35 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านพร้อมพงษ์ (Phromphong) รวมร้านอร่อยสไตล์ญี่ปุ่น
มาถึงย่านพร้อมพงษ์ (Phrom Phong) อีกย่านที่เต็มไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่น ไม่ว่าจะหันซ้ายหรือหันขวา ก็มีร้านให้เลือกเต็มไปหมดใช่ไหมคะ และเพราะว่ามีร้านอาหารญี่ปุ่นเยอะมาก ก็เลยอาจจะตัดสินใจยากเล็กน้อยเวลาต้องเลือกร้านอาหารว่าร้านไหนน่าไปทาน ไปนั่งเสพบรรยากาศบ้าง ดังนั้น ในบทความนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลของทั้ง 35 ร้านแบบคร่าวๆ มาช่วยให้ทุกคนได้อ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจ มีร้านไหนบ้าง ไปอ่านกัน
1. Sushi Iwai
Sushi Iwai ตั้งอยู่ในโซนสุขุมวิท 22 ย่านพร้อมพงษ์ ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้เสิร์ฟคอร์สโอมากาเสะในบรรยากาศเป็นกันเอง ดีไซน์เคาน์เตอร์ไม้โทนอุ่นให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสนุกสนานไปพร้อมกัน เชฟและทีมงานพร้อมต้อนรับอย่างเป็นมิตร ทำให้ทุกมื้อกลายเป็นช่วงเวลาพิเศษ ไม่ว่าจะมาฉลองวันสำคัญหรืออยากให้รางวัลตัวเองในวันธรรมดา
ไลน์อาหารจะจัดเป็นโอมากาเสะคอร์สที่ชูวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล ผสานฝีมือและการสร้างสรรค์คำต่อคำ จานไฮไลต์ยกให้ซูชิปลาสดอย่าง Hon Maguro Chutoro และปลาเนื้อขาวหมักสาหร่ายคอมบุ Madai Kombu-jime เพิ่มความอูมามิ นอกจากนี้ยังมีเป๋าฮื้อนึ่งซอสตับเข้มข้น Awabi Sakamushi และจานกลิ่นหอมฟางย่างอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง Sawara no Warayaki รวมถึงเมนูเบาๆ เอาใจคนรักไข่ตุ๋นอย่าง Hamaguri no Chawanmushi ปิดท้ายคอร์สด้วยของหวานล้างปากที่สดชื่นลงตัว
โอมากาเสะทั้งหมดนี้จัดอยู่ในเซต COURSE ราคา 3,500 บาทต่อคน จะได้ลิ้มลองเมนูคุณภาพดีครบทั้งจานเปิดเรียกน้ำย่อย ซูชินิกิริคำโต จนถึงขนมหวานหวานกำลังดี ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับใครที่มองหาโอมากาเสะวัตถุดิบพรีเมียมใจกลางกรุงเทพฯ
Sushi Iwai
- เวลาทำการ
อ.-อา.5:30 p.m.-10:00 p.m., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
101, ซ. สุขุมวิท 22 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
2. Torajiro
Torajiro ตั้งอยู่ในพิกัดใจกลางพร้อมพงษ์ ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวอิซากายะแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองมากๆ ภายในร้านตกแต่งให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในย่านกินดื่มของโตเกียว มีพนักงานคอยต้อนรับอย่างใส่ใจ เมนูมีภาษาไทยและญี่ปุ่นครบถ้วน แถมยังมีที่นั่งหลากหลายโซนที่ตอบโจทย์ทั้งการมานั่งทานข้าวชิลๆ คนเดียว มาสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนหลังเลิกงาน หรือแม้แต่พากลุ่มครอบครัวที่มีเด็กๆ มาทานมื้อเย็นร่วมกันได้อย่างสบายใจ
สำหรับลิสต์ความอร่อยของที่นี่บอกเลยว่าละลานตามาก เพราะรวมไว้ตั้งแต่ซูชิ ข้าวหน้าต่างๆ ซาชิมิสดๆ ไปจนถึงของกินเล่นแกล้มเครื่องดื่มเย็นๆ จานที่เป็นซิกเนเจอร์ยอดฮิตตลอดกาลต้องยกให้ ข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่นรวมมิตร ข้าวหน้าหมูทอดรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม และอาหารย่างรวมชุดใหญ่ที่เชฟย่างถ่านมาแบบหอมๆ ส่วนสายปลาดิบขอแนะนำให้สั่งชุดซาซิมิปลาแซลมอน ปลาฮามาจิ สไลซ์ ที่แล่มาเนื้อบางกำลังดี ทานคู่กับวาซาบิแล้วสดชื่นสุดๆ ปิดท้ายด้วยของหวานล้างปากอย่างโมจิครีมมะม่วงรสละมุน
เรื่องงบประมาณในการมาเช็กอินกินดื่มที่นี่ถือว่าจับต้องได้และคุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้รับ เฉลี่ยแล้วช่วงราคาต่อหัวจะตกอยู่ประมาณ 300-600 บาทเท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าสั่งเมนูจัดเต็มหรือเน้นเมนูจานเดี่ยว ถือเป็นพิกัดร้านอร่อยย่านสุขุมวิทที่เซฟงบในกระเป๋าได้ดีและอิ่มท้องกลับบ้านอย่างแน่นอน
Torajiro
- เวลาทำการ
ทุกวัน 12:00 p.m.-12:00 a.m.
- ที่อยู่
1 ซ. พร้อมศรี 1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
3. SUSHI RIN
SUSHI RIN เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านพร้อมพงษ์ เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังมองหาซูชิรสชาติดั้งเดิม บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่าย เงียบสงบ และให้ความเป็นส่วนตัวสูง ทำให้รู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป จุดเด่นที่ทำให้หลงรักคือการได้ลิ้มลองวัตถุดิบสดๆ ที่ส่งตรงมาจากตลาดปลาประเทศญี่ปุ่น ปรุงอย่างประณีตคำต่อคำด้วยฝีมือของเชฟชาวญี่ปุ่น
ลายแทงความอร่อยมีให้เลือกจุใจทั้งแบบจานเดี่ยว (A La Carte) และแบบคอร์ส (Course) จานเด็ดที่อยากให้ลองคือคอร์สโอมากาเสะไคเซกิที่เชฟจะเสิร์ฟอาหารตามวัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละฤดูกาล ส่วนใครอยากสั่งแยก ซาชิมิรวมชุดอุเมะถือว่าตอบโจทย์เพราะได้ปลาสดชื่นเนื้อหวานเด้งถึงเจ็ดชนิด สำหรับเมนูแนะนำห้ามพลาดขอยกให้ อูนิคุ (Uniku) ที่ผสมผสานเนื้อวัววากิว A4 ย่างไฟอ่อนๆ ท็อปด้วยไข่หอยเม่นสดๆ รสชาติละมุนลิ้นมาก รวมถึงซูชิหน้าโอโทโร่และข้าวหน้าปลาไหลทะเลอนาโกะย่างซอสหวานฉ่ำก็ฟินไม่แพ้กัน
เรื่องงบประมาณเฉลี่ยต่อหัวจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและรูปแบบเมนูที่เลือกทาน ถ้าแวะมาช่วงกลางวันและสั่งเป็นชุดข้าวหน้าปลาดิบหรือเซตเมนูทั่วไป ราคาจะเริ่มต้นอยู่ที่ราวๆ 300-600 บาทต่อท่าน แต่ถ้าตั้งใจมาจัดเต็มคอร์สอาหารไคเซกิพรีเมียมในมื้อเย็น งบประมาณเฉลี่ยจะขยับไปอยู่ที่ประมาณ 2,700-4,000 บาท แลกกับคุณภาพความสดระดับบินตรงจากญี่ปุ่นก็นับว่าคุ้มค่าน่าไปลองสักครั้ง
SUSHI RIN
- เวลาทำการ
จ.-ศ.11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 6:00 p.m.-10:00 p.m.
ส.-อา. 11:30 p.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-9:30 p.m.
