36 ร้านอาหารญี่ปุ่น สุขุมวิทตอนกลาง ตั้งแต่พร้อมพงษ์ ทองหล่อ ไปจนถึงเอกมัย
หากพูดถึงย่านที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายและรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ คงหนีไม่พ้นโซนสุขุมวิทตอนกลาง ตั้งแต่สถานีพร้อมพงษ์ ทองหล่อ ลากยาวไปจนถึงเอกมัย ที่เปรียบเสมือนศูนย์รวมคอมมูนิตี้ชาวญี่ปุ่นที่คึกคักที่สุดในกรุงเทพฯ ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นสำหรับมื้อกลางวันแบบเร่งด่วน ดินเนอร์โอมากาเสะสุดหรูในวันพิเศษ ไปจนถึงร้านอิซากายะบรรยากาศอบอุ่นไว้นั่งจิบเครื่องดื่มแกล้มของย่างเตาถ่านหลังเลิกงาน ย่านนี้พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยวัตถุดิบส่งตรงสดใหม่และรสมืออันประณีตจากเชฟชาวญี่ปุ่น วันนี้เราจึงขออาสาพาไปเปิดลายแทง 36 ร้านอาหารญี่ปุ่นเด็ดหลากสไตล์ ที่รับรองว่าจะมอบประสบการณ์ความอร่อยเหมือนวาร์ปไปนั่งกินอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ
1. Genpukan Thonglor
Genpukan Thonglor ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ เดินเท้าเข้ามาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึง นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายเด็ดในโซนสุขุมวิทตอนกลางที่ไม่ควรพลาด ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้สืบทอดตำนานความอร่อยปิ้งย่างจากเมืองฮากาตะมายาวนานเกือบเจ็ดสิบปี ด้านในตกแต่งสไตล์เรียบง่าย อบอุ่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนแวะกินข้าวสังสรรค์ในร้านโลคอลที่ญี่ปุ่น จุดเด่นที่มัดใจสายเนื้อตัวจริงหนีไม่พ้นน้ำจิ้มสูตรลับประจำตระกูล ทั้งซอสโชยุผสมต้นหอมงาขาว และซอสรสเผ็ดหวานกลมกล่อมอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ช่วยดึงรสชาติของเนื้อย่างให้อร่อยเด่นขึ้นมาทันที
อาหารมีให้เลือกจุใจกว่าห้าสิบรายการ นอกเหนือจากเซ็ตเนื้อวัวลายสวยและเนื้อหมูนุ่มชุ่มฉ่ำที่ย่างทานคู่กับซอสสูตรเด็ดแล้ว เมนูซิกเนเจอร์ตัวชูโรงที่พลาดไม่ได้เลยคือ ฮากาตะ มตสึนาเบะ หรือหม้อไฟเครื่องในรสชาติเข้มข้นกลมกล่อมตามแบบฉบับคิวชูแท้ๆ ต่อด้วยซุปหางวัวตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละมุนลิ้น และราเมงเครื่องในที่ทำน้ำซุปออกมาได้หอมลึกซึ้ง เหมาะมากกับการสั่งมาซดร้อนๆ ปิดท้ายมื้อปิ้งย่าง ค่าเสียหายเฉลี่ยตกอยู่ที่ราวๆ 700-1,500 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับปริมาณและเกรดของเนื้อที่เลือกสั่ง ถือเป็นมื้ออร่อยที่คุ้มค่ากับคุณภาพรสชาติต้นตำรับที่ได้รับกลับไป
Genpukan Thonglor
- เวลาทำการ
12:00 p.m.-12:00 a.m.
- ที่อยู่
อาคาร 41 ทองหล่อ 43 ถนนทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. Kitaro Sushi Thonglor
ตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ส่งตรงมนต์เสน่ห์ความอร่อยมาจากย่านกินดื่มชื่อดังของโอซาก้า บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย และเป็นกันเองสไตล์อิซากายะผสมร้านซูชิดั้งเดิม จะแวะมานั่งชิลคนเดียวที่เคาน์เตอร์บาร์ นัดดินเนอร์กับคนรู้ใจ หรือยกแก๊งเพื่อนร่วมงานมาสังสรรค์หลังเลิกงานก็เพลินไม่แพ้กัน จุดเด่นสำคัญที่มัดใจทั้งคนไทยและชาวญี่ปุ่นคือการคัดสรรวัตถุดิบอาหารทะเลสดใหม่ส่งตรงจากญี่ปุ่น นำมาเสิร์ฟในราคาสบายกระเป๋า สวนทางกับทำเลระดับไพรม์ได้อย่างน่าประทับใจ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือหมวดนิกิริซูชิที่จับคู่เสิร์ฟสองคำเพียงร้อยยี่สิบบาท จัดเต็มตั้งแต่วัตถุดิบขวัญใจมหาชนอย่างฮงมากูโร่โทโร่ ปลาไหล แซลมอน ไปจนถึงไข่หอยเม่นและมันปู สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องลอง ขอแนะนำ ซูชิโอมากาเสะที่เชฟคัดสรรความสดใหม่มาให้แบบเน้นๆ ซูชิโรลปลาไหลย่างเนื้อฉ่ำ และซาชิมิรวมชุดใหญ่ที่แล่ปลาสดชิ้นหนาหวานฉ่ำเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีเมนูกุสานาเบะหรือหม้อไฟผักซุปคู่สูตรลับโอซาก้า รวมถึงของทานเล่นแกล้มเครื่องดื่มอย่างขนมปังหน้ากุ้งคิทาโร่และมันปูย่างกระดองหอมมัน ค่าเสียหายเฉลี่ยตกคนละประมาณ 600-1,200 บาท ได้อิ่มอร่อยกับซูชิสดๆ รสชาติต้นตำรับแบบคุ้มค่าเกินราคาแน่นอน
Kitaro Sushi Thonglor
- เวลาทำการ
6:00 p.m.-3:00 a.m.
- ที่อยู่
161/2 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
3. SHAKARIKI432 EMSPHERE
SHAKARIKI432 EMSPHERE ตั้งอยู่ภายในห้างใหม่อย่าง The Emsphere ย่านพร้อมพงษ์ เดินทางง่ายนิดเดียวเพราะเชื่อมกับ BTS พร้อมพงษ์เลย ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้นับเป็นอีกหนึ่งพิกัดเด็ดขวัญใจคนนอนดึกในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ใครที่คุ้นเคยกับแบรนด์นี้คงรู้ดีว่ามีหลายสาขากระจายอยู่ทั่วกรุง รวมถึงสาขาใกล้เคียงในละแวกนี้อย่าง Nihonmachi, Ekkamai และ NEO Thonglor แต่สำหรับสาขานี้ บรรยากาศยังคงความครึกครื้น เฮฮา และเต็มไปด้วยพลังงานสนุกสนานสไตล์โอซาก้าไว้อย่างครบถ้วน ภายในร้านตกแต่งแนวอิซากายะโมเดิร์นที่ดูโปร่งสบายน่านั่ง จะแวะมาฝากท้องช่วงมื้อเที่ยง พาครอบครัวมาทานอาหาร หรือนัดแก๊งเพื่อนมาชนแก้วสังสรรค์ยาวไปจนถึงช่วงดึกก็ตอบโจทย์ จุดเด่นคือความหลากหลายของเมนูกับการบริการที่เป็นมิตร ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดไปนั่งกินดื่มอยู่ในย่านโดทงโบริจริงๆ
เรื่องของกินบอกเลยว่าจัดเต็มจนเลือกแทบไม่ถูก เมนูซิกเนเจอร์ตัวเด็ดที่โต๊ะไหนก็ต้องสั่งคือทาโกะยากิทำสดร้อนๆ กรอบนอกนุ่มใน และโอโคโนมิยากิหรือพิซซ่าญี่ปุ่นหน้าแน่น ราดซอสสูตรเข้มข้นโรยปลาแห้งเต้นระบำ เสริมทัพด้วยคุชิคัตสึของทอดเสียบไม้กรอบไม่อมน้ำมัน ยากิโทริย่างถ่านหอมกรุ่น ไปจนถึงราเมงซุปกระดูกหมูเข้มข้น และสายปลาดิบก็มีทั้งซูชิ ซาชิมิสดหวานฉ่ำให้เลือกสั่งเพียบ ยิ่งช่วงค่ำยังมีพวกเซ็ตปาร์ตี้และโปรโมชันเครื่องดื่มหมุนเวียนมาให้คุ้มตลอดเวลา สำหรับงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-900 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับว่าเน้นกินอิ่มแบบอาหารจานเดียวหรือสายกับแกล้มเน้นชนแก้วยาวๆ ถือเป็นร้านที่แวะมาได้เรื่อยๆ แบบไม่มีเบื่อ
SHAKARIKI432 EMSPHERE
- เวลาทำการ
11:00 a.m.-5:00 a.m.
- ที่อยู่
628, 630 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ชั้น 5 ห้อง 5D 03-05 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
4. Ma MAISON
Ma MAISON หลบมุมอยู่บนชั้นสามของ Donki Mall Thonglor รอยต่อระหว่างย่านทองหล่อกับเอกมัย ทำเลทองใจกลางโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวโยโชกุแห่งนี้ส่งต่อความอร่อยข้ามยุคมาจากเมืองนาโกย่าตั้งแต่ปี 1981 บรรยากาศด้านในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์แอนทีควินเทจ โทนอบอุ่นละมุนตา ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังแวะไปนั่งกินข้าวในห้องนั่งเล่นบ้านเพื่อนสนิท มีความเงียบสงบเป็นส่วนตัว เหมาะมากทั้งการนัดคุยงานช่วงพักเที่ยง แวะมาทานมื้อเย็นกับครอบครัว หรือจัดเดตแบบสบายๆ จุดเด่นของที่นี่คือการปรุงอาหารตะวันตกในมุมมองแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน โดยเฉพาะซอสเดมิกลาสสูตรเฉพาะที่ใช้เวลาเคี่ยวนานจนได้ความหวานเค็มกลมกล่อมและหอมลึกซึ้งไม่เหมือนใคร
จานเด่นประจำร้านที่แทบทุกโต๊ะต้องสั่งคือ แฮมเบิร์กสเต๊กโฮมเมดปั้นสดชิ้นหนา เนื้อนุ่มฉ่ำแทรกมันกำลังดี ราดซอสเดมิกลาสเข้มข้น โปะหน้าด้วยไข่ดาวเยิ้มๆ เสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ และสลัดผักสดกรอบ อีกหนึ่งจานคลาสสิกที่เด็ดไม่แพ้กันคือข้าวห่อไข่เนื้อเนียนนุ่มฟู สเต๊กหมูทงเทกิซอสฉ่ำ สปาเกตตีเส้นนำเข้าจากอิตาลี ไปจนถึงเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างหอยเอสคาร์โก้อบเนยกระเทียมหอมฟุ้ง สำหรับงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 350-700 บาทต่อคน นับเป็นร้านที่ให้ความคุ้มค่าทั้งปริมาณและรสชาติที่ชวนให้นึกถึงความอบอุ่นในวัยเด็กแบบเต็มอิ่ม
Ma MAISON
- เวลาทำการ
11:00 a.m.-9:00 p.m.
