สุดมันส์ นอกจากนี้ยังมีนมฮอกไกโดและไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่หอมมันเป็นเอกลักษณ์ปิดท้ายมื้อได้เพอร์เฟกต์ ร้านตั้งอยู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 28 และซอย 30 ราคาต่อหัวประมาณ 800-1,000 บาท

Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya

เวลาทำการ

จ.-ศ. 16:00–23:00 น.

ส.-อา. 12:00–23:00 น.

ที่อยู่

720/19-20 Sukhumvit Rd Between Soi28-30, 720/21 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hokkaido-sushi-izakaya-ezoya/

เบอร์ติดต่อ

02-258-6636

Facebook

facebook.com/ezoya.bangkok

12. Sanriku Sushi Kyodoizakaya

มาเริ่มกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านแรกในย่านสุขุมวิท ที่ให้ฟีลเหมือนนั่งกินอยู่ที่ญี่ปุ่นจริง ๆ ร้านนี้เป็นร้านแรกในกรุงเทพฯ ที่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่นจากภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น บอกเลยว่าไม่เหมือนใคร ที่นี่เค้ามีเมนูเยอะมาก ๆ มากกว่า 300 รายการเลย ทั้งซูชิสด ๆ ที่ใช้ปลาตามฤดูกาลส่งตรงจากญี่ปุ่น และมีเมนูอิซากายะให้เลือกเพียบ หรือใครอยากลองแบบที่พรีเมียมขึ้น ก็มีโอมากาเสะราคาจับต้องได้ให้ฟินกันด้วยนะ เมนูที่น่าลองก็อย่างเช่น เต้าหู้เย็นราดผักดองสไตล์ยามากาตะ (Yamagata Dashi) ที่หาทานยากสุด ๆ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 19 เดินทางสะดวกมาก จะมาด้วย BTS อโศก หรือ MRT สุขุมวิท ก็สบายเลย ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทขึ้นไป เป็นอีกหนึ่งร้านที่คออาหารญี่ปุ่นไม่ควรพลาด

Sanriku Sushi Kyodoizakaya

เวลาทำการ

จ.-ส. 17:00–4:00 น.

อา. 17:00–2:00 น.

ที่อยู่

ซอย สุขุมวิท 19 แยก 2 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sanriku-sushi-kyodoizakaya/

เบอร์ติดต่อ

02-651-2361

Facebook

facebook.com/sanriku.sushi.kyodoizakaya

13. Genpukan Thonglor

สำหรับชาวสุขุมวิทที่เป็นสายเนื้อและรักการปิ้งย่างสไตล์ ต้องมาที่ร้าน Genpukan Thonglor เลย ร้านนี้เป็นร้านยากินิกุต้นตำรับจากฟุกุโอกะที่เก่าแก่กว่า 75 ปี และขนสูตรลับความอร่อยมาถึงกรุงเทพฯ พระเอกของที่นี่คือเนื้อวัวคุณภาพพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวากิวลายสวย ๆ หรือเนื้อซี่โครงที่เป็นซิกเนเจอร์ แต่ทีเด็ดที่ทำให้ร้านนี้ไม่เหมือนใครเลยคือ ซอสจิ้มเนื้อย่างสูตรลับจากเมืองฮากาตะ ซอสสีแดงเข้ม รสชาติเค็มหวาน กลมกล่อม มีเผ็ดติดปลายลิ้นนิด ๆ เวลาเอาเนื้อย่างร้อน ๆ จุ่มลงไปแล้วทานคู่กัน บอกเลยว่าแสงออกปาก นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดอย่าง ลิ้นวัวหมักต้นหอม และเนื้อย่างจุ่มไข่ดิบที่ต้องลอง เมนูอื่น ๆ ที่เป็นที่นิยม เช่น เครื่องในย่าง ที่ทำความสะอาดมาอย่างดี ไม่มีกลิ่นสาบ บรรยากาศร้านก็สบาย ๆ และมีห้องส่วนตัวไว้รองรับด้วย ร้านตั้งอยู่บนถนนทองหล่อ ใกล้กับโรงแรม Hotel Nikko ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,500 บาทต่อคน

Genpukan Thonglor

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–0:00 น.

ที่อยู่

41, 43 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/genpukan-thonglor/

เบอร์ติดต่อ

02-712-7901

Facebook

facebook.com/genpukan.bangkok

14. Kuma no Yakitori Bangkok

Kuma no Yakitori ร้านยากิโทริร้านดังจากโอซาก้า ที่เป็นมากกว่ายากิโทริทั่วไป ที่นี่เขาเสิร์ฟเมนูยากิโทริแบบโอมากาเสะ ที่เชฟจะรังสรรค์เมนูยากิโทริจากไก่คุณภาพเยี่ยมกว่า 8 ส่วน พร้อมเมนูอาหารญี่ปุ่นอื่น ๆ ตามฤดูกาล ความพิเศษคือเทคนิคการย่างถ่านขั้นเทพ ทำให้เนื้อไก่ทุกคำนุ่มฉ่ำ มีกลิ่นหอมรมควันเป็นเอกลักษณ์ แถมยังมีเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Ultimate TKG เมนูข้าวหน้าไข่ดิบสุดพรีเมียมที่ท็อปด้วยไข่หอยเม่นและไข่ปลาแซลมอน เมนูของร้านจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามฤดูกาล เพื่อให้ลูกค้าที่มาได้ลองเมนูใหม่ ๆ อยู่เสมอ ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 1 โครงการ Rain Hill ซอยสุขุมวิท 47 ราคาคอร์สค่อนข้างสูง โดยจะเริ่มต้นที่ประมาณ 3,500 บาท++ ขึ้นไป แต่รับรองความอร่อยและความพรีเมียมที่หาไม่ได้จากร้านไหน

