10 ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ขายเซตอาหารกลางวัน (Lunch Set) สุดคุ้ม อิ่มอร่อยในราคาสบายกระเป๋า
บทความนี้ขอเอาใจชาวออฟฟิศหรือสายกินที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับเพื่อเติมพลังในช่วงกลางวัน เพราะเราจะพาทุกคนไปส่องพิกัดร้านเด็ดใจกลางเมืองที่มาพร้อมกับ เซตอาหารกลางวัน (Lunch Set) สุดคุ้มที่ทั้งอิ่มท้องและประหยัดตังค์ในกระเป๋าอย่างเหลือเชื่อ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามื้อเที่ยงคือช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายจากการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยในช่วงเช้า การได้นั่งทานอาหารดีๆ ในบรรยากาศที่ใช่ พร้อมเมนูที่คัดสรรวัตถุดิบมาอย่างพิถีพิถัน ย่อมช่วยชาร์จพลังให้พร้อมลุยต่อในครึ่งวันที่เหลือได้อย่างเต็มที่ ใครที่อยากรู้ว่าจะมีร้านไหนตอบโจทย์ความอร่อยคุ้มค่าบ้าง ตามมาดูกันเลย
1. Sasaya Sukhumvit
Sasaya Sukhumvit เป็นร้านอาหารที่ชวนให้ประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป ตัวร้านตั้งอยู่ในย่านพร้อมพงษ์ ใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกมาก ที่นี่ให้บรรยากาศที่สงบเงียบ แตกต่างจากความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิง จุดเด่นที่กินขาดและตอบโจทย์คนที่ชอบความเป็นส่วนตัวมากๆ ก็คือห้องอาหารของที่นี่ดีไซน์ออกมาเป็นห้องส่วนตัวแบบปิดทั้งหมดทุกห้อง ไม่ว่าจะมานั่งทานข้าวชิลๆ คนเดียว มาคุยธุรกิจแบบเป็นทางการ หรือจัดเลี้ยงมื้อพิเศษ ก็สามารถพูดคุยได้อย่างสบายใจโดยไม่มีใครรบกวน ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาได้ยากในร้านอาหารญี่ปุ่นยุคนี้
สำหรับเรื่องอาหารที่ซาซายะเน้นวัตถุดิบคุณภาพสูงส่งตรงจากญี่ปุ่น มื้อกลางวันบอกเลยว่าน่าลองมาก เมนูเด็ดที่ห้ามพลาดคือเซตโซบะกุ้งฝอยกรอบที่ทอดมาแป้งบางฟูไม่อมน้ำมัน เสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวปั้นสองสไตล์ทั้งไส้บ๊วยรสเปรี้ยวเค็มตัดเลี่ยนและไส้แซลมอนรสกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำที่เป็นซิกเนเจอร์ชวนว้าวอย่างกุ้งสดอบเกลือร้อนที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง และหอยนางรมสดตัวโตราดน้ำจิ้มพอนซึรสเปรี้ยวอมหวานชื่นใจ เป็นการผสมผสานรสชาติแบบวาโชกุ (Washoku) แท้ๆ ได้อย่างประณีตและลงตัวที่สุด
เมื่อเทียบกับคุณภาพของอาหารที่พิถีพิถัน บรรยากาศห้องส่วนตัวที่แสนสบาย และการบริการที่เอาใจใส่แล้ว ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ประมาณ 200-1,200 บาท ถือว่าเป็นราคามิตรภาพที่จับต้องได้ง่ายมากเมื่อเทียบกับประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่ได้รับกลับไป หากใครกำลังมองหามื้อกลางวันดีๆ ที่ทั้งอิ่มท้องและได้ความเป็นส่วนตัวเต็มร้อย ร้านนี้คือพิกัดที่ไม่ควรพลาด
Sasaya Sukhumvit
- เวลาทำการ
จ., พ.-ศ. 11:30 a.m.-1:30 p.m. และ 5:30 p.m.-11:00 p.m.