- ที่อยู่
571 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
4. GaGa Udon House
GaGa Udon House ตั้งอยู่ในซอยพร้อมศรี ย่านพร้อมพงษ์ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่สายสู้เส้นต้องปักหมุดไว้เลย โดดเด่นด้วยการทำอุด้งเส้นสดเหนียวนุ่มสไตล์โฮมเมด คัดสรรวัตถุดิบและพิถีพิถันเคี่ยวน้ำซุปดาชิเข้มข้น หอมกลิ่นปลาโอและสาหร่ายคอมบุตามสูตรต้นตำรับแท้ๆ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกโปร่งสบาย น่ารัก อบอุ่น เป็นกันเอง จะแวะมาทานคนเดียวด่วนๆ ตอนพักเที่ยง หรือพาครอบครัวมานั่งกินชิลๆ ก็ตอบโจทย์ เพราะมีเมนูสำหรับเด็กเตรียมไว้รองรับด้วย
เมนูเด็ดของทางร้านจัดว่ามีความหลากหลาย ตั้งแต่อุด้งร้อนสไตล์คลาสสิก อุด้งเย็นซารุ ไปจนถึงอุด้งครีมฟิวชันรสเลิศ เมนูไฮไลต์ซิกเนเจอร์ที่ฮิตสุดๆ ต้องยกให้ อุด้งครีมเมนไทโกะพรีเมียมที่เสิร์ฟเส้นสดในซุปครีมละมุนลิ้น ท็อปด้วยไข่และไข่ปลาเมนไทโกะรสเผ็ดกำลังดี หรือจะลองอุด้งครีมปูพรีเมียมก็อร่อยกลมกล่อมไม่แพ้กัน สายแกงกะหรี่ก็มีอุด้งแกงกะหรี่หมูทอดคัตสึให้เลือกทาน แถมยังสามารถสั่งของทอดอย่างกุ้งเทมปุระ ไก่เทมปุระ หรือทานคู่กับซูชิและข้าวหน้าต่างๆ เพิ่มเติมได้อีกด้วย
งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวของที่นี่จะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาทเท่านั้น ตัวราคาอาหารเริ่มต้นเพียงร้อยกว่าบาทสำหรับอุด้งเบสิก และขยับไปสามถึงสี่ร้อยบาทสำหรับเมนูครีมพรีเมียมเครื่องแน่น ถือเป็นร้านเส้นสดคุณภาพดี รสชาติเข้าถึงง่าย และราคาสบายกระเป๋ามากเมื่อเทียบกับมาตรฐานร้านอาหารย่านนี้
GaGa Udon House
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-9:00 p.m.
- ที่อยู่
No. 6/5, H Building, 1st & 2nd Floor, ซอย พร้อมศรี 2 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/gaga-udon-house-sukhumvit-39/
5. Isshin Japanese Restaurant
Isshin Japanese Restaurant หรือร้านโซบะ อิชชิน ถือเป็นพิกัดร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนานในย่านพร้อมพงษ์ที่ไม่ควรมองข้าม ภายในร้านตกแต่งด้วยงานไม้สไตล์เรียบหรูและคลาสสิก ให้บรรยากาศเงียบสงบ อบอุ่น เป็นกันเอง ชวนให้นึกถึงร้านคัปโปะชั้นดีในประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นสำคัญของที่นี่คือความใส่ใจในการนวดเส้นโซบะและอุด้งสดใหม่แบบทำมือวันต่อวัน โดยคัดสรรวัตถุดิบอย่างแป้งบัควีตคุณภาพสูงส่งตรงมาจากญี่ปุ่น ทำให้ได้เส้นที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหนียวนุ่ม หนึบกำลังดี เหมาะแก่การมานั่งทานมื้อเที่ยงสบายๆ หรือสังสรรค์มื้อค่ำอย่างยิ่ง
ตัวเลือกในเมนูค่อนข้างหลากหลายและครอบคลุมความอร่อยทุกรูปแบบ จานซิกเนเจอร์ที่ไม่สั่งถือว่ามาไม่ถึงคือ Tempura SOBA/UDON ที่เสิร์ฟเส้นโซบะคู่กับเทมปุระทอดใหม่แป้งบางกรอบ ไม่ว่าจะเป็นกุ้งหรือผักทอดก็ดึงรสชาติวัตถุดิบออกมาได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีเมนูหาทานยากอย่าง Aji Namero don หรือข้าวหน้าปลาทูญี่ปุ่นสับปรุงรสโฮมเมด รวมถึงอาหารจานเดี่ยวสไตล์คัปโปะอย่าง ไข่ม้วนสอดไส้ปลาไหลย่าง หอยนางรมทอด และเซตปลาดิบซาชิมิสดใหม่ให้เลือกอร่อยอีกมากมาย
ในส่วนของราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 400-800 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเลือกจับคู่เซตเมนูหรือสั่งอาหารจานเดี่ยวมาแบ่งกันทาน หากสั่งเป็นเมนูโซบะจานเดี่ยวคู่กับเครื่องดื่ม ราคาสบายกระเป๋าเข้าถึงได้ง่ายมาก แต่ถ้าต้องการจัดเต็มกับชุดซาชิมิพรีเมียมและเครื่องดื่มแกล้มบรรยากาศ ก็ถือเป็นงบประมาณที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับฝีมือการปรุงอาหารและคุณภาพวัตถุดิบแท้ๆ สไตล์ญี่ปุ่น
Isshin Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30 a.m.-2:15 p.m. และ 5:30 p.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
16 ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/isshin-japanese-restaurant/
6. Sushi Shishichi
Sushi Shishichi เป็นพิกัดลับที่ซ่อนตัวอยู่อย่างน่าสนใจในย่านพร้อมพงษ์ โดยที่นี่สลัดภาพจำเดิมๆ ของร้านอาหารญี่ปุ่นหรูหราแบบเป็นทางการออกไปอย่างสิ้นเชิง ภายในร้านเน้นดีไซน์ที่ดูร่วมสมัย สว่าง และให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับวันสบายๆ ที่อยากชวนเพื่อนมานั่งพูดคุยกัน จุดขายที่ทำให้หลายคนประทับใจคือความสนุกในการนำเสนอเมนูซูชิและกับแกล้มแนวโมเดิร์นที่เชฟครีเอทออกมาได้น่ากิน มีความสดใหม่ วัตถุดิบคุณภาพดีแต่มาในบรรยากาศเป็นกันเองมาก
ไลน์อาหารของที่นี่ถูกใจสายกินดื่มเป็นที่สุด โดยเฉพาะเมนูซูชิคำโตที่ใช้ข้าวซูชิสีแดงปรุงรสมาได้อย่างกลมกล่อม เมนูซิกเนเจอร์ชวนฟินยกให้ ข้าวห่อสาหร่ายหน้าต่างๆ หรือกุนกันที่มีให้เลือกเพียบ เช่น หน้าเนื้อวากิวสับ (Satsumagyu Yukke) และหน้าหอยเชลล์ย่างราดซอสไข่ปลาแซลมอน นอกจากนี้ยังมีพวกของกินเล่นแนวอาลาคาร์ทอย่างเต้าหู้สดโฮมเมดราสซอสรสเข้มข้น และเมนูหาทานยากอย่างเส้นโซบะเย็นรสบ๊วยสีชมพูสวยที่สั่งมาซดปิดท้ายมื้ออาหารเพิ่มความสดชื่นได้ดีเยี่ยม
ค่าใช้จ่ายถือว่าคุ้มค่าและคุ้มราคาทีเดียวเมื่อเทียบกับพิกัดใจกลางเมือง เฉลี่ยแล้วช่วงราคาต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 400-800 บาทเท่านั้น ตัวซูชิคำเดี่ยวเริ่มต้นที่หลักสิบปลายๆ ไปจนถึงหลักร้อยต้นๆ ทำให้เราสามารถเลือกหยิบสั่งของอร่อยที่ชอบทานมาแชร์ร่วมกันได้หลากหลายเมนูแบบไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณเลย
Sushi Shishichi
- เวลาทำการ
อ.-ศ.11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-11:00 p.m.
ส.11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-10:30 p.m.
อา.11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-9:30 p.m.