Kuma no Yakitori Bangkok

เวลาทำการ

จ.-ส. 17:00–22:30 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

Rain Hill, 1F, 777 ซอย สุขุมวิท 47 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kuma-no-yakitori/

เบอร์ติดต่อ

02-258-6173

Facebook

facebook.com/kumanoyakitoribangkok

15. Tempura NAGAOKA Phromphong

Tempura NAGAOKA Phromphong ร้านอาหารญี่ปุนที่คนรักเมนูของทอด โดยเฉพาะเมนูเทมปุระจะต้องตกหลุมรัก ร้านนี้คือสุดยอดเทมปุระสูตรต้นตำรับจากเมืองฟุกุโอกะ โดยเชฟจะคอยเสิร์ฟเทมปุระทอกเสร็จใหม่ ๆ แบบคำต่อคำ แล้วเทมปุระที่ทอดมาบอกเลยว่าแป้งบาง กรอบฟูสุด ๆ วัตถุดิบที่ใช้ก็เป็นวัตถุดิบพรีเมียมตามฤดูกาลที่ตัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกุ้งเนื้อหวาน เห็ด หรือแม้แต่ของแปลกใหม่อย่าง เทมปุระดอกกะหล่ำ หรือไอศกรีมเทมปุระสตรอว์เบอร์รีไดฟุกุ ยังเพิ่มความอิ่มท้องด้วยเมนูข้าวอบหม้อดิน ที่ให้ปริมาณมาแบบเต็มหม้อได้อีกด้วย ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท ขึ้นไป

Tempura NAGAOKA Phromphong

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

111 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tempura-nagaoka-phromphong/

เบอร์ติดต่อ

064-064-8228

Facebook

facebook.com/Hakata-Tempura-Nagaoka-Phrom-Phong

16. Hinata Izakaya Asoke

ชาวออฟฟิศต้องไม่พลาดร้าน Hinata Izakaya Asoke ร้านอิซากายะในย่านสุขุมวิท ให้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในร้านกินดื่มเล็ก ๆ ที่บรรยากาศอบอุ่น มีลูกค้าประจำทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นมาแฮงค์เอาท์กันเพียบ ที่นี่เค้ามีเมนูอิซากายะเยอะมาก ทีเด็ดของที่นี่ก็คือเมนูเสียบไม้ย่าง ทั้งคุชิยากิ (Kushiyaki) และคุชิอาเกะ (Kushiage) และเมนูจานเดียวที่รสชาติดีและราคาสบายกระเป๋าอย่าง อุด้ง แฮมเบิร์ก และเมนูข้าวหน้าต่าง ๆ เช่น ข้าวหน้าไก่ย่างชาร์โคล ข้าวหน้าเนื้อไข่ออนเซ็น ที่นั่งมีทั้งแบบเคาน์เตอร์บาร์ และโต๊ะสำหรับคนมาเป็นกลุ่ม แถมยังมีโปรโมชั่นที่น่าสนใจอยู่บ่อย ๆ ด้วยนะ ใครกำลังหาที่แฮงค์เอาท์หลังเลิกงานอยู่ แนะนำร้านนี้เลย ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 21 ลง BTS อโศก หรือ MRT สุขุมวิท แล้วเดินต่อมาไม่กี่นาที ราคาก็น่ารักมาก ๆ อยู่ที่ประมาณ 200 บาทต่อคนขึ้นไป

Hinata Izakaya Asoke

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–14:30 น. และ 17:30–23:30 น.

ส.-อา. 12:00–22:00 น.

ที่อยู่

44-26 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hinata-izakaya-asoke/

เบอร์ติดต่อ

063-317-5577

Facebook

facebook.com/Hinataizakayabkk

17. Obanzai Kitaro

ร้าน Obanzai Kitaro ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 41 จุดเด่นของที่นี่คือเมนูโอบันไซ (Obanzai) ซึ่งเป็นอาหารโฮมเมดสไตล์เกียวโต ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองสุด ๆ โดยเมนูจะเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบที่มีในแต่ละวัน ทำให้ได้ลองเมนูใหม่ ๆ อยู่เสมอ เมนูส่วนใหญ่จะเน้นผักและเนื้อสัตว์ตามฤดูกาลที่ปรุงรสชาติไม่จัดจ้านมากนัก แต่กลมกล่อมตามแบบฉบับอาหารญี่ปุ่นแท้ ๆ เหมือนได้กินอาหารสุขภาพที่บ้าน นอกจากโอบันไซแล้วยังมีข้าวหน้าต่าง ๆ และอาหารเซ็ตสุดคุ้มให้เลือกด้วยนะ และที่เป็นที่พูดถึงมาก ๆ คือ โอเด้ง เมนูเสียบไม้ที่มาพร้อมน้ำซุปร้อน ๆ ให้ได้ซด เมนูนี้คือพลาดไม่ได้เลยนะ ราคาอาหารโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาทต่อคนขึ้นไป

Obanzai Kitaro

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–0:00 น.