อ.,ส.-อา. 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
165 ซ. พร้อมมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. Isshin Japanese Restaurant
Isshin Japanese Restaurant เป็นร้านลับๆ ในซอยสุขุมวิท 24 ย่านพร้อมพงษ์ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปนั่งกินข้าวอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความคลาสสิก เรียบง่าย และอบอุ่นด้วยการตกแต่งสไตล์บ้านไม้โบราณของญี่ปุ่น กลิ่นอายความดั้งเดิมและเสียงต้อนรับอย่างเป็นกันเองทำให้รู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรก จุดเด่นที่ทำให้หลายคนติดใจจนต้องกลับมาซ้ำคือความเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะมากสำหรับใครที่อยากหนีความวุ่นวายในช่วงกลางวันมานั่งพักผ่อนทานของอร่อยแบบชิลๆ
ทีเด็ดของที่นี่ที่สายกินรู้กันดีคือเส้นโซบะทำสดแบบโฮมเมดที่มีความเหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ เมนูแนะนำระดับซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องสั่งเลยยกให้โซบะเย็นทานคู่กับเทมปุระทอดกรอบๆ หรือใครที่ชอบอาหารจานเดียวแบบอิ่มแน่น ทางร้านก็มีเซตอาหารจานเดียวยอดนิยมให้เลือกอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นเซตข้าวหน้าหมูทอดคัตสึด้งเนื้อนุ่มชุ่มไข่ ข้าวหน้าเนื้อต้มซีอิ๊วสไตล์ดั้งเดิมรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม หรือจะเป็นเซตปลาแซลมอนย่างเกลือที่เสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียง ซุปมิโซะร้อนๆ และผักดอง ครบสูตรความอร่อยตามตำรับย่านพร้อมพงษ์
ในส่วนของราคาถือว่าคุ้มค่าและเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์มากๆ เมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารที่พิถีพิถันขนาดนี้ โดยงบประมาณเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 250-450 บาทเท่านั้น ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับพนักงานออฟฟิศหรือคนที่แวะมาทำธุระแถวพร้อมพงษ์ แล้วอยากทานอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับแท้ๆ ในราคาสบายกระเป๋าเบาๆ ลองแวะมาพิสูจน์ความอร่อยด้วยตัวเองได้เลย
Isshin Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
จ.-ส. 11:30 a.m.-2:15 p.m. และ 5:30 p.m.-10:00 p.m.
อา .11:30 a.m.-2:15 p.m. และ 5:30 p.m.-9:30 p.m.
- ที่อยู่
16 ถนน สุขุมวิท – ซอย สุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/isshin-japanese-restaurant/
3. Umenohana Solaria Restaurant
Umenohana Solaria Restaurant เป็นห้องอาหารหลักของโรงแรมที่มอบประสบการณ์เหนือระดับทันทีที่ก้าวผ่านประตูเข้าไป ด้านในตกแต่งอย่างเรียบหรูและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้ที่ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก จุดเด่นของที่นี่คือความพิถีพิถันในการออกแบบพื้นที่ให้มีความเป็นส่วนตัว ผสานกับการบริการที่สุภาพนุ่มนวลตามแบบฉบับวัฒนธรรมแดนปลาดิบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่ต้องการหลีกหนีความเร่งรีบในเมืองหลวงมานั่งละเลียดความอร่อยในบรรยากาศที่ดูดี มีระดับ และได้มาตรฐานระดับโรงแรมห้าดาว