- ที่อยู่
แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
5. KUMA NO YAKITORI
KUMA NO YAKITORI ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 47 ใกล้กับบีทีเอสพร้อมพงษ์ ใจกลางย่านสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้มีต้นกำเนิดมาจากโอซาก้า โด่งดังถึงขั้นเป็นร้านยากิโทริระดับไฮเอนด์ระบบเมมเบอร์ชิปอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นที่ต้องจ่ายค่าสมาชิกหลักแสนเยนเพื่อเข้าไปชิม แต่สาขากรุงเทพฯ เปิดต้อนรับทุกคนผ่านการจองล่วงหน้า บรรยากาศด้านในออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์นไฟน์ไดนิ่งที่หรูหรา น่าค้นหา และเป็นส่วนตัว มีที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์เพียงสิบสองที่เพื่อให้มองเห็นเชฟย่างไก่บนเตาถ่านแบบใกล้ชิด พร้อมห้องวีไอพีอีกหนึ่งห้องสำหรับกลุ่มเจ็ดท่าน จุดเด่นคือการเปลี่ยนไก่ย่างธรรมดาให้กลายเป็นศิลปะมื้อค่ำระดับพรีเมียม ปลุกประสาทสัมผัสทั้งห้าผ่านความร้อน ควันถ่านหอมกรุ่น และความประณีตของเชฟ
รูปแบบอาหารของที่นี่เสิร์ฟเป็นคอร์สโอมากาเสะยากิโทริที่คัดสรรชิ้นส่วนต่างๆ ของไก่มาอย่างพิถีพิถัน ดึงรสชาติและเนื้อสัมผัสเฉพาะตัวออกมาได้อย่างน่าทึ่ง เมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนยกนิ้วให้คือยากิโทริย่างถ่านที่หนังกรอบหอมแต่เนื้อข้างในยังนุ่มฉ่ำหวาน ลิ้มลองควบคู่ไปกับซาชิมิไก่สดที่ปลอดภัยไร้คาว เมนูอาหารญี่ปุ่นตามฤดูกาลที่จับคู่ความลุ่มลึกของน้ำซุปดาชิ และจานปิดท้ายอย่างข้าวหน้าไข่ดิบที่มีกิมมิกรูปหมีสุดน่ารักไม่เหมือนใคร สำหรับงบประมาณจะขึ้นอยู่กับรูปแบบคอร์สโอมากาเสะที่เลือก ตกเฉลี่ยประมาณ 2,800-4,500 บาทต่อคน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมื้อพิเศษที่ต้องการสัมผัสโลกของยากิโทริในระดับสุดยอด
KUMA NO YAKITORI
- เวลาทำการ
5:00 p.m.-10:30 p.m.
- ที่อยู่
Rain Hill, 1F, 777 ซอย สุขุมวิท 47 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
6. Sushi Kappou Ishimoto
Sushi Kappou Ishimoto ซ่อนตัวอยู่บนชั้นสามของโรงแรม Nikko Bangkok ย่านทองหล่อ เดินเท้าสบายๆ จากสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อเพียงไม่กี่ก้าว นับเป็นหมุดหมายระดับพรีเมียมในโซนสุขุมวิทตอนกลางที่ผสมผสานเสน่ห์ของบาร์ซูชิประณีตเข้ากับฟีลลิ่งกินดื่มแบบอิซากายะชั้นสูงได้อย่างลงตัว ด้านในตกแต่งสไตล์เจแปนนิสโมเดิร์นที่ดูหรูหรา เงียบสงบ และโปร่งสบายตา จะแวะมานั่งชิลคนเดียวหน้าเคาน์เตอร์บาร์ นัดพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน หรือเลือกจองห้องส่วนตัวสำหรับมื้อค่ำเพื่อคุยธุรกิจและเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษก็ตอบโจทย์ จุดเด่นของที่นี่คือความเชี่ยวชาญในการหยิบยกวัตถุดิบอาหารทะเลตามฤดูกาลส่งตรงจากญี่ปุ่น มารังสรรค์อาหารผ่านศิลปะคัปโปะร่วมกับซูชิเอโดมาเอะแท้ๆ ในราคาที่สมเหตุสมผล
ความน่าสนใจอยู่ที่ตัวเลือกเมนูซึ่งมีทั้งแบบอะลาคาร์ตจานเดี่ยวและคอร์สโอมากาเสะสุดหรู จานซิกเนเจอร์ที่ควรลิ้มลองยกให้นิกิริซูชิปั้นสดคำต่อคำที่เชฟควบคุมอุณหภูมิข้าวและเนื้อปลามาอย่างพอดี เซ็ตซาชิมิตามฤดูกาลแล่สดหวานฉ่ำ ข้าวหน้าปลาดิบรวมพรีเมียมล้นชาม ไปจนถึงกับแกล้มสไตล์คัปโปะอย่างปลาตามฤดูกาลย่างเกลือและของทอดเทมปุระกรอบเบาไม่อมน้ำมัน สำหรับงบประมาณเฉลี่ยหากสั่งอาหารทานแบบอะลาคาร์ตจะตกอยู่ที่ราวๆ 1,200-2,500 บาทต่อคน ส่วนถ้าเลือกเปิดประสบการณ์จัดเต็มด้วยคอร์สโอมากาเสะในห้องไพรเวทจะเริ่มต้นที่ประมาณ 3,500 บาทขึ้นไป มอบความสุขความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นต้นตำรับได้อย่างน่าประทับใจ
Sushi Kappou Ishimoto
- เวลาทำการ
5:00 p.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
ห้อง 301, โรงแรม Hotel Nikko Bangkok, ชั้น 3, 27 ถนนทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
7. Rockmen 69men
Rockmen 69men ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดขวัญใจคนรักเส้นในย่านสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้สืบทอดจิตวิญญาณราเมงคราฟต์มาจากย่านโคเอนจิ กรุงโตเกียว โดยมีเชฟชาวญี่ปุ่นคอยควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ภายในร้านให้บรรยากาศเรียบง่าย เป็นกันเอง และแฝงความเท่ มีที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ชั้นล่างที่เปิดโอกาสให้ได้ยินเสียงน้ำเดือดและชมลีลาการสะบัดลวกเส้นของเชฟแบบติดขอบเตา หรือจะเลือกนั่งมุมสบายๆ ที่ชั้นบนก็ได้ จุดเด่นที่สร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นตำนานคิวยาวคือคอนเซปต์ดั้งเดิมที่พิถีพิถันเสิร์ฟจำนวนจำกัดเพียงวันละ 69 ชาม เพื่อรักษามาตรฐานรสชาติและความสดใหม่ในทุกชามให้สมบูรณ์แบบที่สุด
ไฮไลต์ของที่นี่อยู่ที่เส้นราเมงทำเองเหนียวนุ่มและน้ำซุปที่เคี่ยวนานกว่าแปดชั่วโมงจนได้รสชาติกลมกล่อมลุ่มลึก ชามซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือโชยุราเมงที่ใช้ซอสถั่วเหลืองนำเข้าจากญี่ปุ่นผสมผสานซุปไก่และหมูได้อย่างนุ่มนวล ชิโอะราเมงซุปเกลือสีทองใสซดคล่องคอ และนิโบชิราเมงซุปปลาแห้งที่หอมกลิ่นทะเลเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีสึเคเม็งเส้นหนึบจุ่มซุปเข้มข้น ตัวเลือกแบบเผ็ด รวมถึงเมนูพิเศษประจำฤดูกาลที่สลับสับเปลี่ยนมาสร้างความตื่นเต้น ทุกชามจัดเต็มด้วยหมูชาชูนุ่มละลายในปาก ไข่ต้มซีอิ๊วยางมะตูม และหน่อไม้ญี่ปุ่น สำหรับงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 350-600 บาทต่อคน แนะนำให้เผื่อเวลาแวะมาลงชื่อรอคิวเพื่อสัมผัสรสชาติราเมงระดับพรีเมียมที่คุ้มค่ากับการรอคอย
Rockmen 69men
- เวลาทำการ
จ.-ศ.12:00 p.m.-3:00 p.m. และ 6:00 p.m.-12:00 a.m.
ส.-อา.12:00 p.m.-12:00 a.m.
- ที่อยู่
44/11 ซอยเอกมัย ถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
8. FukuFuku
FukuFuku ตั้งอยู่แถวพร้อมพงษ์ เดินเท้าจากบีทีเอสเข้ามาเพียงสี่นาทีเท่านั้น ถือเป็นแหล่งแฮงเอาต์ยอดนิยมของคนทำงานในย่านสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้เป็นอิซากายะที่ปรับโฉมใหม่ให้กลายเป็นสวรรค์ของคนรักอาหารทะเลสด บรรยากาศด้านในกว้างขวาง โปร่งสบายตา แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวและอบอวลไปด้วยความคึกคักแบบร้านกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ มีโซนที่นั่งให้เลือกตอบโจทย์ตั้งแต่การแวะมานั่งชิลจิบคู่กับกับแกล้มคนเดียว ไปจนถึงการล้อมวงปาร์ตี้หลังเลิกงานหรือคุยธุรกิจ จุดเด่นอยู่ที่การบริการอบอุ่นใส่ใจแบบโอโมเตะนาชิ และการคัดสรรวัตถุดิบปลาตามฤดูกาลที่สดใหม่จนทำให้ชื่อร้านที่แปลว่าความสุขทวีคูณนั้นสะท้อนออกมาในทุกมื้อจริงๆ
เรื่องอาหารบอกได้คำเดียวว่าครบเครื่อง จานซิกเนเจอร์ที่ทุกโต๊ะต้องสั่งคือเซตซาชิมิรวมที่เชฟใช้เทคนิคการแล่ปลาอย่างประณีต ดึงความหวานฉ่ำตามธรรมชาติออกมาได้เต็มคำ โดยเฉพาะส่วนท้องและเนื้อปลาพรีเมียมหายาก ต่อด้วยนิกิริซูชิที่ปั้นข้าวอุณหภูมิกำลังดีเข้ากับปลาสดได้อย่างไร้ที่ติ นอกจากนี้ยังมีเมนูกินดื่มแบบดั้งเดิมให้เลือกเพียบ ทั้งยากิโทริย่างเตาถ่านเนื้อนุ่มฉ่ำ ของทอดกรอบไม่อมน้ำมัน และกับแกล้มจานร้อนหอมกรุ่น สำหรับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับเครื่องดื่มและเกรดของปลาที่เลือกจัด ถือเป็นพิกัดที่ตอบโจทย์ความอร่อยสดคุ้มค่าในบรรยากาศสบายๆ อย่างแท้จริง
FukuFuku
- เวลาทำการ
จ.-พฤ.11:30 a.m.-2:00 p.m., 5:30 p.m.-10:30 p.m.
ศ.11:30 a.m.-2:00 p.m., 4:00 p.m.-1:00 a.m.
ส.-อา.และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11:30 a.m.-1:00 a.m.