ที่อยู่

2/13 ซ สุขุมวิท 41 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaro-obanzai/

เบอร์ติดต่อ

066-114-3855

Facebook

facebook.com/obanzaikitaro

18. Yakiniku Kirabi

ถ้าเป็นสายปิ้งย่างและหลงรักในความฉ่ำของเนื้อวากิว บอกเลยว่าร้านนี้คือที่สุดของย่านสุขุมวิท จุดเด่นของที่นี่คือการคัดสรรเนื้อวากิวคุณภาพสูงโดยเฉพาะเนื้อคุโรเกะวากิว (Kurogawagyu) A5 ที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น บรรยากาศร้านตกแต่งแบบหรูหราแต่แฝงความอบอุ่น มีวิธีการจัดการเรื่องควันจากเตาได้ดีเยี่ยม ทำให้กินเสร็จแล้วกลิ่นไม่ติดตัวมาก เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือชุดรวมเนื้อวากิว 5 อย่างที่จะได้ลิ้มลองเนื้อวากิวส่วนต่างๆ ที่มีความนุ่มและรสสัมผัสต่างกันไป หรือจะลองลิ้นวัวชิ้นหนาก็กรุบกรอบสู้ฟันดีมาก ร้านมีหลายสาขาทั้งสุขุมวิท 23 และสุขุมวิท 51 ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท

Yakiniku Kirabi

เวลาทำการ

จ.-ศ. 16:00–23:30 น.

ส. 12:00–23:30 น.

อา. 12:00–22:00 น.

ที่อยู่

118, 8-10 ซ. สุขุมวิท 23 Klongtoei-Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakiniku-kirabi-23/

เบอร์ติดต่อ

080-512-9129

Facebook

facebook.com/kirabi23

19. Kemuriya

ถ้าชอบร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกหรูหรา มีการจัดองค์ประกอบจานที่สวยงามเหมือนกำลังชมงานศิลปะสักชิ้น ต้องลองแวะมาที่ร้าน Kemuriya เลย จุดเด่นของที่นี่คือวัตถุดิบที่สดใหม่ คุณภาพดี นำเข้าจากฟุคุอิและทั่วญี่ปุ่น ตัวร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายเน้นการบริการที่ใส่ใจ เมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องสั่งคือ ปูเอจิเซ็น (Echizen Crab) ซูชิพรีเมียม ข้าวอบหม้อดิน และเมนูย่างถ่านต่างๆ ร้านตั้งอยู่ในซอยพร้อมมิตรในย่านพร้อมพงษ์  มีราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 800-1,500 บาท

Kemuriya

เวลาทำการ

อ.-อา. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

14 2 Soi Prommit แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kemuriya/

เบอร์ติดต่อ

065-951-9779

Facebook

facebook.com/Kemuriya

20. Yakiniku Suzuki Beef BKK

ถ้าเป็นตัวจริงเรื่องปิ้งย่างต้องห้ามพลาดร้านนี้เลย เพราะจุดขายหลักคือเนื้อโอมิ (Omi Gyu) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเนื้อวัวที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น โดยเจ้าของร้านที่เป็นผู้ค้าส่งเนื้อเองคัดสรรมาเสิร์ฟแบบเน้นๆ ทำให้เราได้ทานเนื้อคุณภาพสูงในราคาที่สมเหตุสมผล บรรยากาศร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ดูดี มีทั้งโซนเคาน์เตอร์บาร์สำหรับนั่งดูเชฟโชว์ฝีมือและห้องส่วนตัวสำหรับสายกินที่ต้องการความเงียบ เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือลิ้นวัวพันต้นหอม (Tied Beef Tongue) ที่เคี้ยวเพลินสุดๆ และ Omi Beef Assortment ชุดรวมเนื้อส่วนต่างๆ ที่ลายไขมันสวย ย่างแล้วแทบละลายในปาก ร้านตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทใกล้กับ BTS พร้อมพงษ์ ทางออก 4 เดินทางสะดวกมาก ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,500 บาทขึ้นไป

Yakiniku Suzuki Beef BKK

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:00–22:30 น.

ที่อยู่

682/5 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakiniku-suzuki-beef-bkk/

เบอร์ติดต่อ

062-184-4480

Facebook

facebook.com/suzukibeef.bkk

21. Sushi Shishichi

Sushi Shishichi ร้านซูชิสำหรับคนที่มองหาประสบการณ์การทานซูชิที่พิถีพิถันแต่ไม่เกร็งจนเกินไป จุดเด่นของที่นี่คือการนำเข้าวัตถุดิบสดใหม่จากญี่ปุ่นแบบวันต่อวัน โดยเฉพาะปลาตามฤดูกาลที่เชฟคัดสรรมาอย่างดี บรรยากาศร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิสที่ดูเรียบหรูแต่ยังคงความอบอุ่น เหมาะทั้งการมาเดทหรือทานข้าวกับครอบครัว เมนูซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดคือ นิกิริซูชิ (Nigiri Sushi) หน้าต่างๆ ที่ปั้นมาแบบพอดีคำ รสสัมผัสระหว่างปลาและข้าวมีความสมดุลกันอย่างยอดเยี่ยม รวมถึงเมนูข้าวด้ง (Donburi) หน้าล้นที่จัดเต็มวัตถุดิบคุณภาพแบบไม่มีกั๊ก ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ราคาต่อหัวสำหรับมื้อกลางวันจะเริ่มต้นที่ประมาณ 500-800 บาท ส่วนมื้อเย็นจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท

Sushi Shishichi

เวลาทำการ

อ.-ศ.11:30–14:00 น. และ 17:30–23:00 น.

ส. 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:30 น.

อา. 11:30–14:00 น. และ 17:30–21:30 น.

ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

36 3 ถนน สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-shishichi/

เบอร์ติดต่อ

02-258-7798

Facebook

facebook.com/Shishichi

22. Oniku to gohan Thonglor

สายเนื้อย่างต้องถูกใจร้านนี้แน่นอน เพราะร้านนี้มาในคอนเซปต์ความอร่อยที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังคือ เนื้อย่างดีๆ กับข้าวสวยร้อนๆ จุดเด่นที่ทำให้ใครก็ต้องหลงรักคือการใช้ข้าวพันธุ์ดีจากฟุกุโอกะ (Fukuoka) มาหุงจนได้ข้าวมีความหอม นุ่ม และหวานเป็นพิเศษ บรรยากาศร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่ยังให้กลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่น นั่งทานได้แบบชิลๆ ไม่เร่งรีบ เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือ Gyu-harami เนื้อส่วนกระบังลม ที่เมื่อนำมาย่างแล้วทานคู่กับข้าวสวยหุงใหม่ๆ ฟินอย่าบอกใคร นอกจากนี้ยังมีเมนู Negimori P-Tan ลิ้นหมูสไลด์โรยด้วยต้นหอม อีกเมนูแนะนำของร้าน และซุปเอ็นเนื้อรสเข้มข้น ซดคล่องคอ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 53 ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท ขึ้นไป

Oniku to gohan Thonglor

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–15:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

No.88 Room.1, B3 ซ. สุขุมวิท 53 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/oniku-to-gohan-thonglor/

เบอร์ติดต่อ

096-034-7997

Facebook

facebook.com/onikutogohan

23. Kappo Tomo

Kappo Tomo ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เสิร์ฟอาหารสไตล์คัปโปะ (Kappo Syle) ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างความหรูหราแบบไคเซกิ (Kaiseki) และความเป็นกันเองแบบอิซากายะ Izakaya ที่เชฟจะคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดตามฤดูกาลมาปรุงต่อหน้า บรรยากาศร้านตกแต่งแบบเรียบหรู เน้นโทนไม้ที่ให้ความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะมากสำหรับการมาในโอกาสพิเศษ เมนูซิกเนเจอร์ที่พลาดไม่ได้คือบรรดาเมนูจากปลาตามฤดูกาลและเนื้อวากิวคัดพิเศษที่เชฟจะรังสรรค์ออกมาเป็นจานเด่นในแต่ละคอร์ส รวมถึงซุปรสชาติลุ่มลึกแสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียด ร้านตั้งอยู่ในโครงการ Rain Hill ซอยสุขุมวิท 47 ราคาต่อหัวสำหรับคอร์สอาหารจะอยู่ที่ประมาณ 3,000-6,000 บาท

Kappo Tomo

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–22:00 น.

ที่อยู่

1F, Rain Hill 777 ซอย สุขุมวิท 47 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kappo-tomo/

เบอร์ติดต่อ

02-258-4787

Facebook

facebook.com/kappotomo

24. 298 Nikuya Yakiniku

ใครที่มองหาร้านปิ้งย่างเนื้อวากิวสุดคุ้มค่าต้องมาเช็คอินที่นี่เลย เพราะจุดเด่นของร้านคือการคัดสรรเนื้อคุณภาพเยี่ยมแต่เปิดราคามาได้มิตรภาพมากจนกลายเป็นขวัญใจคนรักเนื้อ บรรยากาศร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและผ่อนคลาย เหมาะกับการมาล้อมวงปิ้งย่างกับแก๊งเพื่อนหรือครอบครัวเป็นที่สุด เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือ 298 Moriawase ชุดรวมเนื้อวากิวคัดพิเศษ ย่างให้พอสุกแล้วจิ้มน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้านบอกเลยว่าละลายในปาก นอกจากนี้ยังมีเมนูลิ้นวัวหนานุ่มที่หลายคนติดใจ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 41 มีราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 500-1,200 บาท

298 Nikuya Yakiniku

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–23:00 น.

ที่อยู่

2/34 ซ สุขุมวิท 41 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/298-nikuya-yakiniku/

เบอร์ติดต่อ

098-479-6236

Facebook

facebook.com/298yakiniku

25. Rockmen 69men

Rockmen 69men ร้านราเมงรสชาติจัดจ้านแบบออริจินัลในย่านสุขุมวิท ที่คนรักเมนูราเมงจะพลาดไม่ได้ เพราะที่นี่จำกัดการขายราเมงเพียงแค่ 69 ชามต่อวันเท่านั้น เมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องมาลองคือ สึเคเมง ที่เส้นราเมงเหนียวนุ่ม หนึบหนับกำลังดี เสิร์ฟแบบเย็นหรืออุ่นก็ได้ จุ่มในน้ำซุปเข้มข้นที่มีรสชาติเค็ม หวาน มัน และหอมกลิ่นปลาแห้ง บอกเลยว่าฟินมาก ส่วนใครชอบรสจัดจ้านก็สามารถใส่เครื่องปรุงที่ร้านเตรียมไว้ให้เพิ่มได้ นอกจากสึเคเมงแล้วยังมีโชยุราเมง ชิโอะราเมง หรือน้ำซุปไพตันรสเข้มข้ม และเมนูข้าวหน้าต่าง ๆ อย่าง ชาชูด้ง ให้เลือกด้วย ใครที่ชอบราเมงแบบน้ำซุปเข้มข้น หอม กลมกล่อม และเส้นเหนียวหนึบถูกใจแน่นอน ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาทต่อคน

Rockmen 69men

เวลาทำการ

จ., พ.-ศ. 12:00–15:00 น. และ 18:00–0:00 น.

อ. 12:00–15:00 น. และ 18:00–21:00 น.