ช่วงเที่ยงวันถือเป็นเวลานาทีทองเพราะทางร้านจัดเซตอาหารกลางวันสุดพิเศษออกมาต้อนรับสายกิน โดดเด่นด้วยการรังสรรค์เมนูจากเต้าหู้โฮมเมดสูตรเฉพาะของทางร้านที่เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มละมุนลิ้นจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้ ส่วนชุดอาหารแนะนำระดับพรีเมียมที่เชฟตั้งใจนำเสนอสุดๆ ก็มีตั้งแต่ชุดซูชิหน้าปลาสดคัดพิเศษ ชุดปูยักษ์ทาราบะนึ่งเนื้อหวานฉ่ำแกะมาให้ทานง่าย และชุดเนื้อวากิวระดับพรีเมียมที่ย่างบนหินร้อนส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วโต๊ะ ซึ่งในชุดจะเสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียง ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน ซุป และของหวานสไตล์ญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม
หากพูดถึงความคุ้มค่ากับประสบการณ์มื้ออาหารสุดประณีตเช่นนี้ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 400-1,600 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความพรีเมียมของชุดอาหารที่เลือกสั่ง ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับวัตถุดิบชั้นเลิศ รสชาติต้นตำรับ และบรรยากาศสุดหรูหราใจกลางเมืองที่หาจากร้านทั่วไปได้ยาก มื้อเที่ยงวันหยุดนี้หากยังไม่มีแพลนไปไหน ลองแวะมาเปิดประสบการณ์ทานอาหารดีๆ ที่นี่ดูสักครั้ง
Umenohana Solaria Restaurant
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-3:00 p.m. และ 6:00 p.m.-9:00 a.m.
- ที่อยู่
เลขที่ 1 ชั้น 2 ซ. สุขุมวิท 14 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
4. Ebisu Shoten Silom
Ebisu Shoten Silom เป็นพิกัดที่ตอบโจทย์แก๊งเพื่อนหรือคนทำงานย่านสีลมที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมากินข้าวเที่ยงในบรรยากาศที่เหมือนอยู่ย่านกินดื่มของโอซาก้า ตัวร้านจำลองสตรีทฟู้ดแดนปลาดิบออกมาได้สนุกสนานและมีชีวิตชีวามาก ตกแต่งด้วยป้ายไฟและโคมไฟญี่ปุ่นให้ความรู้สึกเป็นกันเองสุดๆ จุดเด่นคือความครึกครื้น สบายๆ ไม่ต้องเกร็ง แถมทำเลยังตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าทำให้เดินทางมาเจอกันได้สะดวก หากใครกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนสายตาจากการทำงานหนักๆ ในช่วงครึ่งวันแรกแล้วมานั่งคุยเล่นกินของอร่อยในบรรยากาศคึกคัก ที่นี่เปิดต้อนรับตั้งแต่ช่วงเที่ยงตรงยาวไปจนถึงค่ำเลย
หากพูดถึงทีเด็ดช่วงกลางวัน ทางร้านจัดทัพความอิ่มอร่อยด้วยคอลเลกชัน เซตอาหารกลางวัน รสชาติต้นตำรับที่คุ้มค่า เมนูแนะนำระดับซิกเนเจอร์ที่เป็นของขึ้นชื่อประจำร้านและพลาดไม่ได้เลยคือคุชิคัตสึ หรือของทอดเสียบไม้สไตล์โอซาก้าที่ทอดมาร้อนๆ แป้งบางกรอบไม่อมน้ำมัน จิ้มกับซอสสูตรเฉพาะรสชาติเข้ากันดีมาก นอกจากนี้ยังมีชุดอาหารจานเดียวยอดนิยมสำหรับมื้อเที่ยงที่คุ้มค่าสุดๆ อย่างชุดข้าวเครื่องในผัดผักมิโซะรสชาติเข้มข้นถึงใจ และชุดข้าวเกี๊ยวซ่าเนื้อนุ่มขอบกรอบ แกล้มด้วยซุป ข้าวสวย สลัดมันฝรั่งเนื้อเนียน และเครื่องเคียงจานเล็กจานน้อยกินเพลินมาก
เรื่องความคุ้มค่าของราคานับว่าเป็นไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาหลายคนประหลาดใจ เพราะราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมากินมื้อเที่ยงที่นี่จะเริ่มต้นเพียงแค่ประมาณ 150-250 บาทเท่านั้น ถือเป็นเรทราคาที่มิตรภาพและสบายกระเป๋าสำหรับพนักงานออฟฟิศในย่านใจกลางเมืองหลวงอย่างสีลมมากๆ จ่ายแบงก์ร้อยสองใบก็สามารถอิ่มอร่อยกับอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดีท่ามกลางบรรยากาศแผงลอยโอซาก้าแท้ๆ ได้แล้ว ขอยกให้เป็นร้านขวัญใจมหาชนประจำย่านนี้ไปเลย
Ebisu Shoten Silom
- เวลาทำการ
จ.-พฤ., อา. 11:00 a.m.-1:00 a.m.