- ที่อยู่
36 3 ถนน สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
7. Sasaya Sukhumvit
Sasaya Sukhumvit เป็นพิกัดเด็ดที่คนรักความเป็นส่วนตัวต้องถูกใจอย่างแน่นอน ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านพร้อมพงษ์ ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครคือการออกแบบที่นั่งให้เป็นห้องส่วนตัวแบบปิดทั้งหมด บรรยากาศภายในจึงเงียบสงบและอบอุ่น เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับมื้ออาหารที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ว่าจะเป็นการคุยธุรกิจ นัดเดท สำคัญ หรือพาครอบครัวมาฉลองในโอกาสพิเศษ
ในส่วนของเมนูอาหารค่อนข้างโดดเด่นด้วยสไตล์วาโชกุและอาหารสร้างสรรค์ที่รสชาติพรีเมียม จานซิกเนเจอร์ชวนลิ้มลองขอยกให้ ข้าวอบหม้อดินปลากระพงแดงญี่ปุ่น ที่หุงมาแบบร้อนๆ หอมกรุ่น หากอยากได้ความพรีเมียมขึ้นไปอีกขั้น ต้องลองข้าวอบหม้อดินหน้าหอยเม่นสดและไข่ปลาแซลมอน นอกจากนี้ยังมีเมนูทานเล่นน่าสนใจอย่าง หอยเชลล์เผาหน้าครีมชีสซอสบ๊วยกับวาซาบิ หรือจะเป็นปลาดิบญี่ปุ่นสไลซ์บางทานคู่กับตับปลาอันกิโมะและโชยุเยลลี่ ก็อร่อยไม่ซ้ำใคร
สำหรับงบประมาณเฉลี่ยต่อหัวในการมาทานอาหารที่นี่ จะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทของเมนูที่เลือกสั่ง หากเน้นสั่งเป็นของทอด เมนูย่าง หรืออาหารจานเดี่ยวทั่วไป ราคาก็จะอยู่ในระดับที่จับต้องได้ง่าย แต่ถ้าเลือกสั่งเป็นเมนูเนื้อวากิวพรีเมียม ข้าวอบหม้อดินหน้าล้น หรือวัตถุดิบพิเศษที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น งบประมาณก็จะขยับตามความพรีเมียมของวัตถุดิบ นับเป็นอีกหนึ่งร้านที่คุ้มค่ากับคุณภาพและบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง
Sasaya Sukhumvit
- เวลาทำการ
จ.-ศ.11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 6:00 p.m-11:00 p.m.
ส.11:30 a.m.-2:30 p.m. และ 5:30 p.m.-10:30 p.m.
อา.11:30 a.m.-2:30 p.m. และ 5:30 p.m.-9:30 p.m.
- ที่อยู่
165 ซอยพร้อมมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
8. 298 Nikuya Yakiniku
298 Nikuya Yakiniku เป็นร้านปิ้งย่างเตาถ่านสไตล์ญี่ปุ่นพรีเมียมที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 41 ใจกลางย่านพร้อมพงษ์ บรรยากาศภายในร้านตกแต่งออกมาได้สุดเจ๋ง เท่ และมีกลิ่นอายความดั้งเดิมชวนให้เจริญอาหาร จุดเด่นที่ทำให้สายเนื้อยอมเทใจให้คือการเสิร์ฟเนื้อเกรดพรีเมียมที่ส่งตรงมาจากฟาร์มของทางร้านเองในจังหวัดโทคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพ ความสดใหม่ และลายมันแทรกที่สวยงาม
สำหรับสายเนื้อที่พร้อมลงสนาม เมนูเด็ดของที่นี่มีให้เลือกละลานตามาก โดยเฉพาะเมนูแนะนำอย่างเนื้อสันนอกพรีเมียม (Sirloin) ที่ย่างแล้วนุ่มละลายในปาก นอกจากนี้ยังมีลิ้นวัวยัดไส้ต้นหอม (Tongue with Green Onion) ที่เคี้ยวกรุบกรอบหอมอร่อย และเนื้อส่วนคารูบี (Karubi) ชิ้นโตเต็มคำ สำหรับใครที่เลือกไม่ได้ ทางร้านยังมีจัดชุดคอมโบและเซตโอมากาเสะรวมเนื้อส่วนต่างๆ ไว้ให้ปิ้งกันอย่างจุใจ รวมถึงอาหารจานเดี่ยวชวนลองอย่างยุกเกะ (Yukke) หรือเนื้อดิบคลุกซอสรสกลมกล่อม
รูปแบบการทานของร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้เปิดโอกาสให้เลือกได้ตามความชอบ โดยมีทั้งแบบบุฟเฟต์อิ่มไม่อั้นในเวลา 90 นาที และแบบสั่งแยกเป็นจานอาลาคาร์ท หากเลือกทานเซตบุฟเฟต์พรีเมียม ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 888+ บาท ไปจนถึงเซตซูพรีมบุฟเฟต์สุดคุ้มค่าที่ 1,298+ บาทต่อคน นับเป็นพิกัดปิ้งย่างใจกลางเมืองที่คุ้มราคาและตอบโจทย์คนรักเนื้อวากิวแท้ๆ อย่างแน่นอน
298 Nikuya Yakiniku
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30 a.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
2/34 ซ สุขุมวิท 41 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
9. NABEJIRO ShabuSuki Buffet
NABEJIRO ShabuSuki Buffet เป็นพิกัดปักหมุดสำหรับสายชาบูและสุกี้ยากี้ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านพร้อมพงษ์ ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ยกระดับการกินบุฟเฟต์ให้ดูดีมีสไตล์ด้วยการตกแต่งภายในที่หรูหราแต่แฝงความอบอุ่นสบายตา เหมาะกับการมานั่งล้อมวงกินมื้ออร่อยกับแก๊งเพื่อนหรือคนสนิท จุดเด่นที่ต้องชมคือนอกจากเนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยมแล้ว ทางร้านยังมีบาร์ตักบริการตัวเองที่มีผักสดสะอาดให้เลือกละลานตา รวมถึงของกินเล่นสไตล์ญี่ปุ่นที่เชฟคัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อช่วยชูรสชาติของมื้ออาหารให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ความสนุกของการมากินที่นี่คือเราสามารถเลือกน้ำซุปได้สองชนิดจากทั้งหมดหกแบบในหม้อเดียว แนะนำให้ลองซุปสุกี้ยากี้น้ำดำรสเข้มข้นกลมกล่อมคู่กับซุปงาขาวถั่วเหลืองเนื้อเนียนละมุน ลายแทงความอร่อยขนทัพมาทั้งเนื้อวากิวส่วนหัวไหล่สันนอก เนื้อวากิวส่วนใบพาย ลิ้นวัว ไปจนถึงเนื้อแองกัสโครงส่วนท้องที่นุ่มละลายในปาก นำมาแกว่งในน้ำซุปร้อนๆ แล้วจิ้มไข่สดบอกได้คำเดียวว่าดีงามมาก ยังไม่นับรวมลูกชิ้นไก่ เกี๊ยวหมู และเส้นอุดังเหนียวนุ่ม ตบท้ายด้วยของหวานอย่างซอฟต์ครีมนมฮอกไกโดหรือไอศกรีมเชอร์เบทมะม่วงรสสดชื่นตักได้ไม่อั้นตลอดเวลาหนึ่งร้อยนาทีเต็ม
เรื่องราคาก็มีตัวเลือกให้แมตช์ตามงบประมาณและความชอบ โดยเริ่มต้นตั้งแต่เซตคุโรบุตะในราคาเริ่ม 499 บาท ขยับขึ้นมาเป็นเซตเนื้อออสเตรเลีย 699 บาท เซตเนื้อแองกัสและลิ้นวัว 899 บาท และถ้าอยากจัดเต็มขั้นสุดกับเนื้อวากิวพรีเมียมพิกัดสูงสุดจะอยู่ที่ 1,199 เก้าบาทต่อหัว เมื่อเทียบกับทำเลที่เดินทางสะดวกและคุณภาพวัตถุดิบระดับมาตรฐานญี่ปุ่นแล้ว นับเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าน่าแวะมาเช็กอินซ้ำบ่อยๆ
NABEJIRO ShabuSuki Buffet
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30 a.m.-12:00 a.m.