- ที่อยู่
UBC2 591 ตึก ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
9. Tempura NAGAOKA Phrom Phong
Tempura NAGAOKA Phrom Phong ปักหลักความอร่อยอยู่ในย่านพร้อมพงษ์ หนึ่งในทำเลสุดฮิตของโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นเฉพาะทางแห่งนี้ยกเอาศาสตร์แห่งการทอดเทมปุระชั้นครูส่งตรงมาจากสาขาหลักในจังหวัดฟุกุโอกะ บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบหรู อบอุ่น และเป็นกันเอง ชูจุดเด่นด้วยเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่เปิดให้เห็นทุกขั้นตอนการปรุงแบบติดขอบเตา โดยมีเชฟชาวญี่ปุ่นผู้ผ่านการฝึกฝนฝีมือมาจากฟุกุโอกะคอยยืนทอดเทมปุระทีละชิ้นตามจังหวะการกินของลูกค้า เสิร์ฟร้อนๆ ลงบนจานตรงหน้าทันที แป้งด้านนอกบางกรอบสีเหลืองทอง ไม่อมน้ำมัน กลิ่นหอมฟุ้งชวนน้ำลายสอ ทั้งยังมีสาขาฝาแฝดในย่านเอกมัยที่ใช้มาตรฐานและเมนูเดียวกันเป๊ะ
ลิสต์ของอร่อยมีให้เลือกฟินสองรูปแบบ ทั้งสั่งเดี่ยวทีละชิ้นตามใจชอบแบบอะลาคาร์ต หรือจะเลือกสัมผัสความคุ้มค่าผ่านคอร์สโอมากาเสะเทมปุระยอดนิยม จานซิกเนเจอร์ที่ต้องลองมีตั้งแต่กุ้งลายเสือทอดเนื้อหวานเด้ง ปลาตามฤดูกาลเนื้อนุ่มฉ่ำ ไปจนถึงผักสดคัดพิเศษ และอีกหนึ่งไฮไลต์ตัวเด็ดที่ขาดไม่ได้คือ ข้าวอบหม้อดินญี่ปุ่นคามาเมชิ ที่หุงใหม่ร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมอบอวล เลือกท็อปปิ้งได้ทั้งเนื้อวากิว ปู หรืออูนิ ยิ่งถ้าจับคู่กับเลมอนซาวเวอร์ สาเก หรือไวน์ยิ่งชูรสชาติให้อร่อยขึ้นไปอีกขั้น สำหรับงบประมาณเฉลี่ยหากทานเป็นคอร์สโอมากาเสะจะอยู่ที่ 1,300-2,800 บาทต่อคน ส่วนถ้าเลือกสั่งอะลาคาร์ตจะตกราวๆ 800-1,500 บาทต่อคน มอบประสบการณ์มื้อเทมปุระสดใหม่ที่คุ้มค่าและน่าประทับใจ
Tempura NAGAOKA Phrom Phong
- เวลาทำการ
11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:00 p.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
111 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/tempura-nagaoka-phromphong/
10. Hiroshima Pizza Okonomiyaki
Hiroshima Pizza Okonomiyaki ปักหลักอยู่ในย่านพร้อมพงษ์-ทองหล่อ หนึ่งในโลเคชันยอดฮิตของโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นเฉพาะทางแห่งนี้จำลองบรรยากาศร้านโลคอลจากฮิโรชิมะมาไว้แบบแนบเนียน ภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นมิตร และผ่อนคลาย เหมาะทั้งการพาครอบครัวมาล้อมวงกินของอร่อย หรือชวนเพื่อนมานั่งชิลรอบเตาเทปปันขนาดใหญ่ มีที่นั่งให้เลือกทั้งแบบโต๊ะมาตรฐาน สไตล์เสื่อทาทามิ และที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ จุดเด่นคือการได้ชมเชฟปรุงอาหารบนกระทะเหล็กร้อนๆ แบบใกล้ชิด ได้ยินเสียงฉู่ฉ่าพร้อมกลิ่นซอสผัดกระทะโชยเตะจมูก ชวนให้อยากอาหารตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป
ความพิเศษของที่นี่คือโอโคโนมิยากิตำรับฮิโรชิมะแท้ๆ ที่เรียงวัตถุดิบซ้อนกันเป็นชั้น เริ่มจากแป้งเครปบางกรอบ กะหล่ำปลีซอยหวานฉ่ำ ถั่วงอก หมูสามชั้น ไข่ดาว และเส้นโซบะหรืออุด้งเหนียวนุ่ม ราดซอสสูตรพิเศษรสเข้มข้นกลมกล่อม นอกจากพิซซ่าญี่ปุ่นชามโตแล้ว ยังมีสเต็กเนื้อวัวพรีเมียม ซีฟู้ดย่างเนยกระทะเหล็ก และเมนูกับแกล้มจานร้อนที่คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ประจำวัน สำหรับราคาเฉลี่ยต่อมื้อจะอยู่ที่ประมาณ 350-750 บาทต่อคน ได้ทั้งความอิ่มท้องและความสนุกจากการชมศิลปะหน้าเตาไปพร้อมกัน
Hiroshima Pizza Okonomiyaki
- เวลาทำการ
จ.-ศ.4:00 p.m.-12:00 a.m.
ส.-อา.11:00 a.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
12/14 ซอยพร้อมพุก แขวงวัฒนา เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
11. Japanese Kitchen Ant'z
Japanese Kitchen Ant’z ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 14 ย่านสุดคึกคักใจกลางโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวอิซากายะแห่งนี้ได้รับการออกแบบตกแต่งโดยดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น เน้นงานไม้สไตล์มินิมอลที่ให้กลิ่นอายความอบอุ่น ละมุนตา เหมือนแวะไปนั่งทานมื้อค่ำในร้านโปรดที่โตเกียว โซนที่นั่งมีให้เลือกครบทั้งเคาน์เตอร์บาร์สำหรับคนที่ชอบนั่งดูเชฟปรุงอาหารสดๆ ตรงหน้า โต๊ะนั่งสบายสำหรับกลุ่มเพื่อน และห้องส่วนตัวสำหรับจัดเลี้ยงคุยงานหรือออกเดต บรรยากาศผ่อนคลายและเปิดยาวไปจนถึงตีสอง จึงกลายเป็นพิกัดนั่งชิลยามค่ำคืนของเหล่าคนทำงานที่อยากปลดปล่อยความเหนื่อยล้าหลังเลิกงานอย่างแท้จริง
เมนูอาหารเน้นแนวคอมฟอร์ตฟู้ดรสชาติกลมกล่อมที่ทำอย่างประณีต จานซิกเนเจอร์ที่หลายคนติดใจคือ ข้าวอบหม้อดินปลาแซลมอนโรยไข่ปลาแซลมอนเม็ดโต หอมกรุ่นทุกคำที่ตัก และปีกไก่ยัดไส้เกี๊ยวซ่าทอดกรอบนอกนุ่มฉ่ำด้านใน นอกจากนี้ยังมีเซ็ตซาชิมิปลาสดแล่ชิ้นหนา ซูชิปั้นสดคำโต สเต๊กเนื้อวากิวพรีเมียมย่างหอมเตาถ่าน ไปจนถึงราเมงร้อนๆ ไว้ซดปิดท้ายมื้อ สำหรับงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 500-1,200 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับเมนูกับแกล้มและเครื่องดื่มที่เลือกสั่ง ถือเป็นร้านคุณภาพเยี่ยมที่ให้ความรู้สึกคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อกระเป๋ามาก
Japanese Kitchen Ant'z
- เวลาทำการ
5:00 p.m.-2:00 a.m.
- ที่อยู่
416/4 ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
12. Yakiniku Suzuki Beef BKK
Yakiniku Suzuki Beef BKK ตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิท ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายระดับพรีเมียมที่คนรักเนื้อตัวจริงในโซนสุขุมวิทตอนกลางไม่ควรพลาด ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์วากิวสเต๊กเฮาส์แห่งนี้เน้นความสงบ เรียบหรู และแฝงความประณีตในทุกตารางนิ้ว บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง เหมาะกับทั้งการมานั่งทานดินเนอร์แบบเงียบสงบ นัดคุยงานธุรกิจ หรือจัดเลี้ยงฉลองวันสำคัญ โดยมีห้องส่วนตัวขนาดห้าถึงสิบที่นั่งคอยรองรับ จุดเด่นของร้านคือการรังสรรค์เมนูจากเชฟชาวญี่ปุ่นผู้ผ่านประสบการณ์ฝึกฝนฝีมือระดับสากลทั้งในญี่ปุ่น นิวยอร์ก และฝรั่งเศส ผสมผสานเทคนิคการปรุงเนื้อแบบตะวันตกเข้ากับความละเอียดอ่อนแบบญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว
ไฮไลต์เด็ดที่สร้างชื่อเสียงให้ที่นี่คือการเลือกใช้เนื้อโอมิ วากิวระดับตำนานที่มีลายไขมันแทรกละเอียดนุ่มละลายในปาก จานซิกเนเจอร์ที่ไม่สั่งไม่ได้คือสเต๊กเนื้อโอมิย่างด้วยความร้อนที่แม่นยำจนได้ผิวด้านนอกเกรียมหอมแต่เนื้อข้างในยังฉ่ำหวาน เสริมทัพด้วยคอร์สโอมากาเสะเนื้อสุดหรูที่เรียงร้อยรสสัมผัสมาอย่างประณีต สำหรับใครที่ไม่ทานเนื้อวัว ทางร้านก็มีเมนูทางเลือกอื่นจัดเตรียมไว้อย่างครบถ้วน รวมถึงเซตมื้อกลางวันที่เข้าถึงง่าย สำหรับงบประมาณเฉลี่ยช่วงมื้อกลางวันจะตกอยู่ที่ราวๆ 600-1,200 บาท ส่วนมื้อค่ำหรือคอร์สเนื้อพรีเมียมจะอยู่ที่ประมาณ 2,500-4,500 บาทต่อคน มอบประสบการณ์สเต๊กเนื้อวากิวที่น่าประทับใจตั้งแต่คำแรกจนถึงคำสุดท้าย
Yakiniku Suzuki Beef BKK
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:00 p.m.-10:30 p.m.
- ที่อยู่
682/5 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
13. Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya
Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 20 รอยต่อระหว่างย่านอโศกกับพร้อมพงษ์ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นเข้าสู่โซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวอิซากายะแห่งนี้จัดเต็มกลิ่นอายความอร่อยส่งตรงมาจากเกาะฮอกไกโด พื้นที่ภายในร้านกว้างขวาง โปร่งสบาย ออกแบบให้รองรับผู้ใช้รถเข็นได้อย่างสะดวก พร้อมลานจอดรถในตัว มีโซนที่นั่งหลากหลายตั้งแต่เคาน์เตอร์บาร์สำหรับชมเชฟแล่ปลาสดๆ ไปจนถึงห้องส่วนตัวหลายขนาดที่จุคนได้สูงสุดถึงหนึ่งร้อยที่นั่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดเลี้ยง เลี้ยงส่ง หรือนัดสังสรรค์แก๊งใหญ่ จุดเด่นที่มัดใจสายปาร์ตี้คือความใจดีที่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเองได้แบบฟรีค่าเปิดขวด ควบคู่กับการบริการที่อบอุ่นและเป็นมิตร
วัตถุดิบอาหารทะเลเกือบทั้งหมดบินตรงมาจากฮอกไกโด เมนูซิกเนเจอร์ที่มาถึงแล้วต้องสั่งคือเซ็ตซาชิมิรวมปลาสดเนื้อหวานฉ่ำ ซูชิหน้าไข่หอยเม่นและไข่ปลาแซลมอนเม็ดโตล้นคำ และเมนูท้องถิ่นยอดฮิตที่หาทานยากอย่าง ปิ้งย่างเจงกิสข่าน เนื้อแกะย่างบนกระทะทรงหมวกคว่ำคลุกเคล้าน้ำจิ้มรสเด็ด นอกจากนี้ยังมีบุฟเฟต์ซูชิไม่อั้นสำหรับสายกินจุ และของกินเล่นสไตล์อิซากายะแท้ๆ ให้เลือกแกล้มอีกเพียบ สำหรับงบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ที่ราวๆ 500-1,200 บาท ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดคุ้มค่าที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้บินไปกินดื่มอยู่ที่ฮอกไกโดจริงๆ
Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 3:00 p.m.-11:00 p.m.
ส.-อา.11:00 a.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
30 ซ. สุขุมวิท 20 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/hokkaido-sushi-izakaya-ezoya/
14. Temagokoro
Temagokoro ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ย่านพร้อมพงษ์ เดินเท้าจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพียงราวๆ สิบนาที เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสุดอบอุ่นในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิสที่ดูเรียบง่าย สะอาดตา และโปร่งสบาย จัดวางที่นั่งได้ลงตัวทั้งเคาน์เตอร์บาร์ โต๊ะมาตรฐาน และมุมที่นั่งพื้นเสื่อทาทามิ บรรยากาศเป็นกันเองเหมือนแวะมาทานข้าวบ้านเพื่อน จุดเด่นของร้านคือการยึดหัวใจแบบแฮนด์เมด ปรุงทุกจานด้วยความใส่ใจและประณีตตามความหมายของชื่อร้าน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้สนุกกับการสร้างสรรค์มื้ออาหารด้วยตัวเอง
จานเด่นขวัญใจทุกคนหนีไม่พ้น Temaki Set ทั้งเซต A และเซต C ที่ให้เพลิดเพลินกับการห่อเทมากิซูชิสดๆ คำต่อคำ จัดวางวัตถุดิบอาหารทะเลเกรดพรีเมียม ข้าวซูชิ และสาหร่ายกรอบแผ่นโตมาให้เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ตามใจชอบ อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่ฮิตสุดๆ โดยเฉพาะในหมู่สาวๆ คือ Udon Half & Half ที่เสิร์ฟเส้นอูด้งเหนียวนุ่มในชามเดียวแบบแบ่งครึ่งระหว่างซอสครีมเมนไทโกะรสเค็มมันนัวกับซอสครีมอูนิหอมละมุนเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีทั้งเมนูญี่ปุ่นดั้งเดิมและจานโฮมเมดสูตรเฉพาะของร้านให้สั่งเพิ่มได้อีกเพียบ สำหรับงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 450-900 บาทต่อคน ได้ทั้งความอร่อย ความคุ้มค่า และความสนุกในการกินไปพร้อมกัน
Temagokoro
- เวลาทำการ
11:30 a.m.-11:30 p.m.