ศ.-ส. 11:00 a.m.-3:00 a.m.
- ที่อยู่
บริษัท ไมที ฮีรอส จำกัด, อาคารพรภิวัฒน์ ชั้นที่ 1 เอบี, 149, 27-28 ถ. สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
- หน้ารายละเอียดร้าน
5. KOUBAI Ginza Shabu Shabu
KOUBAI Ginza Shabu Shabu เป็นพิกัดสุดพรีเมียมส่งตรงจากย่านกินซ่ามาเปิดบ้านใหม่ต้อนรับสายกินอยู่ที่โครงการ Dusit Central Park บรรยากาศภายในร้านหรูหรา อลังการ และดูโมเดิร์นมากๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงสอดแทรกความเรียบเท่สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างลงตัว ไฮไลต์ที่น่าจะถูกใจสายคอนเทนต์และคนที่ชอบเสพวิวด้านนอกคือโซนที่นั่งกระจกใสบานใหญ่ที่เปิดรับทัศนียภาพของสวนสีเขียวขจีได้อย่างเต็มตา นั่งมองวิวไปคีบเนื้อทานไปคือฟินสุดๆ นอกจากนี้เขายังจัดสรรพื้นที่ห้องส่วนตัวไว้คอยบริการด้วย ทำให้ที่นี่ตอบโจทย์ทั้งมื้อด่วนตอนเที่ยงและการนัดสังสรรค์ในโอกาสพิเศษที่ต้องการความเป็นส่วนตัวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
ความโดดเด่นของเมนูที่นี่คือการเสิร์ฟเนื้อวากิวขนแดง (Akaushi) วัตถุดิบระดับตำนานจากคุมาโมโตะ เมนูแนะนำที่เป็นไฮไลต์ห้ามพลาดเลยคือชุดชาบูชาบูและชุดสุกียากี้หม้อส่วนตัวที่เนื้อมีความนุ่มละมุน ลายไขมันแทรกกำลังดี จุ่มทานคู่กับไข่สดและซอสสูตรเข้มข้นรสชาติฟินกระจาย หรือถ้าใครอยากลองเมนูข้าวก็มีเซตข้าวหน้าหมูฮอกไกโดฮิตสึมาบุชิที่เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปให้ทานได้หลายแบบ และสเต๊กหมูฮอกไกโดซอสเข้มข้นเนื้อหนานุ่มชุ่มฉ่ำ
สำหรับเรื่องราคาเมื่อเทียบกับการได้ลิ้มลองเนื้อเกรดพรีเมียมและการบริการระดับไฮเอนด์ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราวิวสวนสวยแบบนี้ ถือว่าคุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่ายกว่ามื้อเย็นเยอะมาก โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวในช่วงมื้อเที่ยงจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 500-700 บาทเท่านั้น เป็นเรทราคาที่คุ้มราคาค่าตัวและเหมาะมากสำหรับคนที่อยากให้รางวัลตัวเองด้วยมื้อกลางวันดีๆ สักมื้อ ยิ่งถ้าพาแขกคนสำคัญหรือคนรู้ใจมาทานด้วย รับรองว่าต้องประทับใจกับประสบการณ์สุดพิเศษนี้แน่นอน
KOUBAI Ginza Shabu Shabu
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:30 a.m.-10:00 p.m.