- ที่อยู่
No. 27/1, Room No. A1, ซ. สุขุมวิท 33 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
10. Temagokoro
Temagokoro ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ย่านพร้อมพงษ์ ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้อบอวลไปด้วยความใส่ใจกับแนวคิดการเสิร์ฟเมนูโฮมเมดทำมือที่เต็มเปี่ยมไปด้วยหัวใจ บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาได้อย่างน่ารักและอบอุ่น มีโซนที่นั่งเคาน์เตอร์ไม้ตัวยาวให้ความรู้สึกเป็นกันเอง มอบพื้นที่สบายๆ สำหรับทุกคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายมาผ่อนคลายกับมื้ออาหารจานโปรด
ลิสต์ความอร่อยของร้านชูโรงด้วยเมนูทีเด็ดอย่าง เทมาคิ (Temaki) หรือซูชิตามใจฉันในรูปแบบชุด D.I.Y. Temaki Set ที่รวบรวมวัตถุดิบทางทะเลและผักสดหลากหลายชนิดมาให้เราสนุกกับการห่อทานเองคำต่อคำ ส่วนเมนูเส้นยอดฮิตที่มัดใจสาวๆ ได้อยู่หมัดต้องยกให้ Udon Half & Half ที่ผสานสองความเข้มข้นระหว่างอุด้งครีมไข่กุ้งเมนไทโกะและอุด้งครีมไข่หอยเม่นอูนิได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีเมนูดงบุริอย่างข้าวหน้าเนื้อวากิว ข้าวหน้าปลาดิบรวม คุกกิ้งซูชิ ตบท้ายด้วยขนมหวานสูตรเฮลตี้อย่างวาราบิโมจิและพุดดิ้งเนื้อเนียนละมุน
งบประมาณสำหรับมื้ออาหารเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 300-800 บาท หากแวะมาในช่วงกลางวันทางร้านจะมีเซตเมนูกลางวันราคาสุดคุ้มเริ่มต้นเพียงร้อยกว่าบาทไปจนถึงสามร้อยกว่าบาทให้เลือกอิ่มอร่อย แต่ถ้าตั้งใจมาจัดชุดเทมาคิ D.I.Y. ชุดใหญ่แชร์กับเพื่อนๆ หรือเลือกสรรวัตถุดิบพรีเมียมในมื้อเย็น งบประมาณก็จะขยับตามความจัดเต็มของมื้ออาหาร ถือเป็นร้านที่คุ้มค่าแก่การมาเปิดประสบการณ์ลิ้มลองรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆ ในแบบฉบับเฉพาะตัว
Temagokoro
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30 a.m.-11:30 p.m.
- ที่อยู่
สุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
11. Obanzai Kitaro
Obanzai Kitaro เป็นร้านอิซากายะลับๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในบ้านไม้หลังเล็กใจกลางกรุงโตเกียว บรรยากาศภายในมีความเป็นกันเองและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก การตกแต่งเน้นงานไม้ที่ดูเรียบง่ายตามสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านเหล้าญี่ปุ่นทั่วไปคือที่นี่เน้นเสิร์ฟอาหารแบบโอบันไซ หรือกับข้าวสไตล์โฮมเมดฝีมือคุณแม่ชาวญี่ปุ่นที่ปรุงอย่างประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด พื้นที่ในร้านอาจไม่ได้กว้างขวางมากนักแต่กลับดูคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เหมาะสำหรับคนที่อยากมานั่งจิบเครื่องดื่มหลังเลิกงานพร้อมกับทานอาหารรสชาติละมุนลิ้นในบรรยากาศที่เป็นมิตร
โอเด้งคือเมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องสั่งเมื่อก้าวเท้าเข้าร้าน น้ำซุปใสที่เคี่ยวจนหอมกรุ่นให้รสชาติกลมกล่อมซดแล้วสดชื่นมาก โดยมีเครื่องให้เลือกทานเพียบทั้งหัวไชเท้าที่ต้มจนเข้าเนื้อ หรือเอ็นเนื้อตุ๋นที่นุ่มจนแทบละลายในปาก อีกหนึ่งจานที่พลาดไม่ได้คือเนื้อตุ๋นมันฝรั่งหรือนิกุจากะ ที่ปรุงรสออกมาได้หวานเค็มกำลังดีให้ความรู้สึกเหมือนทานอาหารรสมือแม่จริงๆ นอกจากนี้ยังมีหอยตลับต้มสาเกที่ดึงเอาความหวานธรรมชาติของอาหารทะเลออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ใครที่ชอบอาหารญี่ปุ่นรสชาติดั้งเดิมที่ไม่ปรุงแต่งจนเกินไปรับรองว่าต้องประทับใจ
ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทขึ้นไป ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบและประสบการณ์การทานอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับในย่านสุขุมวิทแบบนี้ โดยร้านตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกสามารถเข้าได้ทั้งทางซอยสุขุมวิท 41 และ 43 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์เพียงนิดเดียวเท่านั้น
Obanzai Kitaro
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:00–0:00 น.
- ที่อยู่
2/13 ซ สุขุมวิท 41 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
12. Hiroshima Pizza Okonomiyaki
Hiroshima Pizza Okonomiyaki เป็นพิกัดลับในซอยสุขุมวิท 39 ที่สายกินเส้นและคนรักอาหารญี่ปุ่นแนวย่างบนเตาเทปปันไม่ควรพลาด บรรยากาศภายในร้านให้กลิ่นอายแบบร้านดั้งเดิมในญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเอง จุดเด่นที่สร้างความประทับใจคือโซนที่นั่งหน้าเตาที่คุณจะได้เห็นเชฟปรุงอาหารแบบสดๆ ตรงหน้า ทั้งเสียงฉ่าของกระทะและกลิ่นหอมของซอสที่โชยมาช่วยกระตุ้นความหิวได้เป็นอย่างดี เหมาะมากสำหรับการมานั่งล้อมวงทานกับกลุ่มเพื่อนหรือจะมานั่งดื่มด่ำกับมื้อเย็นแบบชิลๆ ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ
เมนูเด่นที่ทุกคนตั้งใจมาทานคือโอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่าที่แตกต่างจากแบบที่เราคุ้นเคยกันทั่วไป ความพิเศษอยู่ที่การจัดวางวัตถุดิบเป็นชั้นๆ โดยเริ่มจากแป้งแผ่นบางกรอบ ตามด้วยกะหล่ำปลีพูนๆ ที่ถูกความร้อนจนหวานฉ่ำ ผสานเข้ากับเส้นโซบะหรืออุด้งที่เหนียวนุ่มกำลังดี ท็อปด้วยเนื้อสัตว์ตามชอบและไข่ดาวแบบพอดีคำ ราดซอสสูตรเข้มข้นที่รสชาติเข้ากันได้ดีเยี่ยม นอกจากพิซซ่าญี่ปุ่นแล้วยังมีเมนูทานเล่นอย่างหอยนางรมย่างที่ส่งตรงจากฮิโรชิม่า และเครื่องเคียงสไตล์เทปปันยากิอีกหลายรายการที่ช่วยชูรสชาติของมื้อนี้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ย่อมเยาและคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับปริมาณอาหารที่เสิร์ฟมาแบบจานใหญ่จุใจ รวมถึงคุณภาพของวัตถุดิบที่สดใหม่ ทำให้ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นย่านพร้อมพงษ์ที่ครองใจคนรักโอโคโนมิยากิมาอย่างยาวนาน
Hiroshima Pizza Okonomiyaki
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 16:00–0:00 น.
ส.-อา. 11:00–23:00 น.
- ที่อยู่
ซอยพร้อมพุก 12/14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/hiroshima-pizza-okonomiyaki/
13. Kappo Hisa
Kappo Hisa เป็นสวรรค์ของคนรักการกินอาหารแบบโอมากาเสะที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความเอ็กซ์คลูซีฟแบบขั้นสุด ร้านตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของโครงการ Mille Malle ในซอยสุขุมวิท 20 ซึ่งบรรยากาศภายในจะเน้นการตกแต่งที่ดูเรียบหรูและสงบเงียบ แตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นที่วุ่นวายทั่วไป ความพิเศษที่เป็นหัวใจหลักคือการได้นั่งประจันหน้ากับเชฟฮิสะ เชฟชาวญี่ปุ่นที่มีอารมณ์ขันและคอยชวนคุยสร้างเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลา ทำให้มื้ออาหารที่ดูเหมือนจะทางการกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย เหมือนได้แวะมาทานข้าวบ้านเพื่อนสนิทที่ทำอาหารเก่งระดับเทพ
เมนูของทางร้านโดดเด่นด้วยสไตล์คัปโปะที่เน้นการปรุงสดใหม่ต่อหน้าเพื่อให้เห็นเทคนิคการทำอาหารที่หลากหลายทั้งการต้ม การย่าง และการแล่ปลาที่แม่นยำ เมนูเด็ดที่ใครได้ลองเป็นต้องหลงรักคือเต้าหู้งาที่มีเนื้อสัมผัสเนียนละเอียดและหอมกลิ่นงาคั่วฟุ้งไปทั้งปาก นอกจากนี้ยังมีเมนูที่หยิบเอาไข่หอยเม่นเกรดพรีเมียมมาสร้างสรรค์เป็นคำที่มอบรสชาติหวานมันเข้มข้น รวมถึงซุปใสรสละมุนที่เชฟตั้งใจดึงรสสัมผัสที่แท้จริงของวัตถุดิบตามฤดูกาลออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
ราคาต่อหัวสำหรับการทานแบบโอมากาเสะจะเริ่มต้นที่ประมาณ 4600 บาท ซึ่งเป็นราคาที่แลกมาด้วยวัตถุดิบชั้นยอดที่เชฟคัดเลือกด้วยตัวเองทุกเช้าผนวกกับฝีมือการปรุงรสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หากใครกำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นย่านพร้อมพงษ์เพื่อฉลองโอกาสพิเศษหรืออยากสัมผัสประสบการณ์คัปโปะแบบต้นตำรับ ร้านนี้คือจุดหมายที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง
Kappo Hisa
- เวลาทำการ
ทุกวัน 12:00–14:00 น. และ 17:00–21:00 น.