- ที่อยู่
สุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
15. Okinawa Restaurant ChimChim
Okinawa Restaurant ChimChim ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 65 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าเอกมัย นับเป็นพิกัดลับบรรยากาศสงบใจกลางโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นเฉพาะทางแห่งนี้ยกเอาวัฒนธรรมการกินดื่มพื้นบ้านของหมู่เกาะริวกิวหรือโอกินาว่ามาให้สัมผัสกันแบบถึงแก่น ตัวร้านให้ฟีลอบอุ่น เรียบง่าย และสบายตาเหมือนกำลังแวะไปกินข้าวบ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่น มีที่นั่งให้เลือกทั้งโต๊ะตัวยาวและเคาน์เตอร์บาร์สำหรับนั่งชิล จุดเด่นของที่นี่คือเสน่ห์รสมือแม่ชาวโอกินาว่าแท้ๆ ที่คอยปรุงอาหารโฮมเมดทุกจานอย่างตั้งใจ ทั้งน้ำซุปและซอสต่างๆ ทำขึ้นเองทั้งหมด ให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากอาหารญี่ปุ่นทั่วไปอย่างชัดเจน
จานเด็ดชูโรงประจำร้านคือชาบูชาบูหมูดำคุโรบุตะนำเข้าจากญี่ปุ่น สไลด์บางกำลังดี จุ่มลงในหม้อแล้วจิ้มน้ำจิ้มที่ปรุงจากน้ำซุปดาชิสูตรพิเศษ ช่วยชูความหวานฉ่ำนุ่มละมุนของเนื้อหมูออกมาได้แบบเต็มปากเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีเมนูท้องถิ่นยอดนิยมอย่างโอกินาว่าโซบะเส้นหนึบน้ำซุปกลมกล่อม เต้าหู้ถั่วลิสงจีมามิเนื้อเด้งหนุบหนับราดซอสโฮมเมด และข้าวย่างคลุกเคล้าเนื้อหมูปรุงรสสไตล์โอกินาว่า ยิ่งถ้าได้จิบคู่กับเหล้ากลั่นพื้นเมืองอาวาโมริยิ่งเข้ากัน สำหรับงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 500-1,200 บาทต่อคน เหมาะมากสำหรับคนที่มองหารสชาติแปลกใหม่ในบรรยากาศผ่อนคลาย
Okinawa Restaurant ChimChim
- เวลาทำการ
12:00 p.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
71 ซ. สุขุมวิท 65 PhrakanongNuea Sub-district, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
16. Yakiniku Oniku to Gohan Thonglor
Yakiniku Oniku to Gohan Thonglor ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 53 ใกล้บีทีเอสทองหล่อ เดินทางง่ายและมีที่จอดรถสะดวกสบาย นับเป็นพิกัดปิ้งย่างที่สายเนื้อตัวจริงในโซนสุขุมวิทตอนกลางไม่ควรพลาด ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ตกแต่งสไตล์เจแปนนิสร่วมสมัยที่โปร่งโล่ง อบอุ่น และเป็นกันเอง ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งล้อมเตาถ่านชิจิรินอยู่ในร้านยากินิกุท้องถิ่นที่ญี่ปุ่น จุดเด่นที่สร้างความประทับใจคือคอนเซปต์ตามชื่อร้านที่ให้ความสำคัญกับเนื้อและข้าวสวยแบบคู่ขนาน โดยทางร้านใช้ข้าวสายพันธุ์ดีส่งตรงจากฟุกุโอกะ นำมาหุงใหม่ร้อนๆ เสิร์ฟในถังไม้เก็บความหอม ข้าวเม็ดเงาสวย นุ่มหนึบ เคี้ยวเพลิน ยิ่งได้พนักงานคอยช่วยดูแลเรื่องการย่างเนื้อให้ถึงระดับความสุกกำลังดี ยิ่งทำให้มื้อนี้ฟินขึ้นไปอีกขั้น
สำหรับไลน์เนื้อวัวบอกเลยว่าคัดมาเน้นๆ ทั้งวากิวขนดำญี่ปุ่นระดับพรีเมียมและเนื้อคัทพิเศษราคาจับต้องได้ จานซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดสั่งคือ Wagyu Ichibo Steak เนื้อส่วนสะโพกบนลายไขมันสวย และ Wagyu Jo Rosu เนื้อสันคอเกรดเยี่ยมที่ย่างบนเตาถ่านแล้วนุ่มแทบละลายในปาก ทานคู่กับซอสโชยุหวานกลมกล่อมสูตรคิวชู ช่วยชูรสชาติเนื้อและขับความหวานของข้าวได้ลงตัวสุดๆ นอกจากนี้ยังมีเนื้อคารูบิรสเข้มข้น กิวฮารามิเนื้อนุ่มฉ่ำ ลิ้นหมูสไลซ์บางโรยต้นหอมพูนๆ ตลอดจนเมนูหมู ไก่ และซีฟู้ดให้เลือกเพลิดเพลิน หากทานข้าวไม่หมดทางร้านยังมีบริการปั้นเป็นโอนิกิริให้พกกลับบ้านได้ฟรี พร้อมปิดท้ายมื้อด้วยชาข้าวญี่ปุ่นหอมๆ และโมจิย่างหวานละมุน สำหรับงบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ที่ราวๆ 700-1,500 บาท คุ้มค่าทั้งคุณภาพเนื้อ รสสัมผัสของข้าว และการบริการอย่างน่าประทับใจ
Yakiniku Oniku to Gohan Thonglor
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30 a.m.-3:00 p.m. และ 5:00 p.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
No.88 Room.1, B3 ซ. สุขุมวิท 53 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
17. NABEJIRO ShabuSuki Buffet
NABEJIRO ShabuSuki Buffet ปักหลักอยู่ในซอยสุขุมวิท 33 ย่านพร้อมพงษ์ เป็นอีกหนึ่งพิกัดบุฟเฟต์สุดคุ้มค่าที่สายชาบูกำลังพูดถึงกันหนาหูในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ยกระดับการทานชาบูชาบูและสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่นให้พรีเมียมขึ้นกว่าเดิม บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ตกแต่งสวยงาม โปร่งโล่ง มีที่นั่งแบบเบาะโซฟานุ่มสบาย นั่งทานมื้อยาวๆ ได้แบบไม่อึดอัด เหมาะมากสำหรับทั้งแก๊งเพื่อนที่นัดรวมตัวกันหลังเลิกงาน กลุ่มครอบครัว หรือใครที่อยากแวะมาฝากท้องแบบจัดเต็ม จุดเด่นอยู่ที่การเปิดให้บริการยาวยันเที่ยงคืน พร้อมหม้อสองช่องที่สามารถเพลิดเพลินกับซุปชาบูชาบูและซุปสุกี้ยากี้สไตล์คันไซรสหวานเค็มกลมกล่อมได้พร้อมกันในคราวเดียว
ไลน์อาหารของที่นี่จัดมาแบบไม่หวงของ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์คุณภาพสูงที่มีให้เลือกสั่งแบบไม่อั้น จานเด่นซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องสั่งซ้ำคือเนื้อคารูบิแองกัสลายไขมันสวย ลิ้นวัวสไลซ์บางกรุบเด้ง หมูคุโรบูตะเนื้อนุ่มฉ่ำ และสึคุเนะไก่บดทรงเครื่องสูตรพิเศษ อีกหนึ่งไฮไลต์คือบาร์บริการตัวเองที่มีทั้งผักสดกรอบนานาชนิด กับแกล้มและเครื่องเคียงญี่ปุ่นตามฤดูกาลที่เชฟคัดสรรมาให้หยิบได้ไม่อั้น ทานคู่กับน้ำจิ้มงาและพอนสึสูตรโฮมเมด ก่อนจะปิดท้ายด้วยซอฟต์ครีมและไอศกรีมหลากรส สำหรับราคาแพ็กเกจบุฟเฟต์มีให้เลือกตามเกรดเนื้อ เริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 499 บาท ไปจนถึงเซตเนื้อพรีเมียมราวๆ 800-1,200 บาทต่อคน นับเป็นร้านที่ทั้งอิ่มแน่น คุณภาพดี และให้ความรู้สึกคุ้มค่าเกินราคาอย่างแท้จริง
NABEJIRO ShabuSuki Buffet
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30 a.m.-12:00 a.m.
- ที่อยู่
No. 27/1, Room No. A1, ซ. สุขุมวิท 33 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
18. 298 Nikuya Yakiniku
298 Nikuya Yakiniku ปักหมุดเสิร์ฟความฟินอยู่ในย่านทองหล่อ ทำเลสุดฮิตของสายกินดื่มในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวปิ้งย่างเตาถ่านแห่งนี้มาพร้อมบรรยากาศสุดเท่ ทันสมัย และให้ความรู้สึกเป็นกันเอง เหมาะกับการแวะมานั่งล้อมเตาย่างเนื้อสังสรรค์กับก๊วนเพื่อนหลังเลิกงาน หรือพาครอบครัวมาดื่มด่ำมื้อค่ำในวันสบายๆ จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือการมีฟาร์มวัวเป็นของตัวเองในจังหวัดโทคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพเนื้อวากิวได้ตั้งแต่ต้นทาง นำเข้าเนื้อเกรดพรีเมียมลายหินอ่อนสวยงามมาให้ลิ้มลองกันแบบสดใหม่และคุ้มค่าที่สุด
ไลน์เนื้อย่างของที่นี่คัดสรรมาเฉพาะส่วนยอดนิยมที่สายเนื้อเห็นแล้วต้องตาลุกวาว จานซิกเนเจอร์ที่ขอแนะนำเลยคือ Kiwami Short Rib และ Kiwami Loin เนื้อส่วนพิเศษที่ย่างบนตะแกรงเตาถ่านร้อนๆ พอสุกฉ่ำ กลิ่นหอมฟุ้ง เนื้อนุ่มละลายแทบไม่ต้องเคี้ยว ตามด้วยลิ้นวัวสไลซ์พอดีคำ Misuji เนื้อใบพายที่มีความกรุบแทรกมัน และเนื้อส่วนฮารามิสุดเข้มข้น กินตัดเลี่ยนด้วยข้าวยำ ข้าวปั้นย่าง หรือซุปหางวัวเคี่ยวจนหวานกลมกล่อม สำหรับงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับระดับพรีเมียมของเนื้อที่เลือกจัด ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดยากินิกุรสชาติต้นตำรับที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
298 Nikuya Yakiniku
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30 a.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
2/34 ซ สุขุมวิท 41 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
19. Sasaya Sukhumvit
Sasaya Sukhumvit ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ย่านพร้อมพงษ์ เป็นอีกหนึ่งพิกัดลับระดับพรีเมียมในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ตกแต่งด้านนอกและด้านในด้วยไม้ไผ่ โคลน และวัสดุธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่โรงเตี๊ยมญี่ปุ่นโบราณที่เงียบสงบ หลีกหนีจากความวุ่นวายของถนนใหญ่ได้อย่างสิ้นเชิง จุดเด่นที่มัดใจทั้งคนไทยและชาวญี่ปุ่นคือการออกแบบพื้นที่ให้เป็นห้องส่วนตัวแบบปิดทั้งหมด แต่ละห้องตกแต่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวขั้นสุด เหมาะมากสำหรับการนัดคุยธุรกิจ นัดเดตสำคัญ หรือพาครอบครัวมานั่งล้อมวงทานมื้อค่ำในบรรยากาศผ่อนคลายและประณีต
เสน่ห์ของอาหารที่นี่เน้นสไตล์วาโชกุแบบดั้งเดิมผสานความสร้างสรรค์ จัดจานออกมาได้สวยงามประณีตราวกับงานศิลปะ จานเด่นซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องสั่งคือ ข้าวอบหม้อดินไทเมชิที่หุงด้วยเนื้อปลากระพงแดงสดส่งกลิ่นหอมกรุ่นทั่วทั้งหม้อ ปลาย่างเตาถ่านที่ย่างจนหนังกรอบเนื้อในฉ่ำหวาน ซาชิมิรวมปลาสดตามฤดูกาลแล่ชิ้นโต ไปจนถึงเมนูต้มตุ๋นและกับแกล้มตามฤดูกาลที่มีให้เลือกทั้งแบบอะลาคาร์ตและคอร์สรวมมิตรสุดคุ้ม สำหรับงบประมาณเฉลี่ยต่อมื้อจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,200-2,500 บาทต่อคน แลกกับวัตถุดิบคุณภาพสูง รสชาติต้นตำรับแท้ และพื้นที่ส่วนตัวที่หาได้ยากในย่านใจกลางเมือง
Sasaya Sukhumvit
- เวลาทำการ
จ.-ศ.11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 6:00 p.m-11:00 p.m.