ส.-อา. 11:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
Unit 515-517, Dusit Central Park, 86 ถ. พระรามที่ 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
- หน้ารายละเอียดร้าน
6. Hinata Izakaya Sutthisan
Hinata Izakaya Sutthisan แหล่งแฮงเอาย่านสุทธิสาร ตกแต่งในสไตล์อิซากายะแบบออริจินอล กลิ่นอายความอบอุ่นสไตล์ร้านเหล้าญี่ปุ่นโชยมาตั้งแต่ป้ายหน้าร้าน ข้างในให้ความรู้สึกสบายใจ เป็นกันเอง เหมาะกับการมานั่งทิ้งตัวหลบแดดเมืองไทยตอนกลางวันเพื่อหาของอร่อยกิน จุดเด่นที่ทำให้เราติดใจคือมู้ดแอนด์โทนที่ดูไม่เป็นทางการจนเกินไป ไม่ว่าจะชวนเพื่อนร่วมงานมาล้อมวงกินข้าว หรือแอบมานั่งกินคนเดียวก็รู้สึกผ่อนคลาย พนักงานต้อนรับด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส แถมเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินทำให้กลายเป็นขวัญใจของคนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
เรื่องความอิ่มอร่อยที่คุ้มค่า ฮินาตะจัดทัพเมนูมาให้เลือกแบบจุใจสไตล์ร้านกินดื่มขนานแท้ เมนูเด็ดที่เป็นซิกเนเจอร์ชวนหิวคือเซตข้าวหน้าแกงกะหรี่หมูชุบแป้งทอดที่น้ำแกงเข้มข้นหอมเครื่องเทศ ตัวหมูทอดมาแบบกรอบนอกนุ่มใน เมนูแนะนำถัดมาคือเซตข้าวหน้าปลาซาบะย่างซีอิ๊วหอมๆ เนื้อปลาฉ่ำซอสรสหวานเค็มกำลังดี หรือจะเลือกเป็นชุดแซลมอนดองซีอิ๊วญี่ปุ่นรสชาติเข้าเนื้อ ทานคู่กับสาหร่ายแผ่นและข้าวสวยร้อนๆ แกล้มด้วยซุปมิโซะและกิมจิรสแซ่บ อิ่มอร่อยลงตัวมาก
ความดีงามขั้นสุดคือราคาสบายกระเป๋าจนต้องขยี้ตาดูซ้ำ เพราะชุดมื้อเที่ยงของที่นี่เริ่มต้นเพียงแค่ 125 บาทเท่านั้น และเมื่อคำนวณเบ็ดเสร็จรวมเครื่องดื่มแล้ว ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ประมาณ 150-300 บาท เรียกได้ว่าเป็นพิกัดราคาประหยัดที่หาได้ยากในย่านออฟฟิศพลุกพล่านแบบนี้ คุณภาพอาหารรสชาติต้นตำรับที่สวนทางกับราคาที่เป็นมิตรทำให้เรากล้าปักหมุดแนะนำให้ทุกคนตามมาลิ้มลองด้วยตัวเอง สบายใจทั้งท้องสบายใจทั้งกระเป๋าตังค์แน่นอน
Hinata Izakaya Sutthisan
- เวลาทำการ
จ.-ส. 11:30 a.m.-2:30 p.m. และ 5:30 p.m.-11:30 p.m.
อา. 12:00 p.m.-10:00 a.m.