- ที่อยู่
66/4 mile malle sukhmvit20 g floor room103, ซอย ไผ่สิงห์โต sukhmvit20, เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
14. Yakiniku Suzuki Beef BKK
Yakiniku Suzuki Beef BKK เป็นพิกัดเด็ดสำหรับสายเนื้อที่ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ ชนิดที่ว่าลงรถเมล์หรือลงจากสถานีก็ถึงร้านทันที บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกโปร่งสบายและมีความเป็นส่วนตัวสูงด้วยการจัดสัดส่วนห้องพักที่เหมาะกับการมาสังสรรค์เป็นกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว ขณะเดียวกันก็มีโซนเคาน์เตอร์บาร์สำหรับใครที่อยากนั่งดูเชฟโชว์ฝีมือเตรียมวัตถุดิบแบบใกล้ชิด ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นกว่าร้านยากินิกุอื่นในย่านนี้คือการนำเข้าเนื้อจากฟาร์มที่ญี่ปุ่นโดยตรงโดยเจ้าของชาวญี่ปุ่นเอง ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องมาตรฐานและความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ส่งตรงถึงโต๊ะอาหาร
หัวใจหลักที่ห้ามพลาดคือเนื้อโอมิระดับ A5 ซึ่งเป็นหนึ่งในสามสุดยอดวากิวของญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องลายไขมันแทรกสวยงามเหมือนหินอ่อน มีให้เลือกทั้งแบบจัดเซตคุ้มค่าและสั่งแยกตามส่วนที่ชอบอย่างเนื้อสันในที่นุ่มนวลหรือเนื้อติดซี่โครงรสเข้มข้น เมื่อนำไปวางบนเตาร้อนๆ ไขมันจะละลายมอบสัมผัสที่แทบไม่ต้องเคี้ยว นอกจากนี้ยังมีเมนูที่หาทานยากอย่างข้าวหน้าเนื้อโอมิสับปรุงรสที่ให้ความหอมมันของเนื้อกระจายเต็มคำ หรือจะสั่งซูชิเนื้อวากิวและซาชิมิสดๆ มาทานคู่กันก็ช่วยยกระดับมื้อปิ้งย่างให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นที่ประมาณ 1000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับการได้ลิ้มลองเนื้อวากิวระดับพรีเมียมในทำเลใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวกสุดๆ แบบนี้ ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นย่านพร้อมพงษ์สำหรับมื้อพิเศษที่เน้นคุณภาพเนื้อเกรดเอในราคาสมเหตุสมผลควรค่าแก่การแวะมาเช็กอินอย่างแน่นอน
Yakiniku Suzuki Beef BKK
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:00–22:30 น.
- ที่อยู่
682/5 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
15. FukuFuku
FukuFuku เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์กินดื่มที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านพร้อมพงษ์ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเราแวะเข้าไปนั่งพักผ่อนในร้านยากิโทริท้องถิ่นที่ประเทศญี่ปุ่นจริงๆ ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของถ่านไม้ที่เป็นเอกลักษณ์โชยออกมาจากในครัว ช่วยสร้างบรรยากาศให้เจริญอาหารได้เป็นอย่างดี ความพิเศษของที่นี่คือการบริการที่ใส่ใจและเป็นกันเอง ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด เหมาะมากสำหรับการชวนกลุ่มเพื่อนมานั่งล้อมวงคุยกันหรือจะแวะมาเติมพลังคนเดียวหลังจากเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน
เมนูที่เป็นพระเอกของทางร้านต้องยกให้ยากิโทริหรือไก่เสียบไม้ปิ้งย่างที่เชฟบรรจงย่างบนเตาถ่านอย่างใจเย็นเพื่อให้ได้ความสุกที่พอดี โดยเฉพาะหนังไก่ย่างที่ทำออกมาได้กรอบกรุบแต่ยังคงความฉ่ำของไขมันไก่เอาไว้ด้านใน ยิ่งทานคู่กับเนื้อส่วนสะโพกที่นุ่มเด้งสู้ฟันยิ่งเข้ากันได้ดี นอกจากสารพัดเมนูเสียบไม้แล้ว ที่นี่ยังมีเมนูอาหารจานเดียวที่น่าสนใจอย่างซาชิมิ และเมนูพิเศษที่หมุนเวียนไปตามฤดูกาล ซึ่งดึงเอาวัตถุดิบที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้นมาปรุงเป็นจานเด็ดให้ลูกค้าได้ลิ้มลองความแปลกใหม่แบบไม่ซ้ำกันในแต่ละครั้ง
ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์อย่างมากเมื่อเทียบกับทำเลทองในย่านสุขุมวิท ทำให้ร้านนี้กลายเป็นที่พึ่งยามยากของคนรักอาหารญี่ปุ่นย่านพร้อมพงษ์ที่มองหาความอร่อยแบบคุ้มค่าและเข้าถึงง่ายได้บ่อยตามที่ต้องการ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณจนเกินไปในแต่ละมื้อ
FukuFuku (Torihada)
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:30 น.
- ที่อยู่
UBC2 591 ตึก ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
16. Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya
Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya เป็นจุดเช็กอินที่สายกินต้องแวะมาหากคิดถึงรสชาติส่งตรงจากเกาะเหนือของญี่ปุ่น บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในร้านอิซากายะท้องถิ่นที่เมืองซัปโปโรจริงๆ ตัวร้านมีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างดี มีทั้งโซนโต๊ะนั่งทั่วไปและห้องส่วนตัวที่เหมาะกับการจัดเลี้ยงสังสรรค์ จุดเด่นที่ต่างจากร้านอื่นคือบรรยากาศที่คึกคักแต่ยังแฝงความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ยิ่งถ้ามาช่วงเย็นจะได้กลิ่นหอมของการย่างเนื้อบนเตาที่ช่วยสร้างสีสันให้มื้ออาหารดูสนุกสนานและมีชีวิตชีวามากขึ้น
เมนูที่ยกให้เป็นไฮไลต์เด็ดแบบห้ามพลาดเลยคือเจงกิสข่าน หรือเนื้อแกะย่างบนกระทะเหล็กรูปโดมที่ปรุงรสมาได้อย่างยอดเยี่ยม ไร้กลิ่นสาบและนุ่มละมุนลิ้นสุดๆ ถือเป็นของดีจากฮอกไกโดที่หาทานรสชาติต้นตำรับได้ยากในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีไลน์อาหารทะเลที่สดเหมือนส่งตรงมาจากท่าเรือ ทั้งซูชิหน้าแน่น ซาชิมิที่หั่นมาแบบคำโต และข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอนล้นๆ ที่เสิร์ฟมาให้แบบสะใจ ใครที่ชอบของทอดก็มีคุชิคัตสึ หรือถ้าอยากทานอะไรร้อนๆ ทางร้านก็มีชาบูชาบูและยากินิกุไว้คอยบริการ เรียกว่ามาที่เดียวได้ทานครบทุกความอร่อยแบบฉบับฮอกไกโด
ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นที่ประมาณ 1000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลมากเมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบพรีเมียมที่นำเข้าจากญี่ปุ่นโดยตรง และปริมาณอาหารที่เสิร์ฟมาแบบจัดเต็ม ยิ่งถ้าใครเป็นสายดื่มและเน้นกินจุกจิกสไตล์กับแกล้มคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านพร้อมพงษ์แห่งนี้จะตอบโจทย์ทั้งเรื่องความคุ้มค่าและความเป็นส่วนตัวได้อย่างดีเยี่ยม
Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya ANNEX
- เวลาทำการ
ทุกวัน 16:00–23:00 น.