ส.11:30 a.m.-2:30 p.m. และ 5:30 p.m.-10:30 p.m.
อา.11:30 a.m.-2:30 p.m. และ 5:30 p.m.-9:30 p.m.
- ที่อยู่
165 ซอยพร้อมมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
20. Sushi Shishichi
Sushi Shishichi ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เดินเท้าจากบีทีเอสพร้อมพงษ์เพียงราวๆ สิบนาที เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสุดประทับใจในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ตกแต่งในสไตล์ร่วมสมัยที่เรียบหรูและเงียบสงบ มอบบรรยากาศสบายๆ ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว มีที่นั่งให้เลือกทั้งมุมโต๊ะแยกสำหรับครอบครัวและที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่สามารถมองเห็นเชฟชาวญี่ปุ่นยืนปั้นซูชิสดๆ ทีละคำอย่างใกล้ชิด จุดเด่นคือการนำเสนอประสบการณ์ซูชิคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ง่าย เปิดโอกาสให้สั่งทานเป็นคำตามใจชอบในราคาเริ่มต้นเพียงคำละ 80 บาทเท่านั้น
ความพิเศษของที่นี่อยู่ที่การใช้ข้าวซูชิผสมน้ำส้มสายชูแดงหรืออากาสุ ช่วยดึงรสหวานตามธรรมชาติของปลาสดให้อร่อยเด่นชัดยิ่งขึ้น จานซิกเนเจอร์ที่ควรลิ้มลองยกให้ซูชิปลาสดตามฤดูกาลอย่างปลามาได ปลาอิวาชิ และปลาเมจินะ รวมไปถึงซูชิลนไฟอย่างชูโทโร่อาบูริและหอยโฮตาเตะย่างไฟหอมละมุน เสริมทัพด้วยเมนูเคียงสูตรเด็ดอย่างเต้าหู้โฮมเมดเนื้อหนึบ สลัดฟองเต้าหู้ และเนื้อทาทากิ พร้อมเครื่องดื่มผลไม้สดคั้นแก้วต่อแก้ว สำหรับงบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาท สามารถแวะมาอิ่มอร่อยได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ถือเป็นพิกัดซูชิต้นตำรับที่คุ้มค่าเกินราคาอย่างแท้จริง
Sushi Shishichi
- เวลาทำการ
อ.-ศ.11:30 a.m.-2:00 p.m.,5:30 p.m.-11:00 p.m.
ส.11:30 a.m.-2:00 p.m.,5:30 p.m.-10:30 p.m.
อา.11:30 a.m.-2:00 p.m.,5:30 p.m.-9:30 p.m.
- ที่อยู่
36 3 ถนน สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
21. Tsuru Udon Thonglor
Tsuru Udon Thonglor ตั้งอยู่ต้นซอยทองหล่อ ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า เป็นจุดแวะพักเติมพลังยอดฮิตในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นเฉพาะทางร้านนี้คุมโทนบรรยากาศได้อบอุ่น ละมุนตา ด้วยการตกแต่งสไตล์มินิมอลเจแปนนิส ผสมผสานงานไม้โทนสว่างที่ให้ความรู้สึกสบายใจและเป็นมิตร มีโต๊ะนั่งจัดวางเป็นสัดส่วนกำลังดี เหมาะกับทั้งคนที่อยากแวะมาซดเส้นชามโตคนเดียวเร็วๆ มื้อเที่ยงกับกลุ่มเพื่อนร่วมงาน หรือพาครอบครัวมาพร้อมหน้า เพราะทางร้านเตรียมอุปกรณ์ทานอาหารและเก้าอี้เด็กไว้รองรับอย่างใส่ใจ จุดเด่นที่มัดใจสายเส้นอย่างเหนียวแน่นคือการนวดแป้งทำเส้นสดใหม่ทุกวันแบบชามต่อชาม ปรุงสดร้อนๆ ตามออเดอร์โดยไม่ลวกเส้นทิ้งไว้ ทำให้ได้สัมผัสของเส้นอุด้งที่ทั้งเหนียวนุ่ม ดึ๋งสู้ฟัน เคี้ยวเพลินในทุกคำ
เมนูของที่นี่มีให้เลือกละลานตาตั้งแต่แบบดั้งเดิมไปจนถึงฟิวชันสุดครีเอท จานซิกเนเจอร์ที่ทุกคนยกนิ้วให้คือ Mentai Cream Udon อุด้งร้อนในซอสครีมเมนไทโกะเข้มข้นนัวเนียน หรือจะอัปเกรดความพรีเมียมด้วยการเพิ่มไข่ปลาแซลมอนล้นๆ ก็ฟินไม่แพ้กัน ใครชอบความสดชื่นต้องลอง Hiyashi Oroshi อุด้งเย็นเส้นหนึบจุ่มซอสซึยุหอมปลาแห้ง เสิร์ฟเคียงคู่เทมปุระทอดกรอบไม่อมน้ำมัน ส่วนสายชอบความจัดจ้านขอแนะนำ Kamatama Mentaiko Butter คลุกไข่ดิบญี่ปุ่นเนยหอมๆ หรือจะจัดเป็นหม้อไฟร้อนๆ สไตล์คันไซก็มีให้ลิ้มลองแบบจุใจ สำหรับงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาทต่อคน เทียบกับปริมาณชามใหญ่ยักษ์และคุณภาพเส้นสดระดับนี้ บอกเลยว่าคุ้มค่าและอยากกลับมากินซ้ำเรื่อยๆ
Tsuru Udon Thonglor
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-9:00 p.m.
- ที่อยู่
64 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
22. SHO Japanese Restaurant
SHO Japanese Restaurant ตั้งอยู่ในโครงการ VIBES Ekkamai บนถนนเอกมัย นับเป็นอีกหนึ่งเพชรเม็ดงามในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมแห่งนี้ส่งตรงจิตวิญญาณความประณีตมาจากเมืองโอซาก้า ดูแลรสมือโดยเชฟเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นผู้เปี่ยมประสบการณ์ระดับมิชลินสตาร์ บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาอย่างเรียบหรู เงียบสงบ และแฝงความอบอุ่น ให้ความรู้สึกตัดขาดจากความพลุกพล่านของเมืองหลวง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนัดคุยธุรกิจสำคัญ ฉลองวันครบรอบ หรือดินเนอร์มื้อพิเศษที่ต้องการความเป็นส่วนตัว จุดเด่นอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศตามฤดูกาลจากตลาดปลาชั้นนำในญี่ปุ่น นำมารังสรรค์อย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนเพื่อขับเน้นรสชาติแท้จริงของวัตถุดิบออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด
สำหรับตัวเลือกความอร่อยมีให้สัมผัสทั้งคอร์สไคเซกิโอมากาเสะและเมนูอะลาคาร์ต จานซิกเนเจอร์ที่สร้างความประทับใจคือคอร์สไคเซกิที่จัดเรียงลำดับรสสัมผัสมาอย่างแยบยล ตั้งแต่เมนูเรียกน้ำย่อยตามฤดูกาล ซาชิมิปลาสดเนื้อหวานฉ่ำ นิกิริซูชิที่ปั้นด้วยน้ำหนักมือพอดีคำ ไปจนถึงเมนูต้มตุ๋นและเส้นญี่ปุ่นอย่างโซบะหรืออุด้งทำสดที่ซดน้ำซุปหอมกลมกล่อมปิดท้ายมื้ออย่างงดงาม ในส่วนของราคาเฉลี่ยต่อคน หากเลือกทานเป็นเมนูจานเดี่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 1,200-2,000 บาท ส่วนคอร์สไคเซกิโอมากาเสะสุดหรูจะเริ่มต้นที่ประมาณ 3,500-5,500 บาทขึ้นไป มอบประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นชั้นสูงที่ทั้งประณีตและน่าจดจำในทุกมิติ
SHO Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
อ.-อา. 11:00 AM –2:30 PM และ 5:00 PM–10:00 PM
ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
Eight Thonglor 88/1 55 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
23. Yakitori Ban Ban Ekkamai
Yakitori Ban Ban Ekkamai ตั้งอยู่ริมถนนเอกมัยในซอยสุขุมวิท 63 ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดกินดื่มยอดนิยมของสายท่องราตรีในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวอิซากายะแห่งนี้จำลองบรรยากาศร้านสังสรรค์สไตล์เมืองคานาซาว่ามาได้อย่างมีชีวิตชีวา ด้านในตกแต่งอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง มีที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์สำหรับคนที่แวะมาจิบเครื่องดื่มพร้อมกินของปิ้งย่างคนเดียวสบายๆ รวมถึงโต๊ะสำหรับกลุ่มเพื่อนที่อยากมารวมตัวเฮฮาหลังเลิกงาน จุดเด่นอยู่ที่การเปิดให้บริการยาวจนถึงตีสี่ พร้อมเตาย่างถ่านไม้จริงที่พนักงานคอยพลิกไม้ไก่ย่างอย่างใจเย็น ส่งกลิ่นควันถ่านหอมกรุ่นตลบอบอวล ยิ่งดึกบรรยากาศยิ่งคึกคักและสนุกสนาน
ลิสต์ของอร่อยเน้นเมนูไก่แบบครบทุกสัดส่วน จานซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องลองคือ โมโมะทาทากิ สะโพกไก่ลนไฟด้านนอกเกรียมหอมส่วนด้านในยังนุ่มฉ่ำหวาน ลิ้มรสควบคู่กับยากิโทริเสียบไม้ย่างถ่านหลากหลายส่วน ปีกไก่ทอดคลุกซอสเข้มข้น ไก่ทอดคาราอาเกะกรอบนอกนุ่มใน และไก่ทอดซอสนัมบังราดทาร์ทาร์เยิ้มๆ สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนรสชาติ ทางร้านยังมีซูชิ ซาชิมิสด ซาชิมิตับวัว ไปจนถึงนาเบะหม้อไฟร้อนๆ ให้ซดคล่องคอแกล้มเครื่องดื่มเย็นฉ่ำ สำหรับงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-800 บาทต่อคน นับเป็นร้านที่ราคาเป็นมิตร สบายกระเป๋า และตอบโจทย์มื้อดึกได้ตรงใจที่สุดร้านหนึ่ง
Yakitori Ban Ban Ekkamai
- เวลาทำการ
จ.-ส. 6:00 p.m.-4:00 a.m. และ อา. 6:00 p.m.-2:00 a.m.