- ที่อยู่
1 18 ถ. สุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
- หน้ารายละเอียด
7. Robata Kitaro Sushi KAGUYA Siam Paragon
Robata Kitaro Sushi KAGUYA Siam Paragon เป็นร้านที่ยกระดับมื้อกลางวันธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสุดพิเศษได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวร้านตั้งอยู่ใจกลางเมืองในศูนย์การค้าสยามพารากอน เดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า บรรยากาศภายในร้านตกแต่งได้อย่างสวยงามหรูหรา ผสานความเป็นญี่ปุ่นร่วมสมัยที่มีความโปร่งโล่งและดูดีมีระดับ จุดเด่นที่ชวนสะดุดตาคือโซนครัวเปิดที่เผยให้เห็นการปรุงอาหารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการย่างอาหารบนเตาถ่านสไตล์โรบาตะดั้งเดิมที่ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ เหมาะมากสำหรับการพาลูกค้ามาเลี้ยงรับรอง นัดคุยงาน หรือชวนคนพิเศษมานั่งละเลียดของอร่อยท่ามกลางบรรยากาศที่เหนือระดับ
เมนูอาหารของ Robata Kitaro Sushi KAGUYA ถูกจัดสรรออกมาในสไตล์ไคเซกิที่สวยงามและประณีต จานไฮไลต์ระดับซิกเนเจอร์คือ Yakizakana Gozen หรือชุดปลาย่างเตาถ่านที่ใช้ปลาพรีเมียมอย่างปลาหิมะและปลาอาบุระโบซุมาหมักมิโสะสูตรพิเศษแล้วย่างบนเตาถ่านสไตล์โรบาตะจนหอม หนังกรอบเนื้อในฉ่ำเด้ง ส่วนสายปลาดิบต้องลอง Sushi Gozen ชุดซูชิและซาชิมิสดใหม่ที่เชฟปั้นให้คำต่อคำอย่างพิถีพิถัน และอีกหนึ่งจานเด็ดคือ Wagyu Yaki-Shabu Don ข้าวหน้าเนื้อวากิวชาบูราดไข่แดงโอะอิตะรสชาติเข้มข้นมันนัว
เมื่อพิจารณาจากพิกัดร้านที่ตั้งอยู่ใจกลางห้างหรู วัตถุดิบระดับพรีเมียมที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน และฝีมือการปรุงอาหารที่ประณีตแล้ว ชุดมื้อเที่ยงของที่นี่เริ่มต้นเพียงแค่ 790 บาทเท่านั้น โดยงบประมาณเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมานั่งทานอาหารที่นี่จะตกอยู่ราวๆ 1,000 บาทขึ้นไป ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าสมเหตุสมผลกับประสบการณ์การกินดื่มระดับไฮเอนด์และบริการที่ยอดเยี่ยม หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นใจกลางเมืองที่มีทั้งความอร่อยและภาพลักษณ์ที่ดูดี ร้านนี้คือคำตอบที่ใช่แน่นอน
Robata Kitaro Sushi KAGUYA Siam Paragon
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
991 Unit 428 Fl.4, Eatelier Siamparagon, ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/robata-kitaro-sushi-kaguya-siam-paragon/
8. Osaka Ohsho
Osaka Ohsho เป็นร้านที่ชวนให้คิดถึงร้านอาหารจานด่วนสไตล์ญี่ปุ่นแนวตึกแถวตามย่านชุมชนในโอซาก้า บรรยากาศด้านในเน้นความเรียบง่าย สบายๆ ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นและมีกลิ่นอายความคึกคักแบบเป็นกันเอง จุดเด่นของที่นี่คือความรวดเร็วในการเสิร์ฟและการจัดการร้านที่ดีเยี่ยม เหมาะมากสำหรับกลุ่มคนทำงานหรือคนที่กำลังหิวโซในช่วงเวลาเร่งรีบแล้วอยากแวะมานั่งกินของอร่อยแบบไม่ต้องรอนาน ผังที่นั่งจัดสรรมาให้รู้สึกคล่องตัว ไม่ว่าจะมาเดี่ยวหรือมาเป็นกลุ่มก็สามารถดื่มด่ำกับมื้ออาหารได้อย่างสะดวกสบาย