ส.-อา. 12:00–0:00 น.

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/rockmen-69men/

เบอร์ติดต่อ

091-887-9469

Facebook

facebook.com/69menbkk

26. NABEJIRO

สำหรับใครที่อยากลองทานสุกี้ยากี้สไตล์คันไซต้องไม่พลาดร้านนี้ จุดขายของที่นี่คือการปรุงน้ำซุปที่เข้มข้นและหอมกรุ่นตามแบบฉบับดั้งเดิม โดยเชฟจะมาผัดเนื้อกับน้ำตาลและโชยุให้หอมฟุ้งก่อนเติมน้ำซุป บรรยากาศร้านตกแต่งโทนสีไม้และโคมไฟให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในร้านอาหารย่านโอซาก้าสมัยก่อน มีความอบอุ่นและเป็นกันเอง เมนูซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดคือ ชุดสุกี้ยากี้เนื้อวากิวที่มาพร้อมผักสด จิ้มกับไข่ดิบออร์แกนิกเพิ่มความมันนัว หรือใครสายสุขภาพจะสั่งเป็นชาบูชาบูซุปใสก็อร่อยไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีเมนูทานเล่นอย่างเนื้อตุ๋นโชยุที่นุ่มจนละลายในปากด้วย ร้านตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 33 มีราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 800-1,000 บาท

NABEJIRO

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–0:00 น.

ที่อยู่

No. 27/1, Room No. A1, ซ. สุขุมวิท 33 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/nabejiro/

เบอร์ติดต่อ

081-039-9697

Facebook

facebook.com/nabejiroshabusukibuffet

27. Sushi Juban

ร้านอาหารญี่ปุ่นในย่านสุขุมวิท  ที่จะได้ทานโอมากาเสะแบบต้นตำรับโดยเชฟชาวญี่ปุ่นแท้ ๆ แบบไม่ต้องจ่ายจนแพงเกินไปร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความสดใหม่ของปลาที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น และมีคอร์สโอมากาเสะให้เลือกหลายระดับราคา เหมาะมากสำหรับคนอยากลองโอมากาเสะครั้งแรก หรือจะเลือกคอร์สพรีเมียมที่ใช้ปลาตามฤดูกาลก็มีให้ฟิน นอกจากซูชิแล้วยังมีเมนูอื่น ๆ ที่อร่อยไม่แพ้กัน เช่น Negi Toro ทูน่าผสมต้นหอมที่รสชาติเข้มข้น ที่นั่งทั้งแบบเคาน์เตอร์บาร์ ให้เราได้ชมลีลาการปั้นซูชิของเชฟแบบสด ๆ และยังมีห้องส่วนตัวให้บริการอีกด้วยนะ ที่สำคัญคือร้านเปิดจนถึงดึกเลยด้วย ร้านมีทั้งสาขาทองหล่อ เอกมัย และอโศก ส่วนราคาคอร์สโอมากาเสะเริ่มต้นที่ประมาณ 980-1,500++ บาท

Sushi Juban

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–0:00 น.

ที่อยู่

36, 1Fl, 1 ซอย พร้อมพรรค แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

063-189-2440

Facebook

facebook.com/sushijubantakumi

28. NIKUSHO

ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น (Yakiniku) คุณภาพดีในย่านสุขุมวิท ร้านนี้เป็นร้านยากินิกุสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการนำเข้าเนื้อวากิว A5 ระดับพรีเมียมมาเสิร์ฟในราคาที่จับต้องได้ แถมยังมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ แทบทุกเดือน ถูกใจคนรักเนื้อสุด ๆ เนื้อวากิว A5 ของที่นี่คือตัวท็อป ด้วยลายไขมันแทรกที่สวยงาม เมื่อย่างบนเตาถ่านแล้วจะหอม นุ่ม ฉ่ำ และละลายในปาก เมนูที่ต้องลองคือ Wagyu Maebara Yakisuki เนื้อสไลด์บางย่างแบบสุกี้ยากี้จิ้มกับไข่ดิบ และลิ้นวัวย่างมะนาว ที่รสเปรี้ยวอมหอมตัดเลี่ยนได้ดีมาก นอกจากนี้ยังมีเซ็ตมื้อกลางวันที่ราคาเริ่มต้นแค่หลักร้อยต้น ๆ แต่คุณภาพเนื้อพรีเมียมเกินราคาไปมาก ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,200 บาทขึ้นไป

NIKUSHO

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:00 น.

ที่อยู่

12 สุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

064-282-9392

Facebook

facebook.com/nikusho

29. Hokkaido Genshiyaki

ร้านนี้เป็นร้านอิซากายะเจ้าดังที่มีจุดขายหลักคือการใช้วัตถุดิบสด ๆ จากฮอกไกโดโดยตรง และมีเมนูที่เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ส่วนเมนูที่ต้องลอง ชื่อร้านก็บอกอยู่แล้วว่าต้องลองเก็นชิยากิ (Genshiyaki) ซึ่งเป็นการย่างปลาแบบโบราณของญี่ปุ่น ที่ทำให้ปลาสุกทั่วถึง เนื้อนุ่มฉ่ำ หนังกรอบ และหอมกลิ่นถ่านเป็นพิเศษ เมนูเด็ดอื่น ๆ ที่เป็นที่พูดถึงไม่ต่างก็คือ ข้าวหน้าทะเลภูเขาไฟ (Seafood Tower Don) ที่โปะปลาดิบสด ๆ มาแบบล้น ๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูที่ผสมผสานความญี่ปุ่นกับตะวันตกอย่าง สปาเกตตี้ชีส ที่นำไปคลุกกับชีสก้อนโต ๆ ใครชอบทานชีสพลาดไม่ได้ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ส่วนราคาถ้าเป็นเซ็ตมื้อกลางวันจะเริ่มที่ประมาณ 250-500 บาท แต่ถ้าจัดเต็มเมนูปิ้งย่างพรีเมียมหรือเมนูทะเลชุดใหญ่ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทขึ้นไป