- ที่อยู่
30 ซ. สุขุมวิท 20 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/hokkaido-sushi-izakaya-ezoya/
17. Shakariki 432 Emsphere
SHAKARIKI 432 Emsphere ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของห้างสรรพสินค้าสุดล้ำใจกลางสุขุมวิท ซึ่งฉีกกฎร้านอิซากายะแบบเดิมๆ ด้วยพลังงานความสนุกที่ล้นเหลือ บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยสีสันและการตกแต่งที่สนุกสนานตามสไตล์โอซาก้าแท้ๆ มีเสียงพนักงานต้อนรับอย่างคึกคักทำให้ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหายไปทันทีที่ก้าวเข้าไป จุดที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่ไหนคือการเป็นแลนด์มาร์คสำหรับการแฮงก์เอาท์ที่เปิดให้บริการยาวๆ ตั้งแต่เช้าไปจนถึงเกือบสว่าง เหมาะมากสำหรับคนที่มองหาที่นั่งดื่มหรือรับประทานมื้อดึกในย่านพร้อมพงษ์แบบไม่ต้องรีบเช็คบิลกลับบ้าน
เมนูอาหารที่นี่มีความหลากหลายอย่างน่าเหลือเชื่อด้วยจำนวนรายการมากกว่า 200 เมนู แต่ถ้าถามถึงจานเด็ดที่ห้ามพลาดเลยก็คือคูชิคัตสึหรือของเสียบไม้ทอดที่ทอดมาได้แห้งกรอบและไม่อมน้ำมัน ทานคู่กับซอสสูตรลับเข้ากันได้ดีมาก รวมถึงทาโกะยากิที่คุณสามารถโชว์ฝีมือทำเองบนเตาที่โต๊ะได้เพิ่มความสนุกไปอีกแบบ สำหรับใครที่เน้นอิ่มท้องต้องลองอุด้งแกงกะหรี่เนื้อวากิวโทคุมาสะที่เส้นเหนียวนุ่มตัดกับน้ำแกงกะหรี่รสเข้มข้นหอมกรุ่น หรือจะเป็นข้าวแกงกะหรี่กุ้งทอดตัวโตๆ ก็ฟินไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีปลาดิบสดๆ และเมนูหม้อไฟที่เลือกสั่งมาแชร์กับกลุ่มเพื่อนได้อย่างจุใจ
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นเพียง 300-500 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าย่อมเยาและคุ้มค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับความหลากหลายของอาหารและทำเลระดับพรีเมียมในเอ็มสเฟียร์ หากใครกำลังมองหา ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านพร้อมพงษ์ ที่ตอบโจทย์ทั้งความอร่อย ความสนุก และเปิดให้บริการจนถึงดึกดื่น ร้านนี้คือคำตอบที่รับรองว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การทานอาหารที่เปี่ยมไปด้วยพลังและรอยยิ้มกลับไปแน่นอน
SHAKARIKI 432 Emsphere
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–5:00 น.
- ที่อยู่
ชั้นที่5 ห้องเลขที่5D 03, อาคารศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์, 05 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
18. KUMA NO YAKITORI
KUMA NO YAKITORI เป็นร้านลับที่ยกระดับศิลปะการย่างไก่เสียบไม้ให้ดูหรูหราและน่าค้นหามากกว่าเดิม ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีเข้มที่ดูทันสมัยและมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก แสงไฟสลัวๆ ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูนิ่งสงบแต่เปี่ยมไปด้วยรสนิยม ความพิเศษของที่นี่คือความพิถีพิถันในการจัดวางที่นั่งให้เราได้เห็นจังหวะการย่างของเชฟอย่างใกล้ชิด ซึ่งเชฟจะคอยควบคุมอุณหภูมิของเตาถ่านอย่างใจเย็นเพื่อให้วัตถุดิบแต่ละไม้สุกออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับการมาเดทหรือคุยธุระสำคัญในบรรยากาศที่ดูดีและไม่วุ่นวายจนเกินไป
เมนูที่ถือเป็นหัวใจหลักและห้ามพลาดเลยคือยากิโทริที่ใช้เนื้อไก่ส่วนพิเศษซึ่งหาทานได้ยาก โดยเชฟจะดึงเอกลักษณ์ของเนื้อแต่ละส่วนออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความนุ่มชุ่มฉ่ำของเนื้อสะโพก หรือความกรุบกรอบของส่วนอื่นๆ ที่ย่างจนหอมกลิ่นถ่านไม้ไผ่ขึ้นจมูก นอกจากนี้ยังมีจานเด็ดอย่างข้าวหน้าไข่ดิบและเนื้อไก่ดิบปรุงรสที่ให้สัมผัสครีมมี่เข้มข้น รวมถึงซาชิมิเนื้อไก่ที่สดสะอาดจนลืมภาพจำแบบเดิมๆ ไปได้เลย ทุกเมนูถูกนำเสนออย่างประณีตราวกับงานศิลปะ ทำให้การทานปิ้งย่างครั้งนี้แตกต่างจากการไปร้านอิซากายะทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นที่ประมาณ 2,800 บาทขึ้นไปสำหรับเมนูคอร์ส ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์การทานอาหารญี่ปุ่นย่านพร้อมพงษ์ในระดับพรีเมียม ทั้งในแง่ของเทคนิคการปรุงชั้นสูงและวัตถุดิบที่คัดเกรดมาอย่างดีที่สุด หากใครกำลังมองหาร้านอาหารที่เน้นคุณภาพและต้องการความประทับใจในรสชาติที่ลุ่มลึก ร้านนี้คือจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างยอดเยี่ยมแน่นอน
KUMA NO YAKITORI
- เวลาทำการ
จ.-ส. 17:00–22:30 น., ปิดทุกวันอาทิตย์
- ที่อยู่
Rain Hill, 1F, 777 ซอย สุขุมวิท 47 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
19. Tempura NAGAOKA Phrom Phong
Tempura NAGAOKA Phrom Phong เป็นจุดหมายปลายทางที่คนรักของทอดระดับพรีเมียมต้องหาโอกาสแวะมาลองให้ได้สักครั้ง ร้านนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 พร้อมนำเสน่ห์ของเทมปุระสไตล์ฮากาตะมาให้คนไทยได้สัมผัสแบบใกล้ชิด บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่ายแต่ดูดีตามแบบฉบับญี่ปุ่นสมัยใหม่ โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ที่นั่งบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ซึ่งช่วยให้เราได้เห็นจังหวะการลงมือทอดของเชฟชาวญี่ปุ่นแบบคำต่อคำ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันคุณภาพดีที่ใช้ทอดช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูน่าตื่นเต้นและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการมานั่งละเลียดมื้อเย็นชิลๆ พร้อมดูเทคนิคการสะบัดแป้งที่หาชมได้ยากในร้านทั่วไป
ความโดดเด่นของเมนูที่นี่คือความบางกรอบของแป้งเทมปุระที่ทอดออกมาได้แห้งสนิทและไม่อมน้ำมันเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้สามารถดึงรสหวานตามธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างเต็มที่ เมนูที่ต้องสั่งเลยคือเทมปุระอูนิที่ห่อด้วยใบชิโสะและเทมปุระเมนไทโกะรสเข้มข้น ซึ่งถือเป็นจานแปลกใหม่ที่หาทานได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น นอกจากวัตถุดิบทางทะเลและผักตามฤดูกาลแล้ว เชฟยังมีเมนูสุดล้ำอย่างเทมปุระสตรอว์เบอร์รีที่ให้รสสัมผัสแปลกใหม่น่าประทับใจ โดยทางร้านจะเสิร์ฟมาพร้อมกับเกลือสูตรเฉพาะถึง 3 ชนิด เพื่อให้เราได้สนุกกับการทดลองจับคู่รสชาติที่ชูความโดดเด่นของแต่ละวัตถุดิบให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-3,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับคอร์สหรือเมนูอะลาคาร์ทที่เราเลือกสั่ง ซึ่งเมื่อเทียบกับฝีมือระดับปรมาจารย์และความสดใหม่ของวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดีแล้ว ถือเป็นราคาที่คุ้มค่ามากสำหรับการสัมผัสประสบการณ์เทมปุระระดับพรีเมียมใจกลางย่านสุขุมวิท หากใครกำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นย่านพร้อมพงษ์ที่เน้นความประณีตและการปรุงอาหารแบบสดใหม่ต่อหน้า ร้านนี้คืออีกหนึ่งลิสต์ที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด
Tempura NAGAOKA Phrom Phong
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:00–22:00 น.