- ที่อยู่
112, 7 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
24. Isshin Japanese Restaurant
Yakitori Ban Ban Ekkamai ตั้งอยู่ริมถนนเอกมัยในซอยสุขุมวิท 63 ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดกินดื่มยอดนิยมของสายท่องราตรีในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวอิซากายะแห่งนี้จำลองบรรยากาศร้านสังสรรค์สไตล์เมืองคานาซาว่ามาได้อย่างมีชีวิตชีวา ด้านในตกแต่งอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง มีที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์สำหรับคนที่แวะมาจิบเครื่องดื่มพร้อมกินของปิ้งย่างคนเดียวสบายๆ รวมถึงโต๊ะสำหรับกลุ่มเพื่อนที่อยากมารวมตัวเฮฮาหลังเลิกงาน จุดเด่นอยู่ที่การเปิดให้บริการยาวจนถึงตีสี่ พร้อมเตาย่างถ่านไม้จริงที่พนักงานคอยพลิกไม้ไก่ย่างอย่างใจเย็น ส่งกลิ่นควันถ่านหอมกรุ่นตลบอบอวล ยิ่งดึกบรรยากาศยิ่งคึกคักและสนุกสนาน
ลิสต์ของอร่อยเน้นเมนูไก่แบบครบทุกสัดส่วน จานซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องลองคือ โมโมะทาทากิ สะโพกไก่ลนไฟด้านนอกเกรียมหอมส่วนด้านในยังนุ่มฉ่ำหวาน ลิ้มรสควบคู่กับยากิโทริเสียบไม้ย่างถ่านหลากหลายส่วน ปีกไก่ทอดคลุกซอสเข้มข้น ไก่ทอดคาราอาเกะกรอบนอกนุ่มใน และไก่ทอดซอสนัมบังราดทาร์ทาร์เยิ้มๆ สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนรสชาติ ทางร้านยังมีซูชิ ซาชิมิสด ซาชิมิตับวัว ไปจนถึงนาเบะหม้อไฟร้อนๆ ให้ซดคล่องคอแกล้มเครื่องดื่มเย็นฉ่ำ สำหรับงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-800 บาทต่อคน นับเป็นร้านที่ราคาเป็นมิตร สบายกระเป๋า และตอบโจทย์มื้อดึกได้ตรงใจที่สุดร้านหนึ่ง
Isshin Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
11:30 a.m.-2:15 p.m. และ 5:30 p.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
16 ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/isshin-japanese-restaurant/
25. Besuke Beef tongue Restaurant
Besuke Beef tongue Restaurant ตั้งอยู่ในทำเลเดินทางสะดวกย่านทองหล่อ เดินเท้าจากบีทีเอสเพียงห้านาที และยังมีสาขาในย่านพร้อมพงษ์คอยรองรับ นับเป็นร้านเด็ดขวัญใจคนรักเนื้อในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นเฉพาะทางแห่งนี้ถือเป็นผู้บุกเบิกเมนูลิ้นวัวต้นตำรับเซนไดแบบจริงจัง บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายๆ และเป็นมิตร จะแวะมานั่งชิลคนเดียวที่เคาน์เตอร์บาร์ หรือชวนกลุ่มเพื่อนมาล้อมวงกินมื้อเย็นก็ไม่อึดอัด จุดเด่นน่าสนใจคือลูกค้ามากกว่าเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์เป็นสาวๆ เพราะชื่นชอบในความลีน ดีต่อสุขภาพ แคลอรีต่ำ และสัมผัสที่อร่อยแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ผ่านกรรมวิธีการบ่มเนื้อแบบพิเศษที่ทำให้ลิ้นวัวนุ่มเด้งไร้กลิ่นคาว
เมนูชูโรงเน้นชิ้นส่วนลิ้นวัวพรีเมียมคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน จานซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือ ลิ้นวัวหั่นหนาย่างเตาถ่าน เสิร์ฟเปิดตัวอลังการในกล่องสมบัติ ย่างจนผิวด้านนอกเกรียมหอมควันถ่าน ส่วนเนื้อในยังฉ่ำหวานกรุบกรอบสู้ฟัน ใครมองหาความอิ่มคุ้มแนะนำเซตอาหารชุดลิ้นวัวย่างที่เสิร์ฟพร้อมข้าวผสมข้าวบาร์เลย์ มันโทโรโระบด และซุปหางวัวเคี่ยวร้อนๆ ซดคล่องคอตามสูตรดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีลิ้นวัวตุ๋นจนนุ่มละลายในปากให้ได้ลิ้มลอง สำหรับช่วงราคาเฉลี่ยต่อคน มื้อกลางวันจะตกอยู่ราวๆ 350-600 บาท ส่วนมื้อค่ำสั่งแบบจัดเต็มจะอยู่ที่ประมาณ 700-1,500 บาทต่อคน มอบประสบการณ์เปิดโลกความอร่อยของลิ้นวัวญี่ปุ่นที่ประทับใจตั้งแต่คำแรก
Besuke Beef tongue Restaurant
- เวลาทำการ
11:00 a.m.-2:00 p.m. และ 5:00 p.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
3/2 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
26. Kappo Takashi
Kappo Takashi ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 11 ของ The Residences ในซอยสุขุมวิท 38 ฝั่งตรงข้ามปากซอยทองหล่อ นับเป็นหมุดหมายระดับไฟน์ไดนิ่งที่น่าจับตามองในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้เน้นความสงบ เป็นส่วนตัว และเต็มไปด้วยกลิ่นอายศิลปะวัฒนธรรมญี่ปุ่นร่วมสมัย ตกแต่งด้วยลวดลายเกลียวคลื่นและบุปผชาติที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะลายสักดั้งเดิม บริเวณเคาน์เตอร์บาร์จัดวางอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ทุกที่นั่งกลายเป็นผู้ชมแถวหน้า คอยสัมผัสท่วงท่าการหั่น แล่ และปรุงอาหารของเชฟทาคาชิ ซาซากิ ทายาทตระกูลเชฟจากอิวาเตะผู้มีประสบการณ์ยาวนานกว่าสิบเจ็ดปี จุดเด่นของที่นี่คือการเชื่อมโยงความประณีตของไคเซกิชั้นสูงเข้ากับความเป็นกันเองของคัปโปะโอมากาเสะอย่างลงตัว
อาหารของทางร้านเสิร์ฟในรูปแบบคอร์สคัปโปะเก้าคอร์สที่เปลี่ยนผ่านไปตามวัตถุดิบล้ำค่าในแต่ละฤดูกาล จานซิกเนเจอร์เน้นการขับรสชาติดั้งเดิมของธรรมชาติออกมาให้เด่นชัด ผ่านสารพัดเทคนิคการย่างเตาถ่าน นึ่ง ตุ๋น และการแล่ปลาดิบอย่างประณีต เช่น ซาชิมิตามฤดูกาลสดหวาน เมนูต้มซุปดาชิที่หอมลึกซึ้ง เมนูเนื้อวัวคัดพิเศษย่างไฟกำลังดี ไปจนถึงข้าวอบสไตล์ญี่ปุ่นที่หุงร้อนๆ ปิดท้ายคอร์สอย่างอิ่มเอมใจ สำหรับงบประมาณในการเปิดประสบการณ์มื้อพิเศษนี้ คอร์สโอมากาเสะจะอยู่ที่ราวๆ 4,500-6,500 บาทต่อคน เหมาะมากสำหรับใครที่มองหาดินเนอร์สุดประทับใจในโอกาสสำคัญ
Kappo Takashi
- เวลาทำการ
อ.-อา. 5:00 p.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
11th Floor, The Residences, 38 ซอย สุขุมวิท 38 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
27. Thonglor Yokocho
Thonglor Yokocho ตั้งอยู่ใจกลางย่านทองหล่อ แหล่งรวมสีสันความบันเทิงในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวอิซากายะแห่งนี้เนรมิตบรรยากาศตรอกกินดื่มย้อนยุคสไตล์เรโทรโชวะไว้อย่างมีชีวิตชีวา ประดับประดาด้วยโคมไฟและป้ายร้านค้าจำลอง ให้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปเดินหาของอร่อยในโยโคโจวที่ญี่ปุ่นจริงๆ ตัวร้านจัดสรรพื้นที่ได้โปร่งโล่ง มีทั้งที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์สำหรับแวะมานั่งชิลคนเดียว และโต๊ะตัวใหญ่สำหรับยกก๊วนเพื่อนมาล้อมวงปาร์ตี้ ที่สำคัญยังต้อนรับสัตว์เลี้ยงแบบ Pet-Friendly อีกด้วย จุดเด่นที่ดึงดูดสายดื่มคือช่วงแฮปปี้อาวร์ประจำวันกับโปรโมชันซื้อหนึ่งได้แถมสอง สั่งแก้วเดียวเสิร์ฟต่อยาวๆ ถึงสามแก้ว ช่วยเพิ่มดีกรีความสนุกครื้นเครงให้มื้อค่ำได้แบบคุ้มค่า
เรื่องกินก็มีไฮไลต์ที่ไม่เหมือนใคร จานซิกเนเจอร์ตัวชูโรงคือ ซุปแกงกะหรี่ฮอกไกโด ฝีมือเจ้าของร้านชาวฮอกไกโดแท้ๆ ตัวซุปเคี่ยวจากผักนานาชนิดจนหวานหอมกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้น เลือกระดับความเผ็ดได้สะใจตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงร้อย เสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งแน่นๆ อย่างน่องไก่ตุ๋นเปื่อยนุ่ม หอยนางรมฮิโรชิมะ หรือชีสเบิร์นไฟเยิ้มๆ ตามด้วยเมนูฟิวชันสร้างสรรค์อย่างราเมงสไปซ์หอยนางรม ข้าวแกงกะหรี่หน้าคีม่ามะเขือยาว ไปจนถึงกับแกล้มอิซากายะเสียบไม้ย่างและของทอดกรอบๆ ทานเพลิน สำหรับงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 350-750 บาทต่อคน อิ่มอร่อยกับอาหารรสเข้มข้นในบรรยากาศย้อนยุคสุดเฮฮาแบบสบายกระเป๋า
Thonglor Yokocho
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 5:00 p.m.-12:00 a.m.
ส.-อา. 11:30 a.m.-12:00 a.m.