Hokkaido Genshiyaki

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00–15:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ส.-อา. 11:00–16:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

83 สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน klongton, กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

080-783-9915

Facebook

facebook.com/genshiyaki26

30. Ebisu Shoten

Ebisu Shoten ร้านอิซากายะที่ดังมากเรื่องคุชิคัตสึ (Kushikatsu) หรือของทอดเสียบไม้สูตรต้นตำรับจากโอซาก้า บรรยากาศร้านก็เหมือนยกญี่ปุ่นมาไว้ที่นี่เป๊ะ ๆ แถมคนญี่ปุ่นในย่านนี้ก็มากินกันเต็มร้านเลยนะ คุชิคัตสึของที่นี่มีให้เลือกหลากหลายเมนูมาก ตั้งแต่เนื้อสัตว์ ซีฟู้ด ไปจนถึงผักต่าง ๆ ชุบแป้งบาง ๆ ทอดมาเหลืองกรอบ ไม่อมน้ำมัน และเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ซอสสูตรเฉพาะของร้านนี่แหละ นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อย ๆ อย่างข้าวแกงกะหรี่หมูทอด ราเมง และนาเบะให้เลือกอีกเพียบ ร้านตั้งอยู่ใกล้ BTS พร้อมพงษ์เลย เดินทางสะดวกมาก ๆ และยังมีสาขาอื่น ๆ แถวสุขุมวิทอีกหลายสาขา ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาทต่อคน

Ebisu Shoten

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–5:00 น.

ที่อยู่

660 662 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

064-304-0960

Facebook

facebook.com/ebisushoten.promphong

31. Yurijin Izakaya & Japanese Dining Ekkamai

ร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดีแบบคุ้มค่าคุ้มราคาในย่านสุขุมวิท ร้านนี้เป็นสไตล์อิซากายะก็จริง แต่จุดเด่นที่ทำให้ใคร ๆ ก็หลงรักคือ เซ็ตอาหารกลางวันที่ให้ฟีลเหมือนนั่งกินข้าวในโรงอาหารญี่ปุ่น แถมมีบุฟเฟต์เครื่องเคียงให้ทานไม่อั้น ราคาก็เริ่มต้นแค่หลักร้อยต้น ๆ เท่านั้น เมนูก็มีให้เลือกเยอะมาก คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ทั้งเมนูซาชิมิ แซลมอนคัตสึด้ง หรือแม้แต่เมนูอิซากายะอื่น ๆ ในมื้อเย็นก็ยังคงอร่อยถูกปาก นอกจากนี้ร้านยังมีบรรยากาศสบาย ๆ น่านั่งอีกด้วย ร้านตั้งอยู่ในโครงการ Earth Ekamai บนถนนสุขุมวิท 63 เซ็ตอาหารกลางวันเริ่มต้นแค่ 250-500 บาทต่อคน ส่วนมื้อเย็นแบบจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทขึ้นไป

Yurijin Izakaya & Japanese Dining Ekkamai

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

โครงการ Earth Ekamai, ซ. สุขุมวิท 63 Klongton, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

064-195-4193

Facebook

facebook.com/yurijin.izakaya

32. Washoku Aji

ร้านนี้เป็นร้านที่คนญี่ปุ่นในย่านนี้ชอบมาทาน เพราะรสชาติถูกปาก และมีเมนูให้เลือกเยอะมาก ตั้งแต่ซูชิ ราเมง ไปจนถึงข้าวหน้าต่าง ๆ รวมแล้วมีเมนูให้เลือกมากกว่า 100 อย่าง จุดเด่นหลัก ๆ คือความหลากหลายและคุณภาพของวัตถุดิบที่สดใหม่ในราคาที่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะเมนูซูชิที่ราคาเริ่มต้นแค่หลักสิบ ส่วนเมนูที่คนพูดถึงเยอะ ๆ ก็อย่างเช่น ข้าวหน้าฟัวกราส์ ราเมงทงคตสึ หรือข้าวหน้าปลาไหลก็อร่อยมาก ๆ ยังมีเมนูแบบเซ็ตให้เลือกสำหรับมื้อกลางวัน ทำให้คุ้มค่าและอิ่มอร่อยในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเป็นกันเองมาก ๆ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 63 ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทขึ้นไป

Washoku Aji

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:30 น. และ 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

78/2 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

094-560-1455

Facebook

facebook.com/WashokuAJI

33. Mitsumori of Tokyo

ร้านนี้คือสวรรค์ของคนรักโซบะ เป็นร้านที่ตนญี่ปุ่นรู้จักกันดี โดดเด่นด้วยเมนูที่ทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่เส้นโซบะไปจนถึงเมนูย่างถ่าน จุดขายหลักคือ เส้นโซบะทำมือ (Homemade Soba) ที่ทำสดใหม่ทุกวันโดยใช้แป้งโซบะที่เก็บเกี่ยวใหม่จากฮอกไกโด ทำให้ได้เส้นที่มีกลิ่นหอมและรสชาติแท้ ๆ ของโซบะญี่ปุ่น เมนูที่ต้องลองอีกอย่างคือ ยากิโทริ (Yakitori) หรือไก่ย่างเสียบไม้สไตล์จิโดริ (Jidori Yakitori) ที่ย่างบนเตาถ่านจนหอมกรุ่น เนื้อไก่นุ่มฉ่ำสุด ๆ ร้านนี้ให้บรรยากาศที่เงียบสงบและมีสไตล์แบบญี่ปุ่นคลาสสิก เหมาะสำหรับมื้อกลางวันแบบสบาย ๆ หรือมื้อค่ำที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ยังมีเมนูอะลาคาร์ทอื่น ๆ ที่น่าลองอีกเพียบ เช่น ชุดปลาชิมาฮอกเกะย่างถ่าน หรือข้าวหน้าเนื้อ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 23 ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทต่อคน

Mitsumori of Tokyo

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:00–21:00 น.