เสน่ห์อาหารของที่นี่แน่นอนว่าต้องยกตำแหน่งแชมป์ให้กับเกี๊ยวซ่าสูตรดั้งเดิมที่เป็นซิกเนเจอร์อันดับหนึ่ง ตัวแป้งบางกรอบด้านเดียวตามสไตล์โอซาก้า ไส้หมูสับด้านในอัดแน่นฉ่ำเด้ง รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม นอกจากนี้เมนูแนะนำที่ฮิตไม่แพ้กันคือ ข้าวหน้าไข่ข้นเทนชินฮังรสละมุน ราเมนซุปร้อนๆ เส้นเหนียวนุ่ม และข้าวผัดสูตรเฉพาะของร้านที่ผัดมาได้แห้งหอมกระทะอย่างสม่ำเสมอ เป็นเมนูเรียบง่ายที่กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ
เมื่อเทียบปริมาณความอิ่มและความอร่อยระดับราชาเกี๊ยวซ่าแล้ว ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวถือว่าเบากระเป๋าและจับต้องได้ง่ายมากๆ โดยจะตกอยู่ประมาณ 200-400 บาทเท่านั้น เป็นเรทราคาที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าสำหรับมื้อเที่ยงในวันทำงานอย่างแท้จริง มอบทั้งความรวดเร็ว รสชาติที่ได้มาตรฐาน และความอิ่มท้องแบบจัดเต็ม ใครที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นสไตล์จานด่วนรสชาติเข้มข้น แนะนำว่าต้องลองแวะมาเช็กอินที่ร้านนี้สักรอบ
Osaka Ohsho
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
- หน้ารายละเอียดร้าน
9. Oniku to Gohan
Oniku to Gohan ตัวร้านตกแต่งมาในธีมโมเดิร์นยากินิกุที่เรียบเท่และดูอบอุ่นไปพร้อมๆ กัน ด้านในกว้างขวางและจัดการระบบระบายควันได้ดีเยี่ยม ทำให้กินเสร็จแล้วไม่มีกลิ่นปิ้งย่างติดเสื้อผ้าให้กวนใจเลย จุดเด่นที่ทำให้หลงรักตั้งแต่แรกรู้จักคือปรัชญาของร้านที่ให้ความสำคัญกับเนื้อและข้าวตามชื่อร้านแบบไม่มีใครยอมใคร โดยร้านเลือกใช้เตาถ่านที่ให้ความร้อนสม่ำเสมอ ช่วยดึงความฉ่ำของเนื้อออกมาได้ดีที่สุด เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศช่วงพักเที่ยงมานั่งปิ้งย่างเพลินๆ เติมพลังในวันทำงาน หรือจะชวนก๊วนเพื่อนมาล้อมเตาก็สนุกสนานและเป็นกันเองดี
สำหรับอาหารจานเด่นของ Oniku to Gohan จะเน้นไปที่การปิ้งย่างเนื้อสัตว์คุณภาพดีคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นหุงร้อนๆ เมนูแนะนำระดับซิกเนเจอร์ที่สายเนื้อต้องลองคือชุดเนื้อคารูบิย่างซอสรสเข้มข้นที่ย่างบนเตาถ่านจนส่งกลิ่นหอมและดึงความฉ่ำของเนื้อออกมาได้อย่างเต็มที่ ตามมาด้วยชุดลิ้นวัวย่างเกลือเนื้อหนึบหนับสู้ฟันบีบมะนาวนิดหน่อยคือดีงามมาก ส่วนคนไม่ทานเนื้อก็มีชุดหมูคุโรบุตะเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยที่หุงมาอย่างพิถีพิถัน ซุปมิโซะ และเครื่องเคียงจานเล็กครบสูตร
เมื่อพูดถึงความพรีเมียมของเนื้อและการหุงข้าวที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ขนาดของชุดมื้อเที่ยงที่นี่เริ่มต้นเพียงแค่ 270 บาทเท่านั้น ทำให้งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 300-500 บาท คุ้มค่าและเป็นมิตรกับกระเป๋าเงินอย่างเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับคุณภาพสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ได้รับกลับมา ใครเป็นสายปิ้งย่างที่กำลังมองหามื้อกลางวันเซตด่วนแต่ได้ความอร่อยแบบจัดเต็ม แนะนำให้ลิสต์ร้านนี้ไว้ในลิสต์ห้ามพลาดเลย
Oniku to Gohan