- ที่อยู่
111 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/tempura-nagaoka-phromphong/
20. Sakura Saku
Sakura Saku เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนแวะมาทานข้าวบ้านเพื่อนสนิทที่ญี่ปุ่น บรรยากาศภายในเน้นความเรียบง่าย แฝงไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเองอย่างมาก การตกแต่งแบบดั้งเดิมช่วยสร้างความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับใครที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของย่านสุขุมวิทมานั่งพักผ่อนแบบยาวๆ ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ครองใจคนในพื้นที่คือการต้อนรับที่ดูใส่ใจและสภาพแวดล้อมที่ดูไม่เกร็ง ทำให้ไม่ว่าจะมาทานกับครอบครัวหรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนก็ดูลงตัวไปหมด
เมนูอาหารของที่นี่มีความหลากหลายสูงมากครอบคลุมตั้งแต่อิซากายะไปจนถึงซูชิสดๆ แต่จานเด็ดที่ถือเป็นซิกเนเจอร์และได้รับคำชมหนาหูที่สุดต้องยกให้สุกี้ยากี้และชาบูชาบู ซึ่งใช้เนื้อคุณภาพพรีเมียมลายไขมันสวยงามมาแกว่งในน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมที่ปรุงมาอย่างพอดี นอกจากนี้ยังมีเทมปุระทอดใหม่ๆ ที่แป้งบางเบากรอบฟู รวมถึงซาชิมิที่คัดสรรความสดส่งตรงจากทะเลมาเสิร์ฟให้ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ได้อย่างเข้ากัน ใครที่ชอบอาหารรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆ ที่เน้นการชูรสสัมผัสของวัตถุดิบรับรองว่าต้องถูกปากแน่นอน
ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับปริมาณและคุณภาพของอาหารจานหลักที่จัดเต็มขนาดนี้ หากคุณกำลังตามหาร้านอาหารญี่ปุ่นย่านพร้อมพงษ์ที่เน้นความครบเครื่องของเมนูและมีบรรยากาศที่สบายใจเหมือนได้นั่งอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ ร้านนี้คือพิกัดที่คุณไม่ควรพลาดมาเช็กอินสักครั้งในมื้อค่ำที่แสนพิเศษของคุณ
Sakura Saku
- เวลาทำการ
จ.-ส. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์
- ที่อยู่
22 ซ. สุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
21. Kappo Tomo
Kappo Tomo เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่ซ่อนตัวอยู่ในโครงการ Rain Hill ซึ่งให้ความรู้สึกหรูหราและร่วมสมัยตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป บรรยากาศภายในถูกออกแบบมาให้ดูโมเดิร์นแต่ยังคงความเรียบง่ายสไตล์มินิมอล มีที่นั่งบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ที่ช่วยให้เราได้เห็นจังหวะการทำอาหารของเชฟแบบใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของการทานอาหารสไตล์คัปโปะที่เน้นการสื่อสารระหว่างคนกินกับคนทำ ร้านนี้เหมาะมากสำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรืออยากมาฉลองในโอกาสพิเศษ เพราะการจัดแสงและโทนสีของร้านช่วยสร้างความรู้สึกที่เงียบสงบและผ่อนคลาย ต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นที่วุ่นวายทั่วไปในละแวกนี้
หัวใจสำคัญของเมนูที่นี่คือการนำเสนออาหารแบบคอร์สที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยเชฟจะดึงเอาเทคนิคการปรุงที่หลากหลายทั้งการนึ่ง การต้ม และการย่างถ่านมาผสมผสานกันอย่างลงตัว เมนูที่พลาดไม่ได้คือเหล่าปลาดิบที่คัดสรรจากตลาดปลาชั้นนำในญี่ปุ่น ซึ่งเชฟจะปรุงรสมาให้แบบพอดีโดยไม่ต้องจิ้มโชยุเพิ่ม รวมถึงเมนูจำพวกซุปที่รสชาติกลมกล่อมล้ำลึกแสดงถึงความประณีตในการเคี่ยวน้ำสต็อก และเมนูย่างที่ยังคงความฉ่ำของวัตถุดิบเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ความพิเศษคือทุกจานจะถูกเสิร์ฟมาในภาชนะที่สวยงามราวกับงานศิลปะ ทำให้การทานอาหารที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติแต่เป็นการเสพสุนทรียภาพไปพร้อมกัน
ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะเริ่มต้นตั้งแต่ 1,700 บาทไปจนถึง 4,500 บาทขึ้นไป ซึ่งถือเป็นช่วงราคาที่หลากหลายและตอบโจทย์ทั้งผู้ที่เริ่มเข้าสู่โลกของคัปโปะไปจนถึงนักชิมตัวยงที่ต้องการสัมผัสวัตถุดิบหายากระดับพรีเมียมในย่านพร้อมพงษ์
Kappo Tomo
- เวลาทำการ
ทุกวัน 12:00–22:00 น.
- ที่อยู่
1F, Rain Hill 777 ซอย สุขุมวิท 47 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
22. Hokkaido Genshiyaki Sukhumvit 26
ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะที่เน้นเมนูอาหารทะเลและเมนูย่างถ่าน ที่ใช้เทคนิคการย่างที่เรียกว่า Genshiyaki คือ การย่างปลาแบบดั้งเดิมที่ใช้ถ่านย่างช้าๆ จดได้ปลาที่หนังกรอบกำลังดี และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารหลายเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารของฮอกไกโด เมนูแนะนำ เช่น ข้าวด้งปลาดิบ/เนื้อย่างภูเขาไฟ (Mountain Don) เมนูขึ้นชื่อที่เสิร์ฟข้าวหน้าปลาดิบหรือเนื้อย่างแบบพูนๆ จนเป็นทรงภูเขาไฟ ราคาต่อหัวประมาณ 800-1,500 บาท
Hokkaido Genshiyaki Sukhumvit 26
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:00–15:00 น. และ 17:00–23:00 น.
ส.-อา. 11:00–16:00 น. และ 17:00–23:00 น.
- ที่อยู่
83 สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน klongton, กรุงเทพมหานคร 10110
23. Shakariki432 Nihonmachi
Shakariki432 Nihonmachi ตั้งอยู่ในโครงการ Nihonmachi ซอยสุขุมวิท 26 เป็นร้านอิซากายะชื่อดังที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ให้ความรู้สึกเหมือนได้ยกบรรยากาศยามค่ำคืนของญี่ปุ่นมาไว้ในกรุงเทพฯ ร้านมี 3 ชั้น แต่ละชั้นมีบรรยากาศแตกต่างกัน ไม่ว่าจะมาคนเดียวหรือมาสังสรรค์กับเพื่อนก็ตอบโจทย์ เมนูที่นี่มีให้เลือกมากมายกว่า 200 เมนู ทั้งของทานเล่นและอาหารจานหลัก เมนูแนะนำ คือ โอโคโนมิยากิ ทาโกยากิ และคุชิยากิ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาท
Shakariki432 Nihonmachi
- เวลาทำการ
จ.-พฤ., อา. 11:00–4:00 น.
ศ.-ส. 11:00–5:00 น.
- หน้ารายละเอียดร้าน
24. Ginza Shabu-Ten
ร้าน Ginza Shabu-Ten ตั้งอยู่ที่ชั้น 8 ของห้างสรรพสินค้า EmQuartier เป็นร้านชาบูและสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่เน้นคุณภาพของวัตถุดิบและรสชาติที่ลุ่มลึก ที่นี่มีห้องส่วนตัวให้บริการ เหมาะสำหรับการนัดเลี้ยงลูกค้าหรือโอกาสพิเศษต่างๆ เมนูแนะนำ คือ ชาบูเนื้อวากิว เมื่อนำลงไปลวกในน้ำซุปที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถันแล้วจะได้รสชาติที่หอมหวานและนุ่มละมุนลิ้น ทานคู่กับชุดผักสดและเครื่องเคียงที่คัดสรรมาอย่างดี ราคาต่อหัวประมาณ 1,500-3,000 บาท
Ginza Shabu-Ten
- เวลาทำการ
จ.-ส. 10:30–21:30 น.
อา. 10:30–22:00 น.