ที่อยู่

47 1 ซ. สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-640-8283

Facebook

facebook.com/mitsumori.bkk

34. Yuna

ร้านอาหารญี่ปุ่นในซอยสุขุมวิท 11/1 ร้านนี้มีเชฟญี่ปุ่นคอยดูแล ทำให้รสชาติอาหารได้มาตรฐาน แถมยังเป็นที่รู้จักกันดีว่าคุณภาพดีเกินราคาไปมาก เมนูอาหารีให้เลือกหลากหลาย มีตั้งแต่ซูชิ ซาชิมิ ไปจนถึงเมนูที่หาทานยากอย่าง โอฉะสึดกะ (Ochazuke) ที่ให้ฟีลเหมือนในซีรีส์ญี่ปุ่นเลย และเมนูที่หลายคนติดใจคือ ทาโกะวาซาบิ (Tako Wasabi) ที่เสิร์ฟมาแบบเย็นเจี๊ยบ สดชื่น ไม่ฉุนวาซาบิเกินไป เหมาะกับการเป็นกับแกล้มมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีโอมากาเสะในราคาเข้าถึงง่ายอีกด้วย รวมถึงมีเซ็ตอาหารกลางวันราคาน่ารัก ๆ ในช่วงกลางวันด้วยนะ ราคาต่อหัวแบบอะลาคาร์ทเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทต่อคน ส่วนคอร์สโอมากาเสะจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,500++ บาท

Yuna

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–0:00 น.

ที่อยู่

155, 18-19 ซอย สุขุมวิท 11/1 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-067-2602

Facebook

facebook.com/yunajp

35. Sho Japanese dining

อีกหนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท ที่ตอบโจทย์ทั้งมื้อกลางวันแบบฟิน ๆ และมื้อค่ำสำหรับสายแฮงค์เอาท์ ที่นี่เค้ามีเมนูให้เลือกเยอะมาก ไม่ใช่แค่ซูชิหรือซาชิมิธรรมดา แต่มีทั้งเมนูฟิวชั่นอย่าง ซูชิ เมนูกระทะร้อนคุณภาพพรีเมียม ข้าวหน้าปลาดิบที่ทางร้านให้มาแบบจัดเต็ม และเมนูที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ที่สำคัญคือวัตถุดิบส่วนใหญ่ถูกส่งตรงมาจากญี่ปุ่น ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องความสดใหม่และคุณภาพระดับพรีเมียม ร้านตั้งอยู่ในโครงการ Vibes Ekkamai ในซอยสุขุมวิท 63 ราคาอาหารโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป

Sho Japanese dining

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–14:30 น. และ 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

Vibes 267/13 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

096-270-9433

Facebook

facebook.com/sho.japanesedining

36. UNAKICHI

ใครที่เป็นสาวกปลาไหลต้องยกให้ร้านนี้เป็นนัมเบอร์วันเลย เพราะเขาเป็นร้านเฉพาะทางที่ใช้ปลาไหลสายพันธุ์พรีเมียมส่งตรงจากจังหวัดโคจิ ประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นคือกรรมวิธีการย่างที่พิถีพิถันด้วยเตาถ่านไม้โกกิ ทำให้หนังปลาบางกรอบแต่เนื้อด้านในยังคงความนุ่มฟูและชุ่มฉ่ำ บรรยากาศร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เน้นงานไม้ ให้ความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัว เมนูซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดคือ อุนาจู (Unajyu) หรือข้าวหน้าปลาไหลย่างซอสรสเข้มข้นที่ถ่ายทอดสูตรลับกันมาอย่างยาวนาน และอุนางิ ชิรายากิ (Unagi Shirayaki) ปลาไหลย่างเกลือที่โชว์ความสดและรสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 3 โรงแรมนิกโก้ กรงเทพฯ (Hotel Nikko Bangkok) ซอยสุขุมวิท 55 ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 600-800 บาท

UNAKICHI

เวลาทำการ

อ.-อา. 11:30–14:00 น. และ 17:30–21:30 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

27 Soi Sukhumvit 55 Hotel Nikko Bangkok, Floor 3, Ginza Thonglor Unit 303 Klongton Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