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30 a.m.-3:00 p.m. และ 5:00 a.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
No.88 Room.1, B3 ซ. สุขุมวิท 53 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
10. Arizuki 43
Arizuki 43 แอบซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 43 เป็นร้านหม้อไฟมตสึนาเบะชื่อดังส่งตรงจากโตเกียวที่คนรักอาหารญี่ปุ่นสไตล์คิวชูต้องกดเลิฟ บรรยากาศด้านในออกแบบมาให้มีความโปร่งสบายและแฝงความทันสมัยแต่ก็ยังคงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม ความประทับใจแรกคือความรู้สึกผ่อนคลาย เป็นสัดส่วน เหมาะสำหรับการชวนเพื่อนๆ หรือพาครอบครัวมานั่งล้อมวงกินข้าวพูดคุยกัน จุดเด่นคือการต้อนรับที่อบอุ่นและกลิ่นหอมของน้ำซุปที่โชยมาเตะจมูกตั้งแต่เดินเข้าร้าน ทำให้มื้อกลางวันธรรมดากลายเป็นช่วงเวลาที่พิเศษและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
จานเด็ดที่เป็นซิกเนเจอร์และสร้างชื่อเสียงให้กับร้านคือ มตสึนาเบะ (Motsunabe) หรือหม้อไฟไส้วัวรสเข้มข้น ทางร้านเลือกใช้ไส้วัววากิวคัดพิเศษส่วนไส้เล็กและไส้ใหญ่ ผสมผสานกันจนได้ความนุ่มเด้งหนึบและรสสัมผัสที่หวานมัน ต้มในน้ำซุปสูตรออริจินอลที่นำเข้าจากญี่ปุ่นรสชาติกลมกล่อมซดคล่องคอ นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำทานง่ายอย่างเซตข้าวมันไก่สไตล์ญี่ปุ่นซอสนัมบังรสละมุน และเซตยากิโซบะกระทะร้อนเส้นเหนียวนุ่มที่ผัดซอสมาได้เข้าเนื้อหอมกรุ่น
สำหรับเรื่องงบประมาณในการมาเช็กอินความอร่อยที่นี่ ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากเมื่อเทียบกับวัตถุดิบพรีเมียมที่ส่งตรงจากต่างประเทศ โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวสําหรับมื้อกลางวันจะตกอยู่ราวๆ 400-1,200 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลิศสำหรับคนที่อยากกินอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในราคาที่ไม่แรงจนเกินไป แถมยังได้สารอาหารครบถ้วนอิ่มท้องยาวไปจนถึงเย็นแน่นอน
Arizuki 43
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:30 a.m.-2:30 p.m. และ 5:00 p.m.-12:00 a.m.
ส. 11:30 a.m.-11:30 p.m.
ปิดทุกวันอาทิตย์
- ที่อยู่
1/1-1/2, ซอย สุขุมวิท 43 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์เรโทร (Retro) กลิ่นอายย้อนยุคสุดคลาสสิกที่ชวนนึกถึงวันวาน
19.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- นนทบุรี
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นแคลิฟอร์เนียโรล (California Roll) ซูชิฟิวชั่นแบบกลับด้าน อร่อยฟินเต็มคำ
18.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นไม่ใส่ผงชูรส (No MSG) อร่อยคลีนดีต่อใจ สายเฮลตี้ห้ามพลาด
16.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
8 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูไคเซกิ (Kaiseki) ศิลปะความประณีตที่สายกินห้ามพลาด
15.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูเทโชคุ (Teishoku) อาหารญี่ปุ่นที่ช่วยให้อิ่มท้องไปทั้งวัน
14.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูปลาย่าง (Yakizakana) หอมกรุ่นฉ่ำเนื้อ นุ่มละมุนลิ้น
13.06.2026