- ที่อยู่
693 Helix Sky Dining, The EmQuartier, 8th Floor 695 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
25. Nagiya
ร้าน Nagiya ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 เป็นร้านอิซากายะเก่าแก่ที่ยังคงความคลาสสิกของอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งอยู่ในร้านเล็กๆ ที่ญี่ปุ่น จุดเด่นของที่นี่คือ เมนูยากิโทริ หรือของย่างเสียบไม้ เมนูแนะนำ คือ ลิ้นวัวย่าง ที่ย่างมาได้อย่างนุ่มละมุน หรือ ปลาฮกเกะย่างเกลือ ที่เนื้อปลานุ่มและมีรสชาติเค็มอ่อนๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ อีกมากมายที่ทำอย่างพิถีพิถัน ราคาต่อหัวประมาณ 800-1,500 บาท
Nagiya
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:00–0:00 น.
- ที่อยู่
115 Room 105, soi Sukhumvit 26, ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
26. SUSHI SEKI
ร้าน SUSHI SEKI ตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ของห้างสรรพสินค้า Emquartier เป็นร้านซูชิยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยความหลากหลายของเมนูและความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา ภายในร้านมีบรรยากาศที่สบายๆ และทันสมัย เหมาะสำหรับมาทานอาหารกลางวันหรือมื้อเย็นกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน เมนูแนะนำ คือ เซ็ตซูชิ ที่มีหน้าปลาต่างๆ ให้เลือกทานได้อย่างจุใจ หรือข้าวหน้าปลาแซลมอนและไข่ปลาแซลมอน ที่จะได้อร่อยไปกับปลาแซลมอนชิ้นหนาและไข่ปลาแซลมอนเม็ดโต ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาท
SUSHI SEKI
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
EmQuartier, 4th Floor, ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
27. Kobe Tonteki Phrom Phong
Kobetonteki ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33/1 มีเมนูเด็ดคือ ทนเทกิ (Tonteki) ที่มีต้นกำเนิดจากเมืองโกเบ ที่นี่ใช้เนื้อวัวโกเบคุณภาพสูง ย่างบนเตาถ่านจนได้ความหอมและเนื้อที่นุ่มกำลังดี เมนูแนะนำ คือ เซ็ตเนื้อวัวโกเบย่าง ที่เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย ซุปมิโสะ และเครื่องเคียงต่างๆ และ สเต๊กเนื้อวัวโกเบ ที่สามารถเลือกความสุกได้ตามชอบ เป็นร้านที่เหมาะสำหรับคนรักเนื้อมากๆ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,000-3,000 บาท
Kobe Tonteki Phrom Phong
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–21:30 น.
- ที่อยู่
595, 3-4 ซ. สุขุมวิท 33/1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
28. Ramen Tei
ร้าน Ramen Tei ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33/1 เช่นกัน ร้านนี้เป็นร้านราเมงเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 30 ปี และยังคงรักษารสชาติแบบดั้งเดิมไว้จนปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นร้านที่คนญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ให้ความไว้วางใจในรสชาติ เมนูแนะนำ คือ ทงคัตสึราเมง ที่น้ำซุปมีความเข้มข้นและกลมกล่อม โชยุราเมง ที่รสชาติเบาแต่หอมกลิ่นโชยุ นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวหน้าและเกี๊ยวซ่าให้เลือกทานอีกด้วย ราคาต่อหัวประมาณ 200-500 บาท
Ramen Tei
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:30–22:30 น.
- ที่อยู่
593 23-24 ซ. สุขุมวิท 33/1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
29. Kenshin Izakaya
ร้าน Kenshin Izakaya สาขาสุขุมวิท 33 ตั้งอยู่ตรงข้ามห้างสรรพสินค้า Emsphere เป็นร้านอิซากายะยอดนิยมที่มีบรรยากาศคึกคัก สนุกสนาน เป็นสถานที่เหมาะสำหรับแวะหลังเลิกงาน เมนูแนะนำ คือ คุชิคัตสึหรือของทอดเสียบไม้ที่มีให้เลือกหลากหลาย ปลาหมึกย่างซีอิ๊ว ซาชิมิ หอยนางรมสด ราคาต่อหัวประมาณ 700-1,500 บาท
Kenshin Izakaya
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–0:00 น.
- ที่อยู่
575 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
30. Masu Maki & Sushi Bar
ร้าน Masu Maki & Sushi Bar ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เป็นร้านซูชิและอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้วยเมนูซูชิโรล เมนูแนะนำ คือ Masu Maki ซูชิโรลที่มีส่วนผสมของเนื้อปลาแซลมอน อะโวคาโด และซอสรสชาติกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมี ซาชิมิ และเทมปุระ ให้เลือกทานอีกด้วย ราคาต่อหัวประมาณ 800-1,500 บาท
Masu Maki & Sushi Bar
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–21:30 น.
- ที่อยู่
ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
31. Gyukatsu Permpalung S39
ร้านกิวคัตสึ เพิ่มพลัง ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เป็นร้านที่เน้นเมนูกิวคัตสึ (Gyukatsu) สูตรโอซาก้า มีจุดเด่นคือการนำเนื้อวัวไปชุบแป้งและทอดผ่านน้ำมัน เพื่อให้ด้านนอกกรอบ แต่ยังคงความนุ่มและฉ่ำใน ทานกับเกลือที่นำเข้าจากญี่ปุ่น เมนูแนะนำ ได้แก่ Gyukatsu Set, Super Paleron, เนื้อใบพาย, เนื้อสันนอก สำหับคนไม่ทานเนื้อ ที่นี่มีเซ็ตเนื้อหมูให้สั่งด้วย ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท
Gyukatsu Permpalung S39
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:15–22:00 น.
- ที่อยู่
47 5 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
32. Niigata Kitchen
ร้าน Niigata Kitchen ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมมี่ เน้นเมนูอาหารญี่ปุ่นที่เรียบง่ายแบบรสชาติต้นตำหรับ เมนูแนะนำที่ต้องสั่งของที่นี่ คือ แฮมเบิร์ก ที่เสิร์ฟมาบนจานร้อนราดด้วยซอสสูตรเฉพาะของร้าน นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น โคโรเกะครีมปู แกงกะหรี่เนื้อ เกี๊ยวซ่า และเซ็ตอาหารกลางวันที่คุ้มค่ามากๆ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาท
Niigata Kitchen
- เวลาทำการ
จ.-อ., พฤ.-อา. 11:30–13:30 น. และ 17:00–23:00 น.
- ที่อยู่
47/3-4 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
33. MASA GARDEN by SUKI MASA
ร้าน MASA GARDEN by SUKI MASA เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เน้นอาหารญี่ปุ่นสไตล์คันไซ โดยเฉพาะเมนูสุกี้ยากี้และชาบูชาบูที่มีการปรุงที่เป็นเอกลักษณ์ ทางร้านมีเนื้อคุณภาพสูงหลายระดับ เช่น เนื้อวากิว เนื้อหมูคุโรบุตะ ยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกมาก เช่น ซูชิ ซาชิมิ เทมปุระ และข้าวหน้าต่างๆ ราคาต่อหัวประมาณ 1,000-2,000 บาท
MASA GARDEN by SUKI MASA
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–22:00 น.
- ที่อยู่
120 ซอย พรหมจิต แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
34. Okinawa Ebiyashiki
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- เซ็นทรัลเวิลด์
- ชิดลม
- สีลม
- พร้อมพงษ์
- สยาม
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ (New Open) อัพเดทกลางปี 2026 จดเข้าลิสต์ไว้เลย
01.07.2026
-
- พร้อมพงษ์
- บทความพิเศษ
15 ร้านอาหารญี่ปุ่นในดิ เอ็มดิสทริค (The Em District) รวมมาทั้งเอ็มสเฟียร์ เอ็มควอเทียร์ และเอ็มโพเรียม
25.06.2026
-
- อโศก
- พร้อมพงษ์
- เอกมัย
- ทองหล่อ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท สำหรับเดทแรก
20.01.2026
-
- พร้อมพงษ์
- บทความพิเศษ
20 ร้าน ราเมง (Ramen) พร้อมพงษ์ รสชาติต้นตำรับญี่ปุ่น
10.12.2025
-
- อโศก
- พร้อมพงษ์
- เอกมัย
- ทองหล่อ
- บทความพิเศษ
15 ร้าน ราเมง (Ramen) สุขุมวิท ที่คอราเมงห้ามพลาด
09.12.2025
-
- พร้อมพงษ์
- บทความพิเศษ
10 ร้านอร่อย เมนูโซบะ อุด้ง (Soba – Udon) สไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ใกล้พร้อมพงษ์
04.12.2025