098-104-0010

Facebook

facebook.com/unagi40010

37. No Name Noodle

นี่คือร้านราเมงที่จองยากที่สุดร้านหนึ่งในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่จำกัดเพียงไม่กี่ที่นั่งต่อวันเพื่อให้สามารถเสิร์ฟราเมงคุณภาพที่ดีที่สุดได้อย่างเต็มที่ จุดเด่นอีกอย่างคือความใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่เส้นทำเองที่ใช้น้ำแร่คุณภาพสูง ไปจนถึงซุปที่เคี่ยวจากวัตถุดิบธรรมชาตินับสิบชนิดโดยไม่ใช้ผงชูรส บรรยากาศร้านเป็นเคาน์เตอร์บาร์สไตล์มินิมอลที่ดูเท่และสงบ ทำให้เราได้จดจ่อกับรสชาติอาหารตรงหน้าอย่างเต็มที่ เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือ Tokusei Shio Soba ราเมงซุปเกลือที่รสชาติลุ่มลึก ใสแต่เข้มข้น และ Kombusui Tsuke Soba เส้นราเมงในน้ำซุปสาหร่ายคอมบุ กินแบบจุ่มซุปให้ความสดชื่นไม่เหมือนใคร ร้านตั้งอยู่ในซอยอรรถกวี 1 เข้าทางสุขุมวิท 26 ราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 1,200-1,400 บาท

No Name Noodle

เวลาทำการ

อ.-อา. 11:00–15:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

2 ซอย อรรถกวี 1 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

082-059-5417

Facebook

facebook.com/nonamenoodlebkk

38. Yakiniku Sudo Bangkok

Yakiniku Sudo Bangkok ร้านปิ้งย่างที่เชฟจะมาบริการย่างเนื้อให้ที่โต๊ะแบบคำต่อคำ เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อแต่ละส่วนจะได้รับความร้อนและเวลาที่เหมาะสมที่สุด บรรยากาศร้านตกแต่งแบบเรียบหรู มีความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะสำหรับการมาฉลองโอกาสพิเศษหรือมื้อดินเนอร์ที่ต้องการความละเมียดละไม เมนูซิกเนเจอร์ที่ใครเห็นก็ต้องถ่ายรูปคือเนื้อส่วน Chateaubriand ที่นุ่มจนละลายในปาก และเนื้อส่วนพิเศษที่เชฟจะคัดสรรมาตามวัน ทานคู่กับข้าวสวยหุงร้อนๆ และเครื่องเคียงที่รสชาติจัดจ้านกำลังดี ร้านตั้งอยู่ในโครงการนิฮอนมาชิ (Nihonmachi) ซอยสุขุมวิท 26 เดินทางง่ายและมีที่จอดรถสะดวก ราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 บาท ขึ้นไป

Yakiniku Sudo Bangkok

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

ชั้น 2 ห้อง 206 โครงการนิฮอนมาชิ เลขที่ 115 207 สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

082-814-3444

Facebook

facebook.com/yakinikusudo.bangkok

39. Gen Japanese Charcoal Grill

Gen Japanese Charcoal Grill & Bar ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีสไตล์และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ จุดเด่นของที่นี่คือการใช้เตาถ่านไม้โกกิในการย่างอาหาร ช่วยดึงกลิ่นหอมรมควันและกักเก็บความชุ่มฉ่ำของวัตถุดิบไว้ได้อย่างดี บรรยากาศร้านตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นสมัยใหม่ ดูดิบ เท่ แต่ยังคงความอบอุ่น เมนูซิกเนเจอร์ที่พลาดไม่ได้คือ ยากิโทริ เมนูไก่ย่างที่ส่วนต่างๆ ของไก่ถูกย่างมาแบบผิวนอกกรอบเนื้อในนุ่ม และเมนูซีฟู้ดสดๆ ย่างเตาถ่านที่หอมฟุ้งไปทั้งร้าน นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มที่คัดสรรมาเพื่อทานคู่กับเมนูย่างโดยเฉพาะ ร้านตั้งอยู่ในโรงแรมโซเท็ตสึ แกรนด์ เฟรซ่า แบงค็อก (Sotetsu Grand Fresa Bangkok) มีราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000-2,000 บาท

Gen Japanese Charcoal Grill

เวลาทำการ

จ.,พ.-อา. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันอังคาร

ที่อยู่

267 31 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

094-481-4499

Facebook

facebook.com/gen.japanese.charcoal.grill

40. Japanese Kitchen Ant'z

ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะแบบโฮมเมด ร้านอาหารญี่ปุ่นรสชาติญี่ปุ่นแท้ ๆ บรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง ในย่านสุขุมวิท ถึงจะเป็นอิซากายะ แต่คุณภาพวัตถุดิบเขาดีมาก มีเมนูที่หาทานยากและเป็นเอกลักษณ์เพียบ ทั้งซูชิ ซาชิมิคุณภาพ รวมถึงเมนูสร้างสรรค์อย่าง Rare Salmon Katsu เมนูแซลมอนชุบแป้งทอดกรอบ หรือ Roasted Chicken with Gravy Sauce ไก่ย่างฉ่ำ ๆ ที่เสิร์ฟพร้อมซอสเกรวีรสเด็ด ที่สำคัญคือร้านมีเมนูพิเศษประจำวันให้ได้ลิ้มลองความอร่อยใหม่ ๆ อีกด้วย ร้านนี้เปิดตั้งแต่ 5 โมงเย็น ยาวไปจนถึงตี 5 เลย เหมาะสำหรับมานั่งชิลล์หลังเลิกงาน หรือนัดเพื่อนมาสังสรรค์กันแบบสบาย ๆ นอกจากนี้ยังมีโซนที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ และมีห้องส่วนตัวด้วยนะ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 55 ราคาต่อหัจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท

Japanese Kitchen Ant'z

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–2:00 น.

ที่อยู่

416/4 Soi Sukhumvit 55(Thonglor Klongton, Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/japanese-kitchen-antz/

เบอร์ติดต่อ

065-384-1269

Facebook

facebook.com/Antz-Japanese-kitchen