- ที่อยู่
138, 1 ถนน สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
28. Torajiro
Torajiro หรือที่หลายคนคุ้นเคยกันดีในชื่อ โทราจิโร่ 39 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เดินเท้าจากบีทีเอสพร้อมพงษ์ราวๆ สิบห้านาที นับเป็นตำนานอิซากายะขวัญใจคนทำงานและครอบครัวในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ตกแต่งในสไตล์ดั้งเดิมที่ดูเรียบง่าย ผ่อนคลาย และเป็นกันเอง ให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในร้านกินดื่มแถบย่านชุมชนของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง มีพนักงานชาวญี่ปุ่นคอยต้อนรับดูแลด้วยหัวใจแบบโอโมเตะนาชิ พื้นที่ภายในร้านมีโต๊ะนั่งสบายรองรับได้ตั้งแต่คนที่อยากแวะมานั่งกินข้าวคนเดียวชิลๆ ไปจนถึงมุมโต๊ะขนาดใหญ่สำหรับจัดเลี้ยงสังสรรค์กลุ่มเพื่อน นัดคุยงานธุรกิจ หรือพาเด็กๆ มาทานมื้อเย็น จุดเด่นคือการรักษามาตรฐานรสชาติดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่นจนกลายเป็นร้านประจำของทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในย่านนี้
เรื่องอาหารที่นี่จัดเต็มความหลากหลายจนเปิดดูเมนูแล้วแทบอยากสั่งทุกอย่าง จานเด่นซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องสั่งคือยากิโทริเสียบไม้ย่างเตาถ่านไม้ธรรมชาติ ที่เชฟย่างจนเนื้อชุ่มฉ่ำหอมกลิ่นควันถ่าน ทั้งสะโพกไก่ หนังไก่กรอบนอกนุ่มใน และเครื่องในย่างรสกลมกล่อม สายปลาดิบก็มีทั้งซาชิมิสดหวานฉ่ำ ซูชิคำโต และเมนูโทโรทาคุที่คลุกเคล้าเนื้อทูน่ากับหัวไชเท้าดองห่อสาหร่ายกรอบเพลินปาก นอกจากนี้ยังมีไข่ม้วนไส้ปลาไหลญี่ปุ่นเนื้อเนียนนุ่ม หมูและกิมจิหม้อไฟรสเผ็ดร้อนเข้มข้น ไปจนถึงเซตอาหารกลางวันสุดคุ้มที่เสิร์ฟพร้อมข้าว ซุป และเครื่องเคียง สำหรับค่าเสียหายเฉลี่ยต่อคน มื้อกลางวันจะตกอยู่ราวๆ 250-450 บาท ส่วนมื้อค่ำที่เน้นกับแกล้มและเครื่องดื่มจะอยู่ที่ประมาณ 600-1,200 บาทต่อคน มอบความสุขความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้แบบคุ้มราคาจนต้องอยากกลับมาซ้ำเรื่อยๆ
Torajiro
- เวลาทำการ
12:00 p.m.-12:00 a.m.
- ที่อยู่
1 ซ. พร้อมศรี 1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
29. SUSHI RIN
SUSHI RIN ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 4 ของอาคาร RSU Tower บริเวณปากซอยสุขุมวิท 31 เดินเท้าสบายๆ จากสถานีบีทีเอสพร้อมพงษ์เพียงราวเจ็ดนาที ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายระดับพรีเมียมในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้อบอวลไปด้วยความสุขุม นิ่งสงบ และเรียบหรูสไตล์ดั้งเดิม บรรยากาศโปร่งสบาย เป็นส่วนตัว มีทั้งมุมเคาน์เตอร์ไม้ขัดเงาให้ได้ชมท่วงท่าการปั้นของเชฟอย่างใกล้ชิด และโต๊ะแยกสำหรับมื้อดินเนอร์สบายๆ จุดเด่นของที่นี่คือการดูแลรสมือโดยเชฟชาวญี่ปุ่นผู้สั่งสมประสบการณ์มายาวนานกว่าสามสิบปี ยึดคติว่าความสดคือหัวใจหลัก พร้อมนำเข้าปลาและวัตถุดิบทางทะเลตามฤดูกาลจากตลาดปลาชั้นนำในญี่ปุ่นแบบหมุนเวียนตลอดเวลา
เอกลักษณ์ของมื้ออาหารคือการเปิดให้สั่งผสมผสานได้อย่างอิสระทั้งแบบอะลาคาร์ตและคอร์สซูชิ จานซิกเนเจอร์ที่ทุกคนยกนิ้วให้คือ Omakase Sushi Edo 10 Pieces ที่เชฟควบคุมอุณหภูมิข้าวและเนื้อปลาสดได้พอเหมาะพอเจาะคำต่อคำ ควบคู่กับวัตถุดิบพิเศษหาทานยากอย่าง โอลีฟฮามาจิ และ โอลีฟแซลมอน จากจังหวัดคากาวะ ที่เนื้อเนียนนุ่มหวานสดชื่นเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงปลาซันมะสดจากฮอกไกโด ชิราโกะลวกพอนสึ ปูเซโกะไข่แน่น และปลาไหลย่างหอมกรุ่น สำหรับงบประมาณเฉลี่ยช่วงมื้อกลางวันจะตกอยู่ประมาณ 500-900 บาท ส่วนมื้อค่ำหรือจัดเซตซูชิพรีเมียมจะอยู่ที่ราวๆ 1,500-3,000 บาทต่อคน นับเป็นร้านที่ถ่ายทอดศิลปะซูชิแบบต้นตำรับได้อย่างลึกซึ้งและคุ้มค่าอย่างแท้จริง
SUSHI RIN
- เวลาทำการ
จ.-ศ.11:30 a.m.-2:00 p.m., 6:00 p.m.-10:00 p.m.
ส.-อา. 11:30 p.m.-2:00 p.m., 5:30 p.m.-9:30 p.m.
- ที่อยู่
571 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
30. Taishoken Ramen
Taishoken Ramen ปักหลักเสิร์ฟความอร่อยอยู่ในโครงการ ฟิฟตี้ ฟิฟท์ ทองหล่อ ย่านยอดนิยมตลอดกาลของโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้สืบทอดตำนานความอร่อยมาจากร้านราเมงระดับตำนานในญี่ปุ่น บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายๆ สไตล์ร้านราเมงผสมผสานอิซากายะแบบดั้งเดิม มีมุมที่นั่งรองรับทั้งคนที่อยากแวะมานั่งซดเส้นคนเดียวอย่างสงบช่วงพักเที่ยง หรือกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่นัดมานั่งชิลกินดื่มหลังเลิกงาน จุดเด่นของที่นี่คือการรักษาหัวใจของรสชาติต้นตำรับไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวนานจนได้ความเข้มข้น หอมมัน ลึกซึ้ง และเส้นราเมงที่เหนียวนุ่มกำลังดี
เมนูเด็ดซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องลองคือ สึเคเม็ง หรือราเมงจุ่มซุปเข้มข้นระดับตำนาน เส้นอวบหนาเหนียวดึ๋งสู้ฟัน จุ่มลงในน้ำซุปทงคตสึเข้มข้นรสกลมกล่อมที่หอมกลิ่นปลาแห้ง เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชามต่อมาคือ ทงคตสึราเมง น้ำซุปสีขาวนวลรสเข้มข้น ท็อปด้วยหมูชาชูชิ้นโตนุ่มละมุนลิ้น และไข่ต้มยางมะตูมเยิ้มๆ นอกจากนี้ยังมีราเมงน้ำใส เกี๊ยวซ่าทอดกรอบ ไก่ทอดคาราอาเกะ และกับแกล้มสไตล์อิซากายะแกล้มเครื่องดื่มเย็นฉ่ำให้เลือกอีกเพียบ สำหรับงบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ประมาณ 250-550 บาท มอบความอิ่มอร่อยคุ้มค่าด้วยชามโตสะใจและรสชาติต้นตำรับแท้ๆ
Taishoken Ramen
- เวลาทำการ
จ.-ส. 10:00 a.m.-11:00 p.m.
อา. 10:00 a.m.-9:30 p.m.
- ที่อยู่
ชั้น 1 Fifty Fifth 90 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
31. GaGa Udon House
GaGa Udon House ปักหมุดอยู่ในซอยพร้อมศรี แยกย่อยของซอยสุขุมวิท 39 เดินเท้าจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพร้อมพงษ์ราวๆ สิบห้านาที นับเป็นพิกัดเอาใจคนรักเส้นในย่านสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น สะอาดตา และให้ความรู้สึกสงบสบายเหมือนนั่งทานข้าวในบ้านสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ บนชั้นสองยังมีห้องส่วนตัวไว้รองรับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวที่อยากได้ความเป็นส่วนตัว จุดเด่นอยู่ที่การติดตั้งเครื่องทำเส้นอุด้งภายในร้าน ทำให้ได้เส้นสดแบบโฮมเมดทุกวัน นวดและรีดจนได้ความเหนียวนุ่ม เด้งสู้ฟัน เคียงคู่กับการสกัดน้ำซุปดาชิใหม่วันต่อวัน โดยคัดสรรปลาโอแห้งจากร้านดังในเกียวโต สาหร่ายคอมบุ และปลานิโบชิตากแห้ง นำมาเคี่ยวจนได้ซุปที่หอมลึกซึ้งและอวลไปด้วยรสอูมามิธรรมชาติอย่างแท้จริง
เมนูของทางร้านสร้างสรรค์ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะสายฟิวชัน จานเด็ดซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดสั่งคือ Premium Crab Cream Udon อุด้งซอสครีมมันปูเข้มข้นที่ผสานน้ำซุปดาชิได้อย่างเนียนนุ่ม ท็อปด้วยเนื้อปูก้อนและเทมปุระปูนิ่มทอดกรอบฟู อีกหนึ่งเมนูเด่นคือ GaGa Tokusei Shrimp Cream Udon อุด้งครีมกุ้งรสละมุนหอมมันกุ้ง และอุด้งแกงกะหรี่มะเขือเทศชีสเยิ้มๆ สำหรับใครที่ชอบแบบดั้งเดิมก็มีทั้งอุด้งเย็นจิ้มซึยุและอุด้งร้อนซุปใส ทานคู่กับเทมปุระทอดใหม่กรอบไม่อมน้ำมัน ก่อนจะปิดท้ายด้วยของหวานญี่ปุ่นทำเองอย่างวาราบิโมจิหรือไอศกรีมมัทฉะชิราทามะ สำหรับงบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ราวๆ 350-700 บาท คุ้มค่าทั้งคุณภาพเส้นสดและรสชาติที่ประณีตจนอยากแวะมาทานซ้ำบ่อยๆ
GaGa Udon House
- เวลาทำการ
10:00 a.m.-9:00 p.m.
- ที่อยู่
No. 6/5, H Building, 1st & 2nd Floor, ซอย พร้อมศรี 2 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/gaga-udon-house-sukhumvit-39/
32. Sushi Iwai
Sushi Iwai ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 22 ย่านพร้อมพงษ์ เป็นอีกหนึ่งพิกัดโอมากาเสะที่น่าจับตามองในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ตั้งใจสร้างพื้นที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ให้เป็นมุมแห่งการเฉลิมฉลองและแบ่งปันความสุข บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเรียบหรู อบอุ่น และผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด ไร้ความรู้สึกเกร็งเหมือนร้านโอมากาเสะทั่วไป ด้วยพลังงานความสดใสและไมตรีจิตจากทีมงานและเชฟ จุดเด่นคือการเปิดพื้นที่ให้เชฟซูชิหญิงได้โชว์ฝีมือความประณีต ผสมผสานศาสตร์การปรุงแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับลูกเล่นร่วมสมัยได้อย่างมีชีวิตชีวา เหมาะกับทั้งการมาฉลองวันเกิด วันครบรอบ หรือแวะมาให้รางวัลตัวเองในมื้อค่ำ
คอร์สอาหารของที่นี่เน้นเสิร์ฟแบบโอมากาเสะตามฤดูกาลสิบห้าคอร์ส ที่เชฟคัดสรรวัตถุดิบทางทะเลสดใหม่ส่งตรงจากญี่ปุ่น โดยเลือกใช้ข้าวซูชิสายพันธุ์ฮาจิดะ คิเบะ เพื่อให้ได้รสสัมผัสนุ่มละมุนที่เข้ากับเนื้อปลาแต่ละชนิดได้พอเหมาะพอเจาะ จานซิกเนเจอร์เด่นๆ มีตั้งแต่ Hon Maguro Negitoro Maki โรลมากุโระเนื้อหวานฉ่ำ Awabi Sakamushi หอยเป๋าฮื้อนึ่งสาเกราดซอสมันหอยเข้มข้นนัวลิ้น Seasonal Warayaki เมนูปลาลนไฟย่างฟางข้าวส่งกลิ่นหอมกรุ่น ปลาอามะไดย่างเกล็ดกรอบฟู และโซบะเย็นโรยไข่ปลาคาราสุมิรสเค็มมัน สำหรับค่าใช้จ่ายในการเปิดประสบการณ์โอมากาเสะมื้อพิเศษนี้ คอร์สมาตรฐานจะอยู่ที่ราวๆ 3,500-4,500 บาทต่อคน มอบความทรงจำแสนอบอุ่นและรสชาติที่ลุ่มลึกอย่างแท้จริง
Sushi Iwai
- เวลาทำการ
อ.-อา.5:30 p.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
101, ซ. สุขุมวิท 22 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
33. Sushi Wada
Sushi Wada ซ่อนตัวอยู่ในย่านพร้อมพงษ์ เดินทางสะดวกจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพียงไม่กี่นาที จัดเป็นหนึ่งในหมุดหมายระดับท็อปคลาสของโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์เอโดะมาเอะระดับไฮเอนด์แห่งนี้เน้นความเงียบสงบ เรียบหรู และเป็นส่วนตัวขั้นสุด ด้วยเคาน์เตอร์ไม้ฮิโนกิส่งตรงจากเกียวโตที่มีเพียง 6 ที่นั่งเท่านั้น เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสศิลปะการปั้นซูชิอย่างใกล้ชิด จุดเด่นที่ดึงดูดนักชิมสายซูชิตัวจริงคือการนำทัพโดยเชฟชื่อดังอย่าง ยูฮิโระ วาดะ ผู้เคยสร้างชื่อเสียงการันตีด้วยรางวัล Tabelog Best 100 และมิชลินไกด์จากญี่ปุ่น พร้อมคัดสรรอาหารทะเลสดใหม่ส่งตรงจากตลาดปลาโทโยสุในโตเกียวและตลาดกลางโอซาก้าแบบวันต่อวัน
หัวใจสำคัญของมื้ออาหารคือการเสิร์ฟในรูปแบบโอมากาเสะสุดประณีต ที่เชฟบรรจงคุมจังหวะการเสิร์ฟให้สอดคล้องกับผู้ทานคำต่อคำ จานซิกเนเจอร์โดดเด่นด้วยนิกิริซูชิที่ใช้ข้าวคลุกน้ำส้มสายชูแดงพรีเมียมไร้น้ำตาล เพื่อขับเน้นรสอูมามิของปลาแต่ละชนิด เช่น ชูโทโร่และโอโทโร่บ่มจนได้รสสัมผัสหวานฉ่ำนุ่มละลาย ปลาตามฤดูกาลลนไฟหอมกรุ่น ไข่หอยเม่นเนื้อหวานเนียน ตลอดจนเมนูจานร้อนและของหวานปิดท้ายมื้อ สำหรับช่วงราคาคอร์สโอมากาเสะจะอยู่ที่ประมาณ 6,000-8,000 บาทขึ้นไปต่อคน โดยรอบมื้อกลางวันจำเป็นต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมื้อสำคัญ การเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ หรือการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษที่ต้องการความทรงจำอันไร้ที่ติ
Sushi Wada
- เวลาทำการ
อ.-ศ. 5:00 PM–10:30 PM
ส.-อา. 12:00 PM–3:00 PM และ 5:00 PM–10:30 PM
- ที่อยู่
20 สุขุมวิท 31 Toei Nuea, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
34. Bankara Ramen Sukhumvit 39
Bankara Ramen Sukhumvit 39 ตั้งอยู่ในโครงการ The Manor ซอยสุขุมวิท 39 ย่านพร้อมพงษ์ เป็นแลนด์มาร์กความอร่อยระดับตำนานที่ครองใจคอราเมงในโซนสุขุมวิทตอนกลางมาอย่างยาวนาน ร้านอาหารญี่ปุ่นสาขาตรงจากโตเกียวแห่งนี้เนรมิตบรรยากาศร้านราเมงญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมได้อย่างมีชีวิตชีวา ภายในตกแต่งด้วยงานไม้สไตล์คลาสสิก ให้ความรู้สึกคึกคักและอบอุ่นเป็นกันเอง จุดเด่นที่หลายคนประทับใจคือความใส่ใจบนโต๊ะอาหารที่มีกระเทียมสดพร้อมที่บดเตรียมไว้ให้บดใส่ชามกันสดๆ เพิ่มความหอมฉุนตัดเลี่ยนได้ตามชอบ พร้อมบริการน้ำเปล่าฟรีที่ตอบโจทย์มื้อด่วนแสนสบายใจ
น้ำซุปของที่นี่เคี่ยวอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบนำเข้าจนได้รสชาติเข้มข้นถึงใจ มีเบสซุปให้เลือกจุใจถึง 4 แบบ ทั้งบังคาระซอสโชยุผสมน้ำมันหมู ทงคตสึซุปขาวข้น สึเคเม็งเส้นหนา และมิโซะรสกลมกล่อม จานซิกเนเจอร์ตัวเด็ดที่แทบทุกโต๊ะต้องสั่งคือ Kakuni Bankara ราเมงซุปโชยุเข้มข้นที่ท็อปด้วยหมูสามชั้นตุ๋นคาคูนิชิ้นโต เนื้อนุ่มเปื่อยแทบละลายในปากทันทีที่แตะลิ้น หรือจะสั่งหมูชาชู สาหร่ายแผ่น และผักลวกมาแอดท็อปปิ้งเพิ่มความแน่นก็ฟินไม่แพ้กัน เสริมทัพด้วยเกี๊ยวซ่าทอดกรอบและข้าวหน้าหมูสับรสเข้มข้น สำหรับค่าเสียหายเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ที่ประมาณ 250-450 บาท อิ่มแน่นคุ้มค่ากับปริมาณชามใหญ่และรสชาติต้นตำรับแท้ๆ
Bankara Ramen Sukhumvit 39
- เวลาทำการ
11:00 AM–10:30 PM
- ที่อยู่
The Manor 32/1 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/bankara-ramen-sukhumvit-39/
35. K.A.I. Ekkamai
K.A.I. Ekkamai ปักหมุดชวนแฮงเอาท์อยู่ในซอยเอกมัย 8 ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเอกมัย จัดเป็นพิกัดนั่งชิลสุดเก๋ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวฟิวชันบาร์แห่งนี้ผสมผสานความร่วมสมัยเข้ากับกลิ่นอายประมงพื้นบ้านได้อย่างมีรสนิยม ภายในร้านแบ่งสเปซได้อย่างน่าสนใจ ทั้งมุมโต๊ะนั่งอินดอร์สุดพรีเมียมคลอเคลียเสียงเพลงจากดีเจ ห้องไพรเวตรองรับการจัดเลี้ยงปาร์ตี้ และโซนการ์เดนเอาต์ดอร์ที่เปิดกว้างให้พาสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมาร่วมนั่งรับลมแบบ Pet-Friendly จุดเด่นของที่นี่คือคอนเซปต์โฮมคุกกิ้งที่นำอาหารทะเลส่งตรงจากญี่ปุ่นมาบรรจบกับวัตถุดิบชั้นเลิศระดับ GI จากท้องทะเลไทย ปรุงแต่งแต่น้อยเพื่อขับเน้นความสดหวานตามธรรมชาติออกมาได้ดีที่สุด
จานซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดเริ่มต้นด้วยหอยนางรมสดตัวอวบจากสุราษฎร์ธานีที่เนื้อหวานฉ่ำเต็มคำ ต่อด้วย Kai Sashimi Set เซตรวมปลาสดตามฤดูกาลแล่ชิ้นหนา ปลาคินกิย่างถ่านเนื้อนุ่มหอมมัน และ Salmon Spicy Lava Roll ซูชิโรลแซลมอนราดซอสลาวารสจัดจ้าน นอกจากซีฟู้ดแล้วยังมีพาสต้าหอยลายโรยไข่ปลาคาราสุมิกลิ่นหอมนัว สเต๊กเนื้อวากิวพรีเมียม และทงคัตสึหมูดำทอดกรอบไม่อมน้ำมัน ทานคู่กับเครื่องดื่มนำเข้าจากเจแปนนิสบาร์ที่มีให้เลือกทั้งสาเก วิสกี้ และไฮบอล สำหรับงบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ที่ประมาณ 600-1,500 บาท เป็นตัวเลือกชั้นยอดสำหรับทั้งการแวะมานั่งปล่อยใจหลังเลิกงาน ออกเดต หรือสังสรรค์ในค่ำคืนวันหยุด
K.A.I. Ekkamai
- เวลาทำการ
4:00 PM–2:00 AM
- ที่อยู่
9, 1 ซอย เอกมัย 8 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
36. SUNNY MAN Ekkamai
SUNNY MAN Ekkamai ตั้งอยู่ภายในโรงแรม BW Thai Art Style บริเวณรอยต่อเส้นเอกมัยตัดพระราม 4 นับเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ที่น่าสนใจในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์กินดื่มแห่งนี้ต่อยอดความสำเร็จมาจากสาขาพี่น้อง โดยนำเอาจิตวิญญาณอิซากายะแบบดั้งเดิมมาปรับลุคให้โมเดิร์นและเข้าถึงง่าย บรรยากาศภายในร้านจัดวางสเปซได้อย่างโปร่งสบาย เติมความผ่อนคลายด้วยแสงไฟโทนอุ่นและเสียงดนตรีเคล้าคลอ เหมาะสำหรับแวะมาทิ้งตัวจิบเครื่องดื่มเย็นฉ่ำหลังเลิกงาน หรือนัดรวมแก๊งเพื่อนมานั่งเม้าท์มอยล้อมวงทานมื้อค่ำ จุดเด่นอยู่ที่การใช้เตาถ่านไม้แท้ในการรังสรรค์เมนูปิ้งย่าง เพื่อมอบสัมผัสและกลิ่นหอมรมควันที่เป็นเอกลักษณ์แบบคำต่อคำ
ความฟินของที่นี่ชูโรงด้วยของปิ้งย่างเสียบไม้ที่มีให้เลือกแบบจัดเต็ม จานซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องสั่งคือ ยากิโทริไก่ย่างเตาถ่านเนื้อนุ่มฉ่ำ และ ยากิทงหมูย่างเสียบไม้ที่คัดเนื้อส่วนพิเศษและเครื่องในสดสะอาดมาย่างจนเกรียมหอมพอดีคำ ทานสลับกับเมนูกระทะร้อนเทปปันยากิอย่าง ไข่ม้วนดาชิเนื้อนุ่มชุ่มซุป โอโคโนมิยากิหน้าหอยนางรมตัวอวบราดซอสฉ่ำๆ และยากิโซบะผัดเส้นหนึบ เสริมทัพด้วยซาชิมิปลาสดแล่สวย ของทอดกรอบไม่อมน้ำมัน และกับแกล้มเคี้ยวเพลินอีกละลานตา สำหรับงบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ราวๆ 400-900 บาท จัดเป็นร้านอิซากายะราคาสบายกระเป๋าที่ให้ทั้งความคุ้มค่าและบรรยากาศสนุกสนานอย่างแท้จริง
SUNNY MAN Ekkamai
- เวลาทำการ
5:00 PM–11:00 PM
- ที่อยู่
3757, 15 ซ. เหมวงศ์ แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
บทความแนะนำ

- อโศก
- บทความพิเศษ
30 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านอโศก แวะเติมท้องหลังเลิกงาน
25.08.2025

- กรุงเทพฯ
- นานา
- อโศก
- พร้อมพงษ์
- ทองหล่อ
- บทความพิเศษ
40 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท ที่ต้องไปลองสักครั้ง
31.10.2025

- นานา
- ชิดลม
- เพลินจิต
- อโศก
- บทความพิเศษ
15 ร้านอาหารญี่ปุ่นสุขุมวิทตอนต้น ตั้งแต่เพลินจิตจนถึงอโศก พิกัดเด็ดสายกินตัวจริง
03.11.2026

- นานา
- บทความพิเศษ
13 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านนานา (Nana) เด็ดจริงจนต้องบอกต่อ
05.11.2025

- อื่นๆ
- บทความพิเศษ
โลกแห่ง วาโชกุ (Washoku) สมบัติล้ำค่าของญี่ปุ่น
17.04.2025

- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
พิกัด 20 ร้านแฮนด์โรล (Hand Roll) เมนูที่กำลังมาแรง ต้องรีบไปเช็คอิน
16.01